^Back To Top

  • 1 1
    หลักปฏิบัติในเทศกาลมหาพรต
  • 2 2
    จำศีลอดอาหาร การอดอาหารหรืออดสิ่งจำเป็นเล็กน้อยในชีวิตก็เป็นการร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับพี่น้องของเราที่กำลังอดอยาก ขาดอาหารบริโภค ขาดความสะดวกสบายที่จำเป็นสำหรับชีวิต ที่สำคัญที่สุด คือ อดใจไม่ทำบาป
  • 3 3
    ทำกิจเมตตา เหตุผลอีกอย่างหนึ่งของการจำศีลอดอาหารในเทศกาลมหาพรตก็เพื่อเราจะได้มีโอกาสแบ่งปันอาหารแก่ผู้ที่หิวโหย เราอดออมเงินส่วนหนึ่ง จากการซื้ออาหารหรือขนมไว้เพื่อมอบให้แก่ผู้ที่มีอาหารไม่เพียงพอ การทำดังนี้ เป็นการตอบรับเสียงเรียกของพระเยซูเจ้าที่บอกเราให้เลี้ยงอาหารผู้หิวโหย เยี่ยมเยียนผู้เจ็บป่วย และปลอบโยนผู้ที่อยู่ในความโศกเศร้า
  • 4 4
    ภาวนา การภาวนามีความสำคัญยิ่งในเทศกาลมหาพรต เพราะทำให้เราได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าจากความจริงแห่งการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเจ้าเพื่อเรา เราจึงควรสรรเสริญสดุดีพระองค์ พระเยซูภาวนาบ่อยๆ เพราะพระองค์เป็นบุตรของพระเจ้า และมีความต้องการจะสัมพันธ์กับพระบิดา
  • 5 5
    เราก็เช่นกัน เราต้องภาวนาไม่ใช่เพราะมีคนอื่นบอก หรือเพราะมีกฎบังคับ เราภาวนาเพราะมีความสำนึกว่าเราเป็นบุตรของพระเจ้าซึ่งต้องการมีความสัมพันธ์กับพระบิดา

www.kamsonbkk.com

กิจการดี กิจการชั่ว

6eb872de46d36e33cf8856acb7381559กิจการดี กิจการชั่ว
     ต้นเหตุซึ่งทำให้กิจการของมนุษย์เรียกว่า ดีหรือชั่ว ดังที่ได้อธิบายมาแล้ว พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์มาเพื่อให้รู้จักพระองค์ รักพระองค์ และปรนนิบัติพระองค์ในโลกนี้ และไปอยู่อย่างมีความสุขกับพระองค์ในชีวิตอมตะ เป้าหมายของชีวิตมนุษย์นี้เป็นเป้าหมายสำหรับมนุษย์แต่ละคน และเป็นเป้าหมายสำหรับมนุษย์ด้วยหรือพูดอีกอย่างว่า มนุษย์ทีละบุคคลรวมทั้งมนุษย์ซึ่งเป็นสังคมต้องไปสู่เป้าหมายอันเดียวกัน กิจการใดที่ช่วยมนุษย์ (ทั้งส่วนรวมและส่วนตัว)ให้ไปสู่เป้าหมายนี้ เป็นกิจการที่ดี กิจการใดที่ทำให้เป้าหมายนี้เสียหรือเป็นต้นเหตุให้ไปสู่เป้าหมายนั้นยาก เป็นกิจการที่ไม่ดี
สิ่งที่ช่วยให้มนุษย์ไปสู่เป้าหมายของมนุษย์มีดังนี้
1. ความพยายามที่จะรู้ความจริง ความหมายของชีวิต พระเจ้าสูงสุด น้ำพระทัยของพระองค์
2. การเพิ่มความรักต่อพระเจ้า ความรักต่อเพื่อนมนุษย์เพราะเห็นแก่พระเจ้า
3. กิจการที่ช่วยสร้างความดีและความรักในตัวเองและในเพื่อนมนุษย์

ทั้ง 3 อย่างเหล่านี้ เราทราบว่าเป็นน้ำพระทัยเพราะน้ำพระทัยปรากฏมาจากการเรียนรู้ธรรมชาติของมนุษย์และจากพระวาจาที่พระเจ้าทรงไขแสดง
     สรุปความ
กิจการที่ดีเป็นกิจการตามน้ำพระทัย กิจการชั่วเป็นกิจการที่ต่อต้านหรือไม่ยอมรับน้ำพระทัย น้ำพระทัยนั้นได้อธิบายไว้แล้วข้างบน การเรียนศีลธรรมนั้นคือพยายามรู้น้ำพระทัยสำหรับมนุษย์(สำหรับมนุษย์ทุกคนและสำหรับเราแต่ละคน)
     น้ำพระทัยของพระนั้นบางครั้งปรากฏชัดจากธรรมชาติ เราห็นว่าธรรมชาติเป็นไปอย่างนั้น ธรรมชาติเป็นไปตามน้ำพระทัยเสมอ (สิ่งของธรรมชาติไม่มีเสรีภาพ มันเป็นไปตามที่พระเจ้ากำหนดไว้ ตัวอย่างเช่น เราเห็นได้ชัดว่าลูกต้องได้รับความช่วยเหลือจากพ่อแม่เพื่อจะมีชีวิตอยู่ และเรารู้อย่างแน่นอนว่าถ้ามนุษย์คนหนึ่งเกิดมาแล้ว เป็นน้ำพระทัยที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป ดังนั้นแม่รู้ว่าต้องดูแลลูก ถ้าไม่ดูแลปล่อยให้ลูกตายก็จะเป็นสิ่งที่ขัดน้ำพระทัย หรือไม่ทำสิ่งที่พระเจ้าทรงต้องการให้ทำ) บางสิ่งบางอย่างเราอาจไม่สามารถเห็นได้ชัดจากธรรมชาติ แต่มีพระวาจากำหนดไว้ คือพระเจ้าทรงไขแสดงน้ำพระทัยของพระองค์ ในเมื่อมีพระวาจาของพระองค์อย่างแน่ชัด เราแน่ใจมากกว่าที่จะรู้จากธรรมชาติเองว่าพระคัมภีร์ตอนนั้นคือน้ำพระทัยแท้ อนึ่งเมื่อมีพระวาจาอย่างแน่ชัด คือ ข้อปฏิบัติข้อใดข้อหนึ่งเขียนไว้ในพระคัมภีร์แท้ (เพราะพระศาสนจักรคาทอลิกได้รับรองแล้ว) ดังนั้นปรากฏชัดว่านี่คือหลักของศีลธรรม กิจการที่ดีเป็นกิจการตามน้ำพระทัย กิจการชั่วเป็นกิจการที่ต่อต้านน้ำพระทัย
     หมายเหตุที่ 1
เราพูดถึงกิจการของมนุษย์ แปลว่า กิจการที่มนุษย์กระทำโดยรู้ตัวอย่างเต็มที่และมีเสรีภาพอย่างสมบูรณ์ สำหรับกิจการซึ่งบุคคลคนหนึ่งรู้ตัวและทำโดยเสรีภาพ เขาต้องรับผิดชอบทุกประการ หากว่ามีสาเหตุทำให้การรู้ตัวเองลดน้อยลง (เช่น โรคประสาท โรคจิต ขาดความรู้) หรือไม่ให้มีเสรีภาพอย่างสมบูรณ์ (เช่น ถูกบังคับ กลัวนิสัยไม่ดี ความเข้าใจผิดของสังคม) การรับผิดชอบในกิจการเหล่านี้อาจจะลดน้อยลงหรือไม่มีเลย ดังนั้นบุญและบาปจึงลดน้อยลงหรือไม่มีก็ได้
     หมายเหตุที่ 2
บางคนในการอธิบายศีลธรรม ตั้งหลักเกณฑ์เอาไว้ว่าเราต้องทำสิ่งที่สวยงามเพื่อจะให้ความเป็นอยู่ของเราสูงขึ้น ถ้าเราทำกิจการไม่เหมาะสมทำผิดหลักเกณฑ์ แบบนี้จะนำไปสู่ความผิดพลาดเพราะไม่มีวิธีรู้อย่างแน่นอนว่าอะไรเหมาะสม อะไรน่าเกลียด นี่เป็นหลักลอยๆที่ปราศจากความแน่ชัด การพูดว่าทำใจให้สะอาดอย่างผ่องแผ้ว ไม่มีความหมายที่แน่ชัด ดังนั้นต้องถือหลักที่ได้กล่าวมาข้างบนนี้ คือต้องพยายามรู้จักน้ำพระทัยและทำตามนั้น จะทำให้ตัวของเราเป็นที่ชอบพระทัยและใจของเราก็ผ่องแผ้วในสายพระเนตรด้วย “พระเจ้าต้องการให้มนุษย์แต่ละคนทำงานตามพระประสงค์ ให้ได้ผลตามที่พระองค์กำหนดไว้”

 

ที่มา: หนังสือความสว่างที่แท้จริง ซึ่งนำไปสู่ความรอด เล่ม 3

ค้นหา

ถ่ายทอดสด พิธีบูชาขอบพระคุณ

MASS Header re

คำสอนออนไลน์ ศีลศักดิ์สิทธิ์

7 Sacraments ๒๐๐๓๑๖ 0010 resize

Pope Report คำสอน บทเทศน์

pope report francis

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

เอกสารฉลอง 350 ปี

350

พระวาจาประจำวัน

word of God 2

เว็บไซต์คาทอลิก

bkk


sathukarnlogo


haab


becthailand


santikham


pope report-francis


bannerpope


cc_link2011


0002


thaicatholicbible


mass


bnbec


facebook

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
1262
8608
21111
74531
390163
17134294
Your IP: 3.235.29.190
2020-04-07 03:20

สถานะการเยี่ยมชม

มี 145 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

 

แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
122/8 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทร. 095-953-3070,  02-681-3850   Email: ccbkk@catholic.or.th   Line_ID: kamsonbkk