foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

God is Love...

Catechetical Center of Bangkok

YouTube CCBKK Channel

youtube ccbkk

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
10740
11445
73839
192574
330048
18426816
Your IP: 3.95.139.109
2020-07-16 20:13

สถานะการเยี่ยมชม

มี 281 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

สหพันธ์นักบุญและพระมารดาผู้ทรงได้รับพระพร
santos    กิจการอัครสาวกและบทจดหมายในพระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่ตามธรรมดากล่าวถึงบรรดาคริสตชนในฐานะ “นักบุญ”   ที่กล่าวเช่นนี้ไม่ใช่เพราะคริสตชนเป็นคนดีสมบูรณ์แบบ แต่เป็นเพราะพระเจ้าทรงเรียกเราให้เข้าสู่ความศักดิ์สิทธิ์  นั่นคือคำว่า นักบุญ หมายถึง “ผู้ศักดิ์สิทธิ์” โดยการเริ่มต้นเข้าสู่ความศักดิ์สิทธิ์ในชีวิตขององค์พระเยซูเจ้าด้วยศีลล้างบาป  คริสตชนได้รับอาชีพหนึ่งที่พิเศษซึ่งคนทั่วไปไม่สามารถทำได้ นั่นคือการเป็นนักบุญโดยเลียนแบบองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา

สหพันธ์นักบุญประกอบไปด้วยใครบ้าง?
(CCC 954-955; 962)
    สหพันธ์นักบุญ คือ ความสัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียวกันของผู้ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งประกอบด้วยบรรดาบุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่บนโลกมนุษย์(พระศาสนจักรที่จาริกแสวงบุญ)  บรรดาผู้ที่กำลังชำระตนให้บริสุทธิ์ในไฟชำระ(พระศาสนจักรที่กำลังทนทุกข์ทรมาน)  และบรรดาผู้มีบุญในสวรรค์(พระศาสนจักรที่อยู่ในความรุ่งโรจน์)
    คำว่า สหพันธ์นักบุญ เน้นย้ำว่าประชากรของพระเจ้า ซึ่งเป็นพระศาสนจักร คือชุมชนแห่งศีลมหาสนิท  พระศาสนจักรเป็นชุมชนของประชากรที่มามีส่วนร่วมกันอย่างแท้จริง โดยการรวมตัวกันรอบโต๊ะแห่งศีลมหาสนิทขององค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงฟื้นคืนชีพ และด้วยพลังของพระจิตเจ้า พระศาสนจักรจึงรวมกันเป็นกลุ่มประชากรที่มีความรักและความศักดิ์สิทธิ์ ในฐานะที่มีส่วนร่วมในของขวัญจากพระเจ้าผู้ทรงฟื้นคืนชีพ ซึ่งเป็นบ่อเกิดแห่งความศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวง
อะไรเป็นพื้นฐานสำหรับความเชื่อในเรื่องสหพันธ์นักบุญ?
(CCC 958-959; 1475)
    คำสอนเรื่องสหพันธ์นักบุญเป็นผลมาจากความเชื่อของเราที่ว่าเราคริสตชนถูกรวมไว้ด้วยกันอย่างเหนียวแน่นด้วยพระจิตของพระเยซูคริสต์  พันธนาการที่เป็นความรักรวมเราเป็นหนึ่ง   บรรดานักบุญที่ยังคงมีชีวิตอยู่ไว้วางใจในการภาวนาและการกระทำที่ชอบธรรมแท้จริงของพี่น้องชายหญิงคริสตชนซึ่งถูกรวมไว้ด้วยกันกับเราภายในความเป็นเพื่อนกับพระเจ้า  เรายังเชื่อถึงคุณค่าของคำภาวนาสำหรับบรรดาพี่น้องชายหญิงที่ล่วงลับไปแล้วและกำลังอยู่ในไฟชำระ  ท้ายที่สุดเราเชื่อว่าบรรดาวีรบุรุษคริสตชนผู้ซึ่งเราเรียกว่านักบุญในสวรรค์ให้ความสนใจพวกเราที่ยังมีชีวิตอยู่อย่างมาก
นักบุญคือใคร?
(CCC 828-957)
    นักบุญคือบุคคลผู้ดำเนินชีวิตอยู่ในฐานะที่ได้รับพระหรรษทาน  นักบุญเป็นแบบอย่างแก่คริสตชนในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์
    โดยการแนะนำของพระจิตเจ้า ในบางโอกาสพระศาสนจักรจะประกาศต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการว่าบุคคลผู้หนึ่งซึ่งได้ดำเนินชีวิตที่ดีและสิ้นชีวิตอย่างมีส่วนร่วมกับพระเยซูเจ้านั้นเป็นนักบุญ  นี่คือการประกาศแต่งตั้งนักบุญของพระศาสนจักร  กระบวนการที่นำไปสู่การลงบันทึกนามในสารบบนักบุญเกี่ยวพันกับการศึกษาชีวิตของบุคคลนั้นอย่างรอบคอบและพิจารณาเครื่องหมายจากพระเจ้า (ตามปกติหมายถึงอัศจรรย์ที่ถูกวอนขอให้เกิดขึ้นในนามของเขา) ที่แสดงว่าบุคคลนี้มีค่าเพียงพอแก่การเลียนแบบโดยพระศาสนจักรสากล
ทำไมเราจึงภาวนาต่อบรรดานักบุญ?
(CCC 955-957)
    การศรัทธาในบรรดานักบุญเป็นวิธีการแบบดั้งเดิมที่นำไปสู่ความศักดิ์สิทธิ์  เราไม่ได้ภาวนาต่อนักบุญราวกับว่าพวกท่านเป็นพระเจ้า แต่เป็นการอ้อนวอนท่านเหล่านั้นให้ขอร้องพระบิดาในสวรรค์เพื่อเรา  พวกท่านกำลังดำรงอยู่กับพระเจ้าอย่างล้ำลึกแบบเป็นส่วนตัวด้วยความรัก  และได้พิสูจน์ความเป็นเพื่อนของพวกท่านแล้วด้วยความดีที่เกินธรรมดาของพวกท่านขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ในโลก  เราภาวนาต่อบรรดานักบุญโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เรารู้สึกใกล้ชิดเป็นพิเศษให้เป็นเพื่อนกับเรา  เราขอบรรดาผู้ชอบธรรมเหล่านี้ให้นำคำวอนขอของเราเสนอต่อพระเป็นเจ้าแทนเรา
บทบาทของพระนางมารีย์ในพระศาสนจักรคืออะไร?
(CCC 964-968; 973)
    พระนางมารีย์ผู้มีความสำคัญที่สุดท่ามกลางนักบุญทั้งหลาย มีบทบาทพิเศษในเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การช่วยให้รอดพ้น  พระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่บอกเราว่า พระนางได้รับเลือกโดยเฉพาะและถูกทำให้งดงามโดยพระเจ้าเพื่อสิทธิพิเศษหนึ่งเดียวที่เจาะจงสำหรับการเป็นพระมารดาของพระผู้ไถ่   ขณะที่พระเยซูเจ้าทรงเริ่มงานศาสนบริการส่วนรวมของพระองค์ พระนางมารีย์ทรงรับรู้และให้ความช่วยเหลือพระองค์อย่างซื่อสัตย์  พระนางทรงยืนอยู่ที่เชิงกางเขนด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยความกล้าหาญและความเศร้าโศกในขณะที่พระเยซูเจ้ากำลังสิ้นพระชนม์  สุดท้ายพระคัมภีร์บอกเราว่า หลังจากการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้า พระนางมารีย์ทรงอยู่กับบรรดาอัครสาวก พร้อมกันภาวนาในห้องชั้นบน และรอคอยการเสด็จมาของพระจิตเจ้าด้วยความหวัง  พระศาสนจักรสอนว่าพระนางมารีย์คือนักบุญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในบรรดานักบุญของศาสนาคริสต์, เป็นแบบอย่างด้านความเชื่อคริสตชนที่ดีสุด, และเป็นศิษย์คนแรกของพระเยซูเจ้า
ชื่อเรียกพระนางมารีย์มีอะไรบ้าง?
(CCC 969)
    พระศาสนจักรแสดงความเคารพต่อพระนางมารีย์โดยการใช้ชื่อเรียกต่างๆ มากมาย อาทิเช่น ราชินีของเรา  พระมารดาของพระเจ้า  ราชินีผู้ปฏิสนธินิรมล  พระมารดาผู้ทรงได้รับพระพร  มารดาของพระศาสนจักร  พรหมจารีเสมอ  ราชินีแห่งสวรรค์และแผ่นดิน  ชื่อเรียกเหล่านี้แสดงให้เห็นสิ่งที่พระศาสนจักรเชื่อและสอนเกี่ยวกับพระนาง
การปฏิสนธินิรมลหมายถึงอะไร?
(CCC 490-493; 508; 722)
    พระศาสนจักรสอนว่า พระนางมารีย์ทรงครรภ์โดยปราศจากบาปกำเนิด นั่นหมายถึงตั้งแต่แรกที่พระนางมารีย์ทรงกำเนิดมา พระนางก็ได้รับพระหรรษทานอย่างเต็มเปี่ยม ซึ่งทำให้ไม่ต้องทุกข์ใจเพราะความเหินห่างจากพระเจ้าอันมีบาปกำเนิดเป็นต้นเหตุ  ด้วยเหตุที่พระนางมารีย์จะต้องมีบทบาทพิเศษในแผนการไถ่กู้ของพระเจ้า พระนางจึงถูกตกแต่งให้งดงามขึ้นด้วยการช่วยเหลือของพระเจ้านี้ที่เตรียมไว้สำหรับความตายและการกลับคืนชีพของบุตรของพระนางที่จะต้องเกิดขึ้น
พระศาสนจักรสอนเกี่ยวกับการเป็นพรหมจารีของพระนางมารีย์อย่างไร?
(CCC 484-489; 494; 496-499; 502-503;510; 723)
    ในบทข้าพเจ้าเชื่อของอัครสาวก เราประกาศว่าพระเยซูเจ้าทรงปฏิสนธิโดยพระจิตเจ้าและบังเกิดจากพระนางมารีย์พรหมจารี พระนางมารีย์ทรงตั้งครรภ์พระเยซูเจ้าโดยปราศจากบิดาที่เป็นมนุษย์ และตั้งแต่ศตวรรษแรกๆ พระศาสนจักรก็ได้สอนไว้ว่าพระนางยังคงเป็นพรหมจารีเสมอ
พระนางมารีย์เป็นพระมารดาของพระเจ้าและมารดาของพระศาสนจักรได้อย่างไร?
(CCC 495; 501; 509; 724-726; 963)
    ในการประชุมสภาสังคายนาที่เมืองเอเฟซัส ปีค.ศ.431 ปิตาจารย์ของพระศาสนจักรประกาศว่าพระนางมารีย์คือ พระมารดาของพระเจ้า (theotokos) ซึ่งหมายถึง ผู้ให้กำเนิดบุตรของพระเจ้า(bearer of God) โดยการเป็นมารดาของพระเยซูเจ้า พระนางมารีย์จึงเป็นพระมารดาของพระเจ้าอย่างแท้จริง เป็นการเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับคริสตชนที่จะกล่าวถึงพระนางด้วยชื่อเรียกที่สูงส่ง  แต่พระนางมารีย์ก็เป็นมารดาของเราและมารดาของพระศาสนจักรด้วย องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงประสงค์ให้พระศาสนจักรได้เรียนรู้ว่าพระเจ้าทรงกระทำต่อผู้ที่พระองค์ทรงรักอย่างไรโดยการมอบพระนางมารีย์ให้เป็นมารดาของเรา  พระศาสนจักรเองยังมีบทบาทหนึ่งที่เหมือนมารดา และสามารถเรียนรู้จากพระนางมารีย์ได้มากมาย เพราะทรงเป็นแบบอย่างที่ดีสุดด้านความเชื่อ, ความนบนอบ, ความซื่อสัตย์, ความเมตตากรุณาและการภาวนาอย่างจริงจัง  พระนางมารีย์เป็นแบบอย่างเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ของคริสตชนและภาพแห่งความรักของพระเจ้าที่มีต่อประชากรของพระองค์
การรับเข้าสู่สวรรค์คืออะไร?
(CCC 966; 974)
    ในปีค.ศ. 1950 พระสันตะปาปาปีอุสที่ 12ได้ประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับข้อความเชื่อเรื่องการรับเข้าสู่สวรรค์ว่า “พระมารดาผู้บริสุทธิ์ยิ่งของพระเจ้า พระนางพรหมจารีมารีย์ ได้ทรงสิ้นพระชนม์จากโลกนี้และถูกรับไปสู่ความรุ่งโรจน์แห่งเมืองสวรรค์ทั้งร่างกายและวิญญาณ” ในการรับพระนางมารีย์เข้าสู่สวรรค์นั้น พระนางได้รับการดูแลไม่ให้เน่าเปื่อยหลังความตาย  พระนางมารีย์ผู้เป็นพระมารดาของพระผู้ไถ่ ได้มีส่วนร่วมแบบพิเศษในการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้า
ทำไมคริสตชนคาทอลิกจึงให้ความเคารพเป็นพิเศษต่อพระนางมารีย์?
(CCC 970; 972; 975)
    ชาวคาทอลิกเคารพพระนางมารีย์เพราะพระนางเป็นพระมารดาของพระเจ้าและเป็นมารดาของพระศาสนจักร  การภาวนาและการให้ความเคารพต่อพระนางมารีย์ในรูปแบบพิเศษ ทำให้เราเกิดความรักและการเลียนแบบคุณธรรมของพระนางในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในความรับผิดชอบต่อการกระทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าอย่างเต็มที่และความมั่นใจในงานของพระเจ้าด้วยการอุทิศตัวของพระนาง
    บางครั้งชาวคาทอลิกก็ถูกกล่าวหาว่าให้การบูชาพระนางมารีย์ราวกับว่าพระนางเป็นพระเจ้า  การศรัทธาอย่างถูกต้องต่อพระนางมารีย์เป็นการให้ความเคารพต่อพระนาง มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่เราจะทำการสักการะ เมื่อเราภาวนาต่อพระนางนั้น แท้จริงแล้วเรากำลังขอบคุณและสรรเสริญพระเจ้าสำหรับการให้พรแก่บุคคลหนึ่งในบรรดาพี่สาวน้องสาวของเรา
สายประคำคืออะไร?
(CCC 971; 2708)
    สายประคำคือการผสมผสานกันอย่างสมบูรณ์ที่สุดของการภาวนาด้วยวาจากับการรำพึง  การภาวนาด้วยวาจามุ่งไปที่การท่องบทวันทามารีย์10 ครั้ง ซึ่งก่อนการท่องบทวันทามารีย์จะเริ่มต้นด้วยบทข้าแต่พระบิดา และหลังบทวันทามารีย์จะจบด้วยบทพระสิริรุ่งโรจน์  ในระหว่างการท่องบทภาวนาด้วยเสียงเหล่านี้ เรารำพึงถึงเหตุการณ์หรือความล้ำลึกบางอย่างในชีวิตของพระเยซูเจ้าและพระนางมารีย์  การท่องบทวันทามารีย์ซ้ำๆ จะช่วยรักษาจิตใจเราให้พ้นจากสิ่งรบกวนขณะที่เรารำพึงเกี่ยวกับความล้ำลึกทั้งหลาย  ความล้ำลึกเหล่านี้ถูกแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ประเภทที่เปี่ยมด้วยความสุข  ประเภทที่ให้ความแจ่มแจ้ง  ประเภทที่น่าโศกเศร้า  และประเภทที่แสดงความรุ่งโรจน์

 

แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
122/8 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทร. 095-953-3070,  02-681-3850   Email: ccbkk@catholic.or.th   Line_ID: kamsonbkk