แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ

CATECHETICAL CENTER OF BANGKOK ARCHDIOCESE

thzh-CNenfritjako

โชคชะตาของคริสตชน : สิ่งสุดท้ายในชีวิต
C 111    ความสิ้นหวังประการหนึ่งที่ดูเหมือนว่ามนุษย์ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งปรากฏให้เห็นชัดเจนแต่มนุษย์ไม่สังเกตนั้นคือความตาย  แต่ข่าวดีของคริสตศาสนาก็คือความตายไม่มีอำนาจตัดสินการทำสิ่งใด อันที่จริงชีวิตเป็นตัวกำหนดการกระทำ  เมื่อเราตายและร่างกายของเราก็หายไปจากโลกนี้  ส่วนชีวิตยังไม่สิ้นสุดเพียงแต่เปลี่ยนแปลงไป  พระเยซูเจ้าทรงสอนว่า “เราเป็นการกลับคืนชีพและเป็นชีวิต ใครเชื่อในเรา แม้ว่าตายไปแล้ว ก็จะมีชีวิต และทุกคนที่มีชีวิต และเชื่อในเรา จะไม่มีวันตายเลย” (ยน11:25-26)

ความเชื่อของเราสอนเราเกี่ยวกับความตายและการพิพากษาอย่างไร?
(CCC 677-679; 1019)
    ผลของบาปกำเนิดประการหนึ่งก็คือ มนุษย์ต้องทุกข์ใจเพราะ “ความตายทางร่างกาย ซึ่งพวกเขาไม่เคยต้องเผชิญในช่วงที่ยังไม่ได้ทำบาป” (พระศาสนจักรในโลกสมัยนี้, ข้อ 18) หนังสือปัญญาจารย์สอนว่ามันเป็นธรรมชาติที่จะต้องตาย “มีเวลาสำหรับทุกสิ่ง...มีเวลาเกิด มีเวลาตาย”(ปญจ 3:1-2) ดังนั้น เพื่อที่เราจะสามารถเข้าใจเกี่ยวกับความตาย และความตายในอนาคตของเราแต่ละคน เราต้องมองดูที่พระเยซูคริสต์
    ความตายเป็นเรื่องลึกลับที่ยิ่งใหญ่  แต่ความเชื่อของคริสตชนเปิดเผยว่า พระเยซูเจ้าพระผู้ไถ่ของเราทรงชนะความตาย และทรงประสงค์ให้เราเป็นเพื่อนกับพระองค์ในชีวิตนี้ เพื่อเราจะสามารถมีชีวิตอยู่กับพระองค์อย่างมีความสุขชั่วนิรันดร  นี่ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ข่าวดีจากพระวรสาร แต่เป็นข่าวประเสริฐที่สุดซึ่งมนุษยชาติได้รับสิทธิพิเศษที่จะรู้
    ในพจนานุกรมสำหรับพระคัมภีร์ จอห์น แมคเคนซี่(John McKenzie) เขียนไว้ว่า “สำหรับแต่ละบุคคล “วันพิพากษา” คือวันที่เขาหรือเธอจะต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่าจะยอมรับพระเยซูเจ้าหรือปฏิเสธพระองค์” นี่เป็นสิ่งที่เรียกกันว่า การพิพากษาเฉพาะบุคคล(the particular judgement)  แต่แมคเคนซี่ก็ยังให้ข้อสังเกตว่า พระคัมภีร์ได้เปิดเผยถึงการพิพากษาแบบอื่นอีกในวันสิ้นสุดกาลสมัยนั่นคือ การพิพากษาทั่วไปหรือการพิพากษาครั้งสุดท้าย (the general or last judgement) ที่ซึ่งชัยชนะสุดท้ายจะอยู่เหนือความชั่วร้าย ตามที่บทข้าพเจ้าเชื่อของอัครสาวกได้บัญญัติไว้ว่า “พระองค์จะเสด็จมาเพื่อพิพากษาผู้เป็นและผู้ตาย”

การพิพากษาเฉพาะบุคคลคืออะไร?
(CCC 1021-1022; 1051)
    พระศาสนจักรสอนว่า แต่ละคนจะไปปรากฏตัวต่อพระพักตร์พระเจ้าหลังการตายเพื่อรับการพิพากษาเฉพาะบุคคล  การพิพากษาเฉพาะบุคคลจะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเรา  หลังการตาย เราแต่ละคนจะเห็นชีวิตของเขาหรือเธอเหมือนอย่างที่พระเจ้าทรงเห็น นั่นคือการตอบรับพระเจ้าด้วยความรักหรือการหันหนีจากความรักของพระเจ้าด้วยความเอาแต่ใจตนเอง
    พระบิดาของพระเยซูเจ้า ผู้ทรงเป็นพระบิดาของเรา ไม่ได้เป็นพระเจ้าที่โหดร้ายและมีความอาฆาตพยาบาท ในการพิพากษาเฉพาะบุคคล พระเจ้าจะทรงตัดสินเราด้วยความรัก ความเมตตาและความยุติธรรม การตัดสินของพระองค์จะเป็นการประกาศอย่างตรงไปตรงมาถึงความจริงเกี่ยวกับการยอมรับหรือการปฏิเสธพระเจ้าของเรา

การพิพากษาทั่วไปหรือการพิพากษาครั้งสุดท้ายคืออะไร?
(CCC 1038-1039; 1059)
    การพิพากษาทั่วไปหรือการพิพากษาครั้งสุดท้ายคือช่วงเวลาที่พระเจ้าจะทรงสร้างอาณาจักรสวรรค์ให้สมบูรณ์  โดยเริ่มจากการกลับคืนชีพของบรรดาผู้ตาย ในเวลานั้นแผนการไถ่กู้ทั้งหมดของพระเจ้าจะปรากฏชัดต่อทุกคนที่เคยมีชีวิตอยู่  พระเยซูเจ้าจะทรงทำหน้าที่เป็นตุลาการ  ความดี, ความยุติธรรม, ความเมตตาและสันติสุขของพระองค์จะแสดงให้เห็นแผ่นดินของพระเจ้าที่รุ่งเรือง  ประชากรพระเจ้าจะยอมรับสิ่งที่ไม่น่ายินดีซึ่งจะเกิดกับตนและความสัมพันธ์กันระหว่างพวกเขา  ทุกคนจะแสดงความขอบคุณและชื่นชมยินดีอย่างยิ่งในความสง่างามของพระเจ้า
การพิพากษาครั้งสุดท้ายจะมาถึง เมื่อพระคริสต์เสด็จกลับมาในโรจนาการ.... การพิพากษาครั้งสุดท้ายจะเผยให้เห็นว่าความเที่ยงธรรมของพระเจ้านั้นจะมีชัยเหนือความอยุติธรรมทั้งปวงที่สิ่งสร้างของพระองค์ได้กระทำไว้ และความรักของพระองค์นั้นทรงพลังยิ่งกว่าความตาย
                        -หนังสือคำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก, ข้อ 1040

การเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระคริสตเจ้าคืออะไร?
(CCC 1040-1041)
    คริสตชนเชื่อว่าพระอาณาจักรของพระเจ้าได้ถูกสถาปนาขึ้นบนโลกนี้แล้วแต่มันยังไม่เป็นที่เข้าใจอย่างครบถ้วน  คริสตชนทุกคนเฝ้าคอยวันที่งานของพระคริสตเจ้าจะเสร็จสมบูรณ์  วันแห่งอนาคตอันรุ่งโรจน์จะเป็นวันที่ประวัติศาสตร์ของมนุษย์จะถึงกาลอวสาน และเป็นวันที่พระคริสตเจ้าจะเสด็จกลับมาอีกครั้งหนึ่ง  ในวันนี้นี่เองพระอาณาจักรของพระเจ้าที่มีความรุ่งโรจน์ก็จะเป็นที่ยอมรับ

การเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระคริสตเจ้าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่?
(CCC 1041-1050; 1060)
    เราไม่ทราบว่าเมื่อไหร่โลกจะถึงจุดจบและพระเยซูเจ้าจะเสด็จกลับมาอีกครั้งอย่างรุ่งโรจน์  ในพระวรสาร (มก 13, ลก 21 และมธ 24-25) และหนังสือวิวรณ์ ต่างก็ใช้ภาษาสัญลักษณ์แบบพิเศษ (apocalyptic language) ในการเขียนเกี่ยวกับวันสิ้นพิภพและการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซูเจ้า เราไม่สามารถอธิบายภาษานี้ตามตัวหนังสือได้  คริสตชนทั้งหลายตั้งตารอคอยวันที่จะได้พบกับพระคริสตเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพอย่างชื่นชมยินดี ในฐานะที่เป็นช่วงเวลาซึ่งความเป็นนิรันดรและคำมั่นสัญญาเกี่ยวกับความสุขเที่ยงแท้ ความชื่นชมยินดีและความสงบสันติ จะสมบูรณ์สมดังพระประสงค์
    สิ่งที่พระศาสนจักรเชื่อและสั่งสอนเกี่ยวกับวันสิ้นพิภพก็คือ ประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติจะมาถึงจุดจบในวันใดวันหนึ่งในอนาคต  พระเยซูเจ้าจะเสด็จกลับมาอีกครั้งในการเสด็จกลับมาครั้งที่สอง(parousia-เป็นคำที่หมายถึง “การอยู่ในสถานที่หนึ่ง” หรือ “การมาถึง”)เมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเวลาที่พระเจ้าเท่านั้นทรงทราบ  ทุกคนที่เคยมีชีวิตอยู่ก็จะยอมรับพระเยซูเจ้าเป็นพระเจ้าของพวกเขาทุกคน

เราเชื่อเกี่ยวกับการคืนชีพของร่างกายอย่างไร?
(CCC 988-1004; 1015-1017)
    การกลับคืนชีพของร่างกายหมายความว่า มนุษย์แต่ละคนจะกลับมีชีวิตสมบูรณ์ ซึ่งมีทั้งร่างกายและวิญญาณ เพื่อจะมีชีวิตนิรันดรร่วมกับชีวิตที่รุ่งโรจน์พระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา  นักบุญเปาโลบอกเราว่า ร่างกายที่กลับคืนชีพของเราจะเป็นอมตะ, ไม่มีวันเน่าเปื่อย, มีความรุ่งเรือง,   มีอานุภาพและมีพระจิตเจ้าเป็นชีวิต

สวรรค์คืออะไร?
(CCC 1023-1029; 1053)
    สวรรค์คือ สภาพของชีวิตนิรันดรที่มีส่วนร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าและทุกคนที่มีส่วนร่วมในชีวิตของพระองค์  ในสวรรค์เราจะได้รับ “ปัญญาญาณที่ให้บรมสุข”( the beatific vision)   เราจะ “เห็น” พระเจ้าอย่างที่พระองค์ทรงเป็น และการมองเห็นนี้จะนำความสุขมาให้เรา  พระเจ้าทรงสร้างเราให้มีส่วนร่วมในชีวิตพระเจ้า  และพระเจ้าทรงสร้างเราเพื่อให้มีความสุขชั่วนิรันดร  สวรรค์คือการบรรลุเป้าหมายสุดท้ายของมนุษย์อย่างสมบูรณ์ ซึ่งเป็นสภาพความเป็นอยู่ที่ทำให้เราได้เป็นไปตามที่เราถูกมุ่งหมายไว้อย่างสมบูรณ์ ด้วยการมีความยินดีเบิกบานชั่วนิรันดร

ไฟชำระคืออะไร?
(CCC 1030-1032; 1054-1055)
    พระศาสนจักรสอนว่าไฟชำระ ซึ่งเป็นสถานที่หรือสภาพที่ถูกชำระให้บริสุทธิ์ มีไว้สำหรับการตระเตรียมวิญญาณเพื่อให้ได้รับสิทธิเข้าสู่สวรรค์  พระศาสนจักรสนับสนุนเราภาวนา, ให้ทานและทำกิจใช้โทษบาปแทนวิญญาณทั้งหลายในไฟชำระ
    ไฟชำระ(Purgatory) มุ่งหมาย “การทำให้บริสุทธิ์, การทำให้สะอาด”  สิ่งที่เราจำเป็นต้องชำระให้สะอาดคือบาปต่างๆ ซึ่งสามารถยกโทษให้ได้และการลงโทษต่างๆ ที่เหมาะสมกับบาปของเราที่มีอยู่เมื่อเราตาย  ในนัยหนึ่งวิธีการชำระให้บริสุทธิ์เกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวันของคริสตชนที่เขาหรือเธอดำเนินชีวิตอยู่ และพยายามทำให้ตัวเขาเองหรือตัวเธอเอง เป็นอิสระจากบาปและความรู้สึกผูกพันกับเรื่องราวที่เป็นความเห็นแก่ตัว
    พระศาสนจักรไม่เคยให้คำอธิบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับลักษณะแท้จริงของไฟชำระ อาทิเช่น ไฟชำระเป็นสถานที่แบบไหน หรือมีสภาพความเป็นอยู่อย่างไร หรือมันเกิดขึ้นมานานเท่าไหร่แล้ว  นักเทววิทยาบางคนอธิบายว่า เมื่อเรามองดูลักษณะท่าทางที่แสดงความรักของพระคริสตเจ้า  ความไม่ซื่อสัตย์ที่เป็นความผิดของเราเองทำให้เรามีความเจ็บปวดที่แปรไปตามระดับความล้มเหลวในการตอบสนองของเราต่อความรักของพระเจ้าได้  การพบกับสิ่งนี้จะเผาไหม้หรือชำระข้อบกพร่องของเราให้หมดไป และเปิดตัวเราอย่างเต็มที่ไปสู่การโอบล้อมด้วยความรักจากการรวมเป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์กับพระเจ้า

นรกคืออะไร?
(CCC 1033-1037; 1056-1058)
    นรกคือ การแยกจากพระเจ้าชั่วนิรันดร์  ในพันธสัญญาใหม่พระเยซูเจ้าทรงกล่าวถึงการมีอยู่ของนรกไว้อย่างชัดเจนในหลายที่  พระศาสนจักรสอนว่ามีนรกอยู่จริง แต่พระคัมภีร์ใช้ภาพพจน์มากมายที่เป็นนัยเพื่อบรรยายสภาพของนรก  ภาพพจน์เหล่านี้พยายามที่จะบรรยายถึงความน่ากลัวของชีวิตซึ่งเหินห่างจากพระเจ้าและความรักของพระองค์ตลอดกาล  การแยกออกจากกันนี้ยังส่งต่อไปยังความสัมพันธ์ระหว่างกันของทุกคน  ผู้ที่ล่วงลับไปโดยเต็มใจและจงใจปฏิเสธความรักของพระเจ้าที่จะช่วยให้เราพ้นจากบาปก็ได้เลือกชีวิตที่สนใจแต่ตัวเองตลอดกาล  ในขณะที่เราเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ที่บางคนจะเลือกตัวเองเหนือพระเจ้าอย่างแน่นอน  แล้วเขาก็สมควรได้รับการลงโทษตลอดนิรันดร  แต่เราไม่สามารถกล่าวอย่างแน่ใจได้ว่าจะมีใครเลือกทางเลือกเช่นนั้น  ผู้ที่รักพระเจ้าและเปลี่ยนความรักนั้นออกมาเป็นการกระทำก็ไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวนรกมากเกินไป  ผู้ที่รักพระเจ้าจะรู้ว่าพระองค์จะไม่ทรงละทิ้งเรา  พระเจ้าทรงให้อิสรภาพแก่เราแม้ว่าเราจะทำบาป  แต่เราก็ต้องไม่ลืมว่าพระองค์คือพระเจ้าที่มีทั้งความเมตตาและความยุติธรรม