foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

God is Love...

Catechetical Center of Bangkok

YouTube CCBKK Channel

youtube ccbkk

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
8961
9629
48274
82826
330048
18317068
Your IP: 3.228.21.204
2020-07-09 17:39

สถานะการเยี่ยมชม

มี 453 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

พระศาสนจักรกับความยุติธรรมทางสังคม
Gods justiceประชากรของพระเจ้าและพระศาสนจักรของพระองค์ มีหน้าที่เป็นผู้เผยแผ่คำสอนของพระเจ้า ภาระหน้าที่ของเราประกอบไปด้วย 3 ส่วนคือ การเป็นผู้ประกาศ  การเป็นสัญลักษณ์ และการเป็นผู้รับใช้พระวรสาร  เราป่าวประกาศข่าวดีเมื่อเราประกาศเรื่องการคืนพระชนมชีพของพระคริสต์ เราเป็นสัญลักษณ์ของพระวรสารเมื่อเราดำเนินชีวิตอย่างซื่อสัตย์ตามที่พระเยซูเจ้าทรงสอน  เราเป็นผู้รับใช้พระวรสารเมื่อเราเป็นพยานยืนยันถึงข่าวสารเกี่ยวกับความรักของพระเจ้าที่ประสงค์ช่วยโลกให้รอดพ้น โดยการออกไปทำงานเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับประชากรทั้งมวล

ความยุติธรรมทางสังคมและความรักตามแบบพระวรสารเกี่ยวข้องกันอย่างไร?
(CCC1928-1933; 1943-1944)
    ความยุติธรรมทางสังคมเกี่ยวข้องกับการนำเอาพระวรสารไปใช้กับโครงสร้าง ระบบและขนบธรรมเนียมของสังคม ดังปรากฎในเอกสารชื่อ Justice in the World ซึ่งเป็นแถลงการณ์จากการประชุมสมัชชาพระสังฆราชในปีค.ศ. 1971 ว่า “ความรักบอกว่าต้องมีความยุติธรรมอย่างสมบูรณ์   โดยปกติหมายถึงการยอมรับศักดิ์ศรีและสิทธิอันชอบธรรมของเพื่อนมนุษย์”   เราไม่สามารถพูดได้เลยว่าเรามีความรัก ถ้าเรายังไม่ให้ความเคารพและไม่สนใจต่อสิทธิและความต้องการขั้นพื้นฐานของบรรดาเพื่อนมนุษย์ของเรา ความรักแท้จริงต่อพระเจ้าและความรักเพื่อนมนุษย์ จึงเป็นความจริงที่แยกจากกันไม่ได้
    อีกแง่หนึ่ง รักหมายถึงการที่ใครสักคนยอมมอบตัวเองให้กับผู้อื่น มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะรักโดยไม่มีการแบ่งปันสิ่งที่มนุษย์ทุกคนควรได้รับให้กับเพื่อนของเรา  อย่างไรก็ตามความรักย่อมอยู่เหนือความยุติธรรม  ความยุติธรรมเป็นเพียงสิ่งเล็กน้อยมาก ที่บรรดาผู้คนและคริสตชนทั่วไปสามารถปฏิบัติต่อผู้อื่น ส่วนความรักเป็นสิ่งที่ต้องมีอยู่เหนือความยุติธรรม ถ้าเราจริงจังกับการเป็นเหมือนพระเยซูคริสต์
พระศาสนจักรมีบทบาทอย่างไรในเรื่องความยุติธรรม?
(CCC 2419-2425)
    ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พระศาสนจักรได้พยายามแสดงให้เห็นถึงการเชื่อมต่อระหว่างพระวรสารกับสภาพการณ์อันเลวร้ายของคนยากไร้  บ่อยครั้งที่พระศาสนจักรคาทอลิกได้พยายามบุกเบิกทำสิ่งต่างๆ ในฐานะตัวแทนของคนยากไร้และคนด้อยโอกาส อาทิ การปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายทั้งในและต่างประเทศ, โรงพยาบาลและสถานพยาบาลหลายแห่ง, หน่วยงานช่วยเหลือผู้ประสบภัย, สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า, บ้านฉุกเฉิน(สำหรับเด็กและแม่ที่ไม่มีสามีดูแล), การให้บริการผู้สูงอายุ, หน่วยงานสำหรับเยาวชน และงานบริการด้านการศึกษาขนาดใหญ่
    อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้วิพากย์วิจารณ์พระศาสนจักรว่าไม่มีความกระตือรือร้นในการส่งเสริมสันติภาพและความยุติธรรมมากขึ้นกว่าเดิม  ผู้นำพระศาสนจักรหลายท่านบางครั้งก็ละเลยคำสอนสังคมในพระวรสาร  ขณะที่ท่านเหล่านั้นกำลังเทศน์สอนผู้ยากไร้และถูกกดขี่ให้ยอมรับสภาพชีวิตของพวกเขาแบบเงียบๆ
    ปัจจุบันพระศาสนจักรรับบทบาทเป็นผู้นำการสนับสนุนส่งเสริมเรื่องความยุติธรรม ดังนี้
การดำเนินงานเพื่อส่งเสริมความยุติธรรมและการมีส่วนร่วมเปลี่ยนแปลงโลก มีให้เราเห็นอย่างชัดเจน ในลักษณะที่เป็นส่วนหนึ่งของการเทศน์สอนพระวรสาร หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ เป็นส่วนหนึ่งในพันธกิจของพระศาสนจักรด้านการไถ่กู้มนุษยชาติและการปลดปล่อยให้เป็นอิสระจากการถูกกดขี่ในทุกสภาพ
                                    - บทนำในเอกสารชื่อJustice in the World
    เอกสารสำคัญฉบับนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การทำงานเพื่อเสริมสร้างความยุติธรรมขึ้นในโลก  เป็นงานที่สำคัญอย่างหนึ่งของพระศาสนจักรเช่นเดียวกับการเฉลิมฉลองศีลศักดิ์สิทธิ์และการประกาศพระวรสาร
อะไรคือพื้นฐานของคำสอนด้านสังคมของคาทอลิก?
(CCC 2419-2449)
    ในบทความที่เกี่ยวกับงานอภิบาลชื่อ หนึ่งศตวรรษแห่งคำสอนด้านสังคม: สิ่งที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา, ความท้าทายแบบต่อเนื่อง( A Century of Social Teaching: A Common Heritage, A Continuing Challenge) สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งสหรัฐอเมริกาได้สรุปประเด็นหลักที่เป็นพื้นฐานอันสนับสนุนคำสอนด้านสังคมคาทอลิกไว้ 6 ประการ ดังนี้
1. พระศาสนจักรส่งเสริมชีวิตและศักดิ์ศรีของบุคคล
    2. พระศาสนจักรยอมรับว่ามนุษย์มีสิทธิพื้นฐานบางอย่าง พร้อมกับหน้าที่รับผิดชอบซึ่งคล้ายกับสิทธิ์เหล่านั้นด้วย
3. พระศาสนจักรยอมรับว่า โดยธรรมชาตินั้น มนุษย์ต้องอยู่รวมกันเป็นสังคม และนั่นเป็นการเรียกของพระเจ้าให้เรามาอยู่รวมกันเป็นครอบครัว เป็นชุมชนและดูแลซึ่งกันและกัน
4. พระศาสนจักรยอมรับความจริงเรื่องความเป็นหนึ่งเดียวของมนุษย์  นั่นเป็นเพราะมนุษย์ทุกคนเป็นสมาชิกของครอบครัวหนึ่ง นั่นคือครอบครัวของพระเจ้า
5. พระศาสนจักรปกป้องศักดิ์ศรีของงานและสิทธิอันชอบธรรมของผู้ทำงาน
6. พระศาสนจักรสอนทางเลือกหนึ่งที่มีสิทธิพิเศษให้กับคนยากไร้และอ่อนแอ
 “ศักดิ์ศรีของบุคคล” เป็นคำที่มุ่งหวังสิ่งใดบ้าง?
(CCC 27, 1700-1703)
    คำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักรคาทอลิกเกิดขึ้นและได้รับแรงผลักดันจากความคิดเรื่องศักดิ์ศรีของมนุษย์  พวกเราแต่ละคนแสดงภาพลักษณ์ของพระเจ้าและสะท้อนให้เห็นพระเจ้า พระเยซูเจ้าทรงรักและไถ่บาปมวลมนุษยชาติ  ทุกคนมีศักดิ์ศรีพื้นฐานของการเป็นมนุษย์และ “มีสติปัญญาที่จะรู้จักและรักพระผู้สร้างของพวกเขา” ซึ่งก็คือผู้ที่สร้างเรา (จากธรรมนูญเรื่อง พระศาสนจักรในโลกสมัยใหม่, ข้อ 12) คุณค่าของเรามาจากการที่เราได้ชื่อว่าเป็นบุตรของพระเจ้า ไม่ใช่มาจากสิ่งที่เรากระทำ  คุณค่าของเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับเชื้อชาติ, เพศ, อายุ, หรือสถานภาพทางการเงิน   คำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักรคาทอลิกต้องการให้พวกเราพิจารณาทุกนโยบาย ทุกกฎหมาย และทุกขนบประเพณี ว่าได้ช่วยให้ชีวิตและศักดิ์ศรีของมนุษย์ดีขึ้นอย่างไร
อะไรคือสิทธิและหน้าที่ของเรา?
(CCC 1913-1917; 2415-2418;2451-2452;2456-2457)
    ความยุติธรรมเรียกร้องให้มีการจัดระเบียบทางสังคมในลักษณะที่สามารถรับประกันได้ว่า ทุกคนที่อาศัยอยู่ในสังคมหนึ่งสามารถมีส่วนร่วมในชีวิตของสังคมนั้นได้ทั้งด้านการเมือง วัฒนธรรมและเศรษฐกิจ  สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานเป็นเรื่องที่ต้องทำให้สำเร็จก่อนจึงจะมีการดำเนินชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีในชุมชน  ในบรรดาเอกสารทั้งหมดของพระศาสนจักรมีการอภิปรายและปกป้องสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ ดังต่อไปนี้
สิทธิด้านเศรษฐกิจ
•    สิทธิในการดำรงชีวิต : ต้องมีอาหาร มีที่พักอาศัย เครื่องนุ่งห่ม และ ยารักษาโรค 
•    สิทธิในการทำงาน
•    สิทธิที่จะได้รับค่าจ้างอย่างเหมาะสม
•    สิทธิในการครอบครอง
สิทธิด้านการเมืองและสังคม
•    สิทธิที่จะมีส่วนร่วมในการปกครองบ้านเมือง
•    สิทธิที่จะให้คดีของตนได้รับการพิจารณาอย่างเป็นธรรม
•    สิทธิในการชุมนุม
สิทธิด้านศาสนาและวัฒนธรรม
•    สิทธิในการนับถือศาสนา
•    สิทธิที่จะได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
•    สิทธิเสรีภาพในการพูด
สิทธิทุกข้อที่กล่าวมา มีหน้าที่ที่สอดคล้องกันสำหรับแต่ละคนซึ่งจะต้องเคารพ สนับสนุนและกระทำให้สำเร็จ ตัวอย่างเช่น สิทธิที่จะมีส่วนร่วมในการปกครองบ้านเมือง แบกรับหน้าที่ที่จะต้องไปลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้ง
มนุษย์มีชีวิตเกี่ยวข้องกับสังคมอย่างไร?
(CCC 1877-1882; 1890-1893)
    พระเจ้าทรงสร้างเราให้เป็นสมาชิกครอบครัวมนุษย์ เราก็เป็นโดยธรรมชาติสังคมที่เราอยู่   ตั้งแต่ปฐมกาล พระเจ้าทรงสร้างเรามาเพื่อความเป็นเพื่อน การพัฒนาของคนและความก้าวหน้าของสังคมต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน เราเป็นส่วนหนึ่งของ 3 ชุมชน ที่มีลักษณะเหมือนวงกลมซึ่งมีจุดศูนย์กลางร่วมกันคือ บุคคลหนึ่งอาศัยอยู่ในวงกลมที่เรียกว่าครอบครัว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวงกลมที่ใหญ่กว่านั่นคือประเทศ อันเป็นส่วนหนึ่งของวงกลมที่ใหญ่ที่สุดคือโลก   ชุมชนเหล่านี้เป็นชุมชนที่ถูกอภิปรายถึงบ่อยที่สุดในคำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักร
อะไรเรียกร้องให้มนุษย์มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน?
(CCC 2437-2442)
    ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของเราที่มีต่อกันและต่อสังคมโลกของเรา รวมเอาหลายเรื่องราวไว้ด้วยกันเช่น สันติภาพของโลก, การพัฒนาโลก, เรื่องต่างๆที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ  การขัดแย้งอย่างรุนแรงและการปฏิเสธสิทธิมนุษยชนต่อประชาชนไม่ว่าที่ใดก็ตาม ส่งผลกระทบและเป็นการดูหมิ่นพวกเราทุกคน  เราต้องสนใจฟังความต้องการของผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสมาชิกที่อ่อนแอที่สุดในสังคมมนุษย์ พระเยซูเจ้าทรงรวมความรักพระเจ้าพระบิดาและความรักเพื่อนมนุษย์เข้าด้วยกัน และทรงอธิษฐานเพื่อความเป็นหนึ่งเดียวกันของมนุษยชาติ :“ข้าแต่พระบิดา ข้าพเจ้าอธิษฐานภาวนาเพื่อให้ทุกคนเป็นหนึ่งเดียวกัน เช่นเดียวกับที่พระองค์ทรงอยู่ในข้าพเจ้า และข้าพเจ้าอยู่ในพระองค์” (ยน17:21)
ศักดิ์ศรีของงานและสิทธิของคนทำงานสัมพันธ์กันอย่างไร?
(CCC 2426-2436)
    การงานช่วยเราให้ดำรงชีพได้, แสดงศักดิ์ศรีความเป็นคนของเรา และช่วยให้เรามีส่วนในงานสร้างแบบไม่หยุดยั้งของพระเจ้า งานมีไว้เพื่อคน ไม่ใช่คนมีไว้เพื่องาน  เรามีสิทธิพื้นฐานในการประกอบอาชีพที่เหมาะสมและประสบผลสำเร็จมาก, ได้รับค่าจ้างอย่างยุติธรรม, มีทรัพย์สินส่วนตัวและมีการสร้างสรรค์ทางเศรษฐกิจ  พระศาสนจักรสนับสนุนสิทธิของผู้ใช้แรงงานอย่างสอดคล้องกับสิทธิพื้นฐานนี้  โดยให้จัดตั้งสหภาพแรงงานและสมาคมต่างๆ เพื่อให้พวกเขาสามารถมีสิทธิและศักดิ์ศรี พร้อมกับมีความเชื่อที่ว่าเศรษฐกิจมีอยู่เพื่อช่วยมนุษย์  ไม่ใช่ทำลายมนุษย์  
อะไรคือสิทธิพิเศษสำหรับผู้ยากไร้?
(CCC 2443-2449; 2461-2463)
    คำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักรคาทอลิกถามสังคมดวยคำถามนี้คือ บรรดาผู้ที่อ่อนแอที่สุดที่อยู่ในชุมชนของพวกเขากินอยู่อย่างไร?  พระเยซูเจ้าทรงสอนว่า เราต้องจัดการกับความต้องการของผู้ยากไร้และอ่อนแอเป็นสิ่งแรก พระสันตะปาปายอห์นปอลที่ 2 ทรงอธิบายความเกี่ยวโยงระหว่างความยุติธรรมกับความรักคนยากจนไว้อย่างดี ดังต่อไปนี้
ความยุติธรรมจะไม่มีทางเกิดผลอย่างเต็มที่  ถ้าคนเราไม่มองดูบุคคลผู้ยากจนซึ่งกำลังร้องขอความช่วยเหลือเพื่อความอยู่รอดของพวกเขาว่า เป็นโอกาสหนึ่งที่จะได้แสดงความเมตตาและโอกาสเพิ่มคุณค่าให้ชีวิตอย่างแท้จริง ไม่ใช่ผู้ที่น่ารำคาญหรือเป็นภาระอีกต่อไป  มันไม่พอที่จะเอาสิ่งของดีๆที่เป็นส่วนเกิน ซึ่งที่จริงโลกของเราได้สร้างไว้อย่างมากมายไปให้ผู้ที่ยากจน  แต่ความยุติธรรมเรียกร้องมากกว่านั้น คือการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการดำเนินชีวิต, ของแบบอย่างการผลิตและการบริโภค และของโครงสร้างอำนาจที่ใช้ปกครองสังคมในปัจจุบันซึ่งถูกจัดตั้งขึ้น
                                            –The One Hundredth Year, ข้อ 58

 

แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
122/8 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทร. 095-953-3070,  02-681-3850   Email: ccbkk@catholic.or.th   Line_ID: kamsonbkk