foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

God is Love...

Catechetical Center of Bangkok

002    วันของเราต้องจบลงอย่างแน่นอน ความเร็วจะลดลง ความมืดเข้ามาปกคลุม เหมือนกับรถที่ชะลอความเร็ว เมื่อลงมาจากมอเตอร์เวย์ หรือเรือที่ค่อย ๆ เข้าจอดเทียบท่าเรือ เรา “กลับบ้าน” เมื่อสิ้นสุดวัน
    สำหรับคนจำนวนมาก นี่เป็นเวลาอันเหมาะสมที่จะภาวนาเพราะมีเรื่องมากมายให้ภาวนา เป็นเวลาอันเหมาะสมที่จะทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในวันนั้น โดยมองเหตุการณ์ต่าง ๆ ภายใต้ความสว่างจากพระเจ้า และบางทีเราจะเพิ่มความตระหนักรู้ด้านจิตวิญญาณมากขึ้น เมื่อมองย้อนกลับไปในแต่ละวันอย่างครุ่นคิดและสำรวมจิตใจ เราอาจเห็นรอยพระบาทของพระเจ้าตลอดวันนั้นได้ชัดเจนมากขึ้น และเราอาจรู้จักตัวเรามากขึ้นด้วย

    มีวิธีดี ๆ ที่จะคิดทบทวนเรื่องราวในวันหนึ่ง และทบทวนว่าชีวิตของเรากำลังดำเนินไปอย่างไร เช่น วิธีการของนักบุญอิกญาซีโอ แต่ยังมีวิธีอื่น ๆ ด้วย สิ่งสำคัญคือให้นึกถึงเหตุการณ์สำคัญ ๆ ในวันนั้น เมื่อมีเหตุการณ์พิเศษเกิดขึ้น และสำรวจว่ามีความจริง หรือความเข้าใจใด ๆ ที่เราจะได้จากเหตุการณ์นั้น ๆ
    นอกจากนี้ เวลากลางคืนยังเป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะอยู่กับพระเจ้า ที่จะขอบพระคุณพระองค์ สวดภาวนาเพื่อผู้อื่น และกล่าวราตรีสวัสดิ์กับพระองค์

คำถาม
    เหตุการณ์สำคัญในวันนี้คืออะไร คุณมีอารมณ์ร่วมอย่างรุนแรงที่สุด (ไม่ว่าด้านดี หรือไม่ดี) กับเหตุการณ์ใด และเมื่อมองย้อนหลัง คุณเห็นการประทับอยู่ของพระเจ้าอย่างชัดเจนที่สุดในเหตุการณ์ใด

ลองทำดู
•    ทบทวนเหตุการณ์แต่ละวันเหมือนคุณกำลังดูวีดีทัศน์ โดยเรียงลำดับตามเหตุการณ์ ทบทวนว่าคุณพบใครบ้าง งานที่คุณทำ การสนทนา และสถานที่ที่คุณไปเยี่ยม รายการโทรทัศน์ที่คุณชม เป็นต้น ขณะที่คุณทบทวน ให้หยุดที่ช่วงเวลาดี ๆ เพื่อขอบพระคุณพระเจ้า หยุดที่ช่วงเวลาที่คุณทำอะไรผิดพลาดเพื่อขอโทษ หยุดที่ช่วงเวลาที่คุณพบบุคคลที่มีปัญหาเพื่อภาวนาให้เขา เป็นต้น คุณไม่จำเป็นต้องทบทวนให้หมดทุกเหตุการณ์ อย่างไรก็ตาม เรากำลังสรุปเรื่องราวของวันนั้น และนำกลับมาหาพระเจ้า และให้พระองค์ทรงดูแล
•    ทบทวนเหตุการณ์ทั่ว ๆ ไปตลอดวัน มองหาหนึ่งหรือสองเหตุการณ์สำคัญ เหมือนกับคุณกำลังใช้อุปกรณ์ตรวจจับโลหะกวาดเหนือพื้นดินบริเวณหนึ่ง คอยฟังว่าเครื่องมือนี้ส่งเสียงดัง
ในที่ใดบ้าง เมื่อคุณตรวจจับเหตุการณ์สำคัญได้แล้ว คุณสามารถนำมาไตร่ตรองเบื้องหน้าพระเจ้า และพยายามค้นหาว่าเกิดอะไรขึ้นจริง ๆ ที่นั่น ทำไมคุณจึงแสดงปฏิกิริยาอย่างที่คุณได้แสดงไป มีอารมณ์ใดที่เกิดขึ้นในส่วนลึกของจิตใจของคุณ และคุณอาจทำอะไรได้บ้างในอนาคตเพื่อตอบสนองต่อความรู้สึกเหล่านี้ คำถามสำคัญที่ไม่ควรเลี่ยงที่จะถามตนเอง คือ พระเจ้ากำลังตรัสอะไรผ่านเหตุการณ์เหล่านี้
•    ลองใช้วิธีที่เรียกว่าการสำรวจมโนธรรม (Examen) ของนักบุญอิกญาซีโอ ซึ่งเป็นวิธีการที่เป็นระบบในการไตร่ตรองวันของเรา และพยายามพิเคราะห์แยกแยะว่าพระเจ้าทรงกำลังทำอะไรในเหตุการณ์ใด และในตัวคุณ
1)    ก่อนอื่น ทำใจให้นิ่ง และคิดถึงพระเจ้า พระองค์ประทับอยู่ที่นี่ เวลานี้
2)    ขอให้พระเจ้าประทานแสงสว่างให้คุณทบทวนวันที่ผ่านไป และส่องสว่างหัวใจของคุณ เพื่อคุณจะเห็นได้ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
3)    นึกทบทวนเหตุการณ์ในวันนั้น แต่นอกจากเหตุการณ์แล้ว ให้รับรู้ความรู้สึกของคุณ คุณยินดี เศร้า หวาดกลัว โกรธ หรืองุนงง ทำไมคุณจึงรู้สึกเช่นนั้น พระเจ้าทรงนำทางเราผ่านอารมณ์ความรู้สึกของเรา ตามปกติ วิถีทางของพระองค์จะให้สันติสุข และความบรรเทาใจ ดังนั้น ถ้าคุณไม่สบายใจ คุณบอกได้ไหมว่าความไม่สบายใจนั้นเกิดจากอะไร ความรู้สึกเป็นพื้นผิวของอารมณ์ อารมณ์อยู่ภายใต้ความรู้สึกเหมือนกระแสน้ำใต้คลื่น กระแสน้ำนั้นมาจากไหน และทำไม คิดถึงสิ่งที่คุณทำได้ดีในวันนี้ (น่าจะมีบางสิ่งแน่นอน) และขอบพระคุณพระเจ้า แต่ให้คิดด้วยว่าคุณได้หันเหไปจากวิถีทางของพระเจ้าในจุดใดโดยเฉพาะ และขอโทษพระองค์ และขอพละกำลังใหม่ รอคอยวันพรุ่งนี้ด้วยความหวัง เพราะพระเจ้าจะประทับอยู่กับคุณตลอดวัน และวันพรุ่งนี้จะเต็มไปด้วยโอกาส

เขียนอนุทิน
    บางคนได้ประโยชน์มาจากการบันทึกชีวิตภายในและความคิดของตนในสมุดบันทึก เพื่อช่วยให้แสดงออกถึงความรู้สึกของตน และบางครั้งทำให้มองเห็นประสบการณ์ของตนได้ชัดเจนขึ้น บางคน
จดบันทึกสั้น ๆ ทุกวัน บางคนจดเมื่อเกิดความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ หรือระหว่างการเข้าเงียบ เราจะเขียนอะไรก็ได้ตามใจชอบ บางทีเราต้องการบันทึกประสบการณ์ของเรากับพระเจ้า หรือในทางตรงกันข้าม เราอยากบันทึกความสิ้นหวังในจิตวิญญาณ บางทีเราต้องการระบุออกมาเป็นคำพูดบางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้นในตัวเรา และในวิธีคิดของเรา บางครั้ง เราต้องการจดจำคำพูดที่ได้ยิน หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หรือต้องการบันทึกว่าเรากำลังวิงวอนขออะไร หรือเรากำลังรู้สึกอย่างรุนแรงเรื่องอะไร
    การเขียนนั้นมีประโยชน์ในตัวเอง และอาจทำให้คุณประหลาดใจเมื่อนำมาอ่านในภายหลัง และเห็นว่าอะไรกำลังเกิดขึ้นในตัวคุณในเวลานั้น ๆ อีกทั้งยังเห็นด้วยว่าพระเจ้าทรงทำงานอย่างไรกับคุณบ้างนับแต่เวลานั้น คุณเพียงต้องมีสมุดบันทึกพิเศษหนึ่งเล่ม และความตั้งใจจริงที่จะเริ่มต้นบันทึกเท่านั้น

การภาวนาทำให้คุณงุนงงหรือ
    บัดนี้ เรามาถึงจุดสิ้นสุดของวันแล้ว และห้าบทที่ผ่านมาของหนังสือเล่มนี้ก็เสนอแนะวิธีการต่าง ๆ ในการภาวนา “ทีละวัน” แต่คุณอาจรู้สึกว่าทั้งหมดนี้ยุ่งยาก หรือเหมือนกับการเดินทางในต่างแดน คุณเพียงต้องการรู้จักแนวทางชีวิตภายในให้มากขึ้นสักหน่อย แต่คุณกลับได้รับคำแนะนำมากมายเกี่ยวกับวิธีการ และเทคนิคในการภาวนา ถ้าคุณรู้สึกเช่นนี้ ข้าพเจ้าให้คำรับรองได้สองข้อ
1.    การภาวนาไม่มีกฎเกณฑ์ และเป็นเพียงการพบกันระหว่างมนุษย์คนหนึ่งกับพระผู้สร้างเขาขึ้นมา คุณควรภาวนาอย่างที่คุณทำได้ ไม่ใช่ภาวนาอย่างที่คุณทำไม่ได้ จงเป็นตัวของคุณเอง เพราะพระเจ้าไม่สามารถทำอะไรกับคุณได้ เมื่อคุณไม่เป็นตัวของคุณเอง
2.    มีคำสัญญาสำคัญในจดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวโรม ซึ่งบอกว่าเมื่อเราภาวนา พระจิตเจ้าทรงเป็นผู้ภาวนาในตัวเรา พระองค์ทรงทราบว่าพระองค์กำลังทำอะไร ดังนั้น เราควรผ่อนคลาย ภาวนาต่อไป และวางใจให้พระจิตเจ้าทรงจัดการเรื่องรายละเอียด คำสัญญานี้บอกเราว่า
    พระจิตเจ้าเสด็จมาช่วยเหลือเราผู้อ่อนแอ เพราะเราไม่รู้ว่าจะต้อง    อธิษฐานภาวนาขอสิ่งใดที่เหมาะสม แต่พระจิตเจ้าทรงอธิษฐาน    ภาวนาวอนขอแทนเราด้วยคำที่ไม่อาจบรรยาย และพระผู้ทรง    สำรวจจิตใจ ทรงทราบความปรารถนาของพระจิตเจ้า เพราะว่าพระจิตเจ้าทรงอธิษฐานเพื่อบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ตามพระประสงค์ของพระเจ้า (โรม 8:26-27)
    การภาวนาอาจเป็นปริศนา แต่เป็นปริศนาที่เรียบง่าย และเช่น เดียวกับทุกสิ่งที่คุ้มค่าที่จะทำ ตั้งแต่การเล่นสกีไปจนถึงการใช้คอมพิวเตอร์ จนถึงการฝึกลูกสุนัข เราจะภาวนาได้ดีขึ้น ถ้าเราฝึกหัดเป็นประจำ

บทภาวนา
    ข้าแต่พระเยซูคริสตเจ้า องค์พระผู้เป็นเจ้า
    ข้าพเจ้าขอบพระคุณพระองค์
    สำหรับผลประโยชน์ทั้งปวง ที่พระองค์ทรงช่วงชิงมาให้ข้าพเจ้า
    สำหรับความเจ็บปวด และการสบประมาททั้งปวง
    ที่พระองค์ทรงรับทนเพื่อข้าพเจ้า
    โอ้ พระผู้ไถ่ มิตร และพี่ชายผู้ทรงเมตตายิ่ง
    ขอให้ข้าพเจ้าได้รู้จักพระองค์ชัดเจนขึ้น
    รักพระองค์มากขึ้น
    และติดตามพระองค์อย่างใกล้ชิดในแต่ละวันมากขึ้นด้วยเทอญ
                                Richard of Chicheste