แผนกคริสตศาสนธรรม  อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ

CATECHETICAL CENTER OF BANGKOK ARCHDIOCESE

thzh-CNenfritjako

nesusikalbejimasพระฮินดูรูปหนึ่งไปที่แม่น้ำคงคาเพื่ออาบน้ำและพบกับผู้คนมากมายที่นั่นกำลังตะโกนใส่กันด้วยความโกรธ ท่านหันไปหาศิษย์ยิ้มและถามว่า ทำไมคนเราถึงต้องตะโกนใส่กันเวลาโกรธเคือง พวกศิษย์คิดสักพักจนคนหนึ่งตอบว่า เพราะพวกเขาเสียการควบคุมตัวเอง พวกเขาจึงตะคอกใส่กัน แต่ทำไมต้องตะคอกใส่กันด้วยในเมื่อคนนั้นอยู่ห่างกันนิดเดียวเท่านั้น เราแค่บอกเขาเบาๆก็ได้แล้วไม่ใช่รึ

ศิษย์อื่นๆก็พยายามตอบแต่ก็ไม่อาจสรุปได้ ที่สุดท่านจึงอธิบายว่า เมื่อคนสองคนโกรธกันนั้น หัวใจของพวกเขาอยู่ห่างจากกันมาก และเพื่อทำให้อีกฝ่ายได้ยินเพราะความห่างไกลนั้น พวกเขาจึงต้องตะโกน ยิ่งโกรธมากเท่าใด หัวใจก็ห่างมากเท่านั้น ก็ต้องยิ่งตะโกนให้ดังมากเท่านั้นด้วย ตรงข้ามเมื่อคนสองคนรักกัน พวกเขาไม่ตะคอกตะโกนใส่กัน แต่สนทนากันเบาๆเพราะว่าหัวใจของพวกเขาใกล้ชิดกันมาก แทบไม่มีระยะห่างเลย และถ้าหากเขารักมากขึ้นเท่าใด พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องพูด พวกเขาแค่กระซิบกันหรือแค่มองตากัน พวกเขาก็ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นได้ จากนั้นท่านก็มองไปที่ศิษย์แล้วพูดว่า ดังนั้นเมื่อพวกเจ้าจะถกเถียงกันก็อย่าปล่อยให้ใจห่างกัน อย่าพูดคำพูดใดๆที่จะทำให้ใจเจ้าห่างจากกัน มิฉะนั้นจะมีวันที่จะมีระยะห่างของหัวใจจนกระทั่งไม่มีหนทางที่จะกลับมาหากันได้

บางคนไม่ค่อยระวังคำพูดต่อกันนะครับ ไม่แคร์ว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกอย่างไร เสียใจแค่ไหน ปวดร้าวเพียงใด การทำร้ายกันด้วยคำพูดนั้นเจ็บปวดและหายยาก คำบางคำมันฝังอยู่กับเขาทั้งชีวิต โกรธนั้นเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งของเรามันเกิดขึ้นได้เสมอ แต่ไม่จำเป็นต้องทำร้ายกันเลยก็ได้ด้วยนะครับ มองข้ามกันไปบ้างด้วยความเข้าใจ ชีวิตก็เป็นสุขได้ครับ

(Credit จาก Facebook คุณพ่อสุรชัย ชุ่มศรีพันธุ์)