foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

God is Love...

Catechetical Center of Bangkok

ข้อคิดข้อรำพึง

อาทิตย์ที่ 22 เทศกาลธรรมดา ปี A

aa

     ในปี ค.ศ. 1998-99  มีการเบียดเบียนศาสนาคริสต์ที่แคว้นกุจราษฎร์ เมือง Dangi  มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับความเชื่อ และความกล้าหาญของชาวคริสต์ที่นั่นมากมายที่ไม่ได้บันทึกไว้  คุณพ่อชาวอินเดียได้เล่าให้ฟังถึงชายหนุ่มที่ถูกซุ่มโจมตีจนเลือดอาบ  แต่เขาบอกกับคุณพ่อองค์นั้นว่า  "ผมจะไม่ละทิ้งการเป็นคริสตชน  แม้ว่าพวกเขาจะฆ่าผมก็ตาม"

     ก่อนหน้านี้  ในอีกท้องถิ่นหนึ่งที่คุณพ่อองค์นี้เคยไปทำงานอภิบาล  มีชายอีกคนหนึ่งมาพูดกับท่านว่า  "ผมพบพลังเข้มแข็งที่ยิ่งใหญ่จากพระเยซูเจ้าผู้ทรงถูกตรึงกางเขน  แม้ว่าเพื่อนๆผมจะหัวเราะเยาะว่าผมเทิดทูนบูชาพระที่เปลือยเปล่า(บนกางเขน)  และช่วยเหลือตนเองไม่ได้ก็ตาม"

     เหล่านี้คือเรื่องของกางเขนที่พระเยซูเจ้ากำลังจะมุ่งไปสู่การรับทนทรมานนั่นเอง  ในพระวรสารของวันนี้  พระเยซูเจ้าได้ตรัสถึงหนทางแห่งกางเขน  คือพระองค์จะต้องเสด็จไปกรุงเยรูซาเล็ม และที่หมายที่ไกลกว่านั้น คือเขากัลวารีโอ  ที่จะทรงแบกกางเขนขึ้นไป  เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว  เราเพิ่งได้ยินนักบุญเปโตรที่ได้ประกาศถึงความรุ่งโรจน์ของพระเยซูเจ้าว่า  ทรงเป็นพระเมสสิยาห์  ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า  และพระเยซูเจ้าได้ทรงแต่งตั้งท่านให้เป็นหัวหน้าปกครองพระศาสนจักร  ท่านย่อมฝันหวานว่า  พระเมสสิยาห์จะขับไล่ชาวโรมันที่ปกครองกรุงเยรูซาเล็มอยู่  ให้ออกไป และจะเข้าควบคุมพระวิหารไว้เอง  ซึ่งหาใช่สิ่งที่พระเยซูเจ้าทรงสนใจจะทำให้ความหวังจอมปลอมนั้นสำเร็จไปไม่  นอกจากพระองค์จะไม่สนพระทัยในลาภ ยศ สรรเสริญแล้ว  ยังตรัสเผยถึงความตายว่าเป็นประตูนำทางไปสู่ชีวิต  (- การทำนายล่วงหน้าถึงความตายของพระเยซูเจ้า  จะถูกกล่าวซ้ำอีกถึงสองครั้งในพระวรสารของนักบุญมัทธิว)

bb

     แต่การต่อต้านคัดค้านของนักบุญเปโตรก็เป็นที่เข้าใจได้  เพราะคนในสมัยของท่านส่วนมากต่างพากันคาดหวังว่าพระเมสสิยาห์จะทรงแสวงหาอำนาจ  ไม่ใช่จะมารับทนทุกข์ทรมานด้วยความเจ็บปวด  จะต้องสวมมงกุฎเป็นกษัตริย์  ไม่ใช่มาถูกตรึงกางเขนประดุจโจรผู้ร้าย  ดังนั้น นักบุญเปโตรจึงไม่รอช้าที่จะฉุดดึงพระเยซูเจ้าไว้  แล้วทูลทัดทานว่า  พระองค์จะทรงลองพิจารณาหาดูหนทางอื่นๆมิได้หรือ  พระองค์น่าจะทรงตัดสินใจใหม่นะ

     แต่สำหรับพระเยซูเจ้าแล้ว  การที่นักบุญเปโตรฉุดรั้งพระองค์ไว้ในครั้งนี้  เปโตรก็ไม่ใช่เป็นศิลาหนักแน่นที่จะไว้ตั้งพระศาสนจักรแล้ว  แต่เป็นแค่อิฐบล็อกที่ทำให้เดินสะดุดมากกว่า  จึงตรัสว่า  "เจ้าซาตาน  ถอยไปข้างหลังเรา  เจ้าเป็นเครื่องกีดขวางเรา  เจ้าไม่คิดอย่างพระเจ้า  แต่คิดอย่างมนุษย์"

     ย้อนเหตุการณ์กลับไป  เราคงจำได้ว่าเวลาที่พระเยซูเจ้าทรงจำศีลอดอาหารสี่สิบวันสี่สิบคืน  มีปีศาจมาผจญพระองค์  มันบอกให้พระองค์แสวงหาอำนาจ  และความรุ่งเรือง  แต่พระองค์ไม่ทรงเชื่อมัน  ดังนั้น การที่เปโตรต่อต้านหนทางแห่งเขากัลวารีโอก็เท่ากับเป็นการต่อต้านพระคริสต์นั่นเอง  ที่พระเยซูเจ้าทรงบอกว่าเปโตรคิดแบบมนุษย์  ไม่ได้คิดแบบพระเจ้า  เพราะมนุษย์แสวงหาหนทางเพื่อตนเอง  แต่หนทางของพระคือการสละตนเอง  มนุษย์แสวงหาให้คนอื่นมารักและรับใช้ตน  แต่พระเยซูเจ้าทรงแสวงหาที่จะรักและรับใช้ทุกคน  หนทางของมนุษย์มักจะต่างและตรงข้ามกับหนทางของพระคริสต์  หนทางของมนุษย์นำไปสู่ความมืดมนและความตาย ในขณะที่หนทางแห่งกางเขนกลับนำไปสู่ชีวิต  และความเป็นอิสระ

     การแบกกางเขนในชีวิตของคนๆหนึ่ง  คือการเผชิญชีวิตทั้งในด้านสุขและทุกข์  จะผ่านทั้งภูเขาทาบอร์ที่เปล่งรังสีแสง  (เมื่อพระเยซูเจ้าทรงสำแดงพระวรกายรุ่งโรจน์)  และจะผ่านภูเขากัลวารีโอที่มืดมิด(ที่ทรงถูกตรึงกางเขน)  สำหรับพระเยซูเจ้าแล้วเป็นทั้งสองนั่นเอง

    ในบทอ่านที่สองนักบุญเปาโลสอนให้เราทั้งหลาย  "ถวายร่างกายของเราเป็นเครื่องบูชาที่มีชีวิต  ศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่พอพระทัยแด่พระเจ้า"  การที่เรามาร่วมพิธีบูชามิสซา  ถ้าจะให้เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าความหมาย  เราจะต้องรู้จักถวายตนเองเป็นบูชาด้วย(self-sacrifice)  ในภาษาอาราเมอิก  คำว่า  "nepes"  หมายถึงทั้งคำว่า  "ตนเอง" (self)  และคำว่า  "ชีวิต" (life)  ดังนั้น  ทั้งพระเยซูเจ้าและนักบุญเปาโลต่างก็นำเสนอให้คริสตชนทุกคนถวายร่างกายของตน  ไม่ใช่เฉพาะเวลาที่ตายเท่านั้น  แต่ถวายตัวตนทั้งหมดในทุกๆวันของชีวิตด้วย

cc

     เด็กหนุ่มชาวคริสต์คนหนึ่งจากเมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย  ชื่อ Neil  Gaikwad  ได้เป็นประจักษ์พยานด้วยการเสียสละตนเองในรูปแบบนี้  ในเดือนกรกฎาคม ปี ค.ศ. 2005  มีฝนตกหนักยาวนาน 12 ชั่วโมง  ทำให้เมืองมุมไบจมอยู่ใต้น้ำ  ชายคนนี้ว่ายน้ำไปช่วยชีวิตคนถึง 60 คนที่ติดอยู่ภายในรถบัส  ผู้เห็นเหตุการณ์ยืนยันว่า  "Neil  ต้องมุดดำน้ำขึ้นลงถึง 40-50 ครั้ง  เพื่อช่วยนำคนออกมา"  หรืออีกคนหนึ่งที่เป็นนักแข่งจักรยานทางไกลชาวเท็กซัส ที่ชื่อ Lance Armstrong ก็ด้วย  เขาต้องต่อสู้กับโรคมะเร็ง  แต่ก็ยังสามารถได้รับชัยชนะการแข่งจักรยานทางไกลอันทรงเกียรติของรายการ Tour de France  เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ค.ศ. 2005  ซึ่งเป็นประวัติการณ์ของการประสบชัยชนะเป็นครั้งที่ 7 ของเขา  ทั้ง Neil และ Lance Armstrong  แสดงให้เราเห็นว่า  การมีชีวิตย่อมมาจากการตายต่อตนเอง  และทุกๆทางแยกแห่งชีวิตนำไปสู่สวรรค์

 

 

 

 

 

 

 

(คุณพ่อวิชา  หิรัญญการ  ลงวันที่ 27 สิงหาคม ค.ศ. 2020 Based on : Sunday Seeds For Daily Deeds ; by Francis Gonsalves, S.J.)

ddeeffgg