foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

God is Love...

Catechetical Center of Bangkok

ยน 6:1-15…
1หลังจากนั้น พระเยซูเจ้าเสด็จข้ามทะเลสาบกาลิลีหรือทิเบเรียส 2ประชาชนจำนวนมากตามพระองค์ไป เพราะเห็นเครื่องหมายอัศจรรย์ที่ทรงกระทำแก่ผู้เจ็บป่วย 3พระองค์เสด็จขึ้นไปบนภูเขา ประทับที่นั่นพร้อมกับบรรดาศิษย์ 4ขณะนั้นใกล้จะถึงวันฉลองปัสกาของชาวยิว 5พระเยซูเจ้าทรงเงยพระพักตร์ ทอดพระเนตรเห็นประชาชนจำนวนมากที่มาเฝ้า จึงตรัสกับฟีลิปว่า “พวกเราจะซื้อขนมปังที่ไหนให้คนเหล่านี้กิน” 6พระองค์ตรัสดังนี้เพื่อทดลองใจเขา แต่พระองค์ทรงทราบแล้วว่าจะทรงทำประการใด 7ฟีลิปทูลตอบว่า “ขนมปังราคาสองร้อยเหรียญแจกให้คนละนิดก็ยังไม่พอ” 8ศิษย์อีกคนหนึ่ง คือ อันดรูว์น้องของซีโมนเปโตรทูลว่า

9”เด็กคนหนึ่งที่นี่มีขนมปังบาร์เลย์ห้าก้อนกับปลาสองตัว ขนมปังและปลาเพียงเท่านี้จะพออะไรสำหรับคนจำนวนมากเช่นนี้” 10พระเยซูเจ้าตรัสว่า “จงบอกประชาชนให้นั่งลงเถิด” ที่นั่นมีหญ้าขึ้นอยู่ทั่วไป เขาจึงนั่งลง นับจำนวนผู้ชายได้ถึงห้าพันคน 11พระเยซูเจ้าทรงหยิบขนมปังขึ้น ทรงขอบพระคุณพระเจ้า แล้วทรงแจกจ่ายให้แก่ผู้ที่นั่งอยู่ตามที่เขาต้องการ พระองค์ทรงกระทำเช่นเดียวกันกับปลา 12เมื่อคนทั้งหลายอิ่มแล้ว พระองค์ตรัสแก่บรรดาศิษย์ว่า “จงเก็บเศษขนมปังที่เหลือ อย่าให้สิ่งใดสูญไปเปล่าๆ” 13บรรดาศิษย์จึงเก็บเศษขนมปังบาร์เลย์ห้าก้อนที่เหลือนั้นได้สิบสองกระบุง 14เมื่อคนทั้งหลายเห็นเครื่องหมายอัศจรรย์ที่ทรงกระทำก็พูดว่า “ท่านผู้นี้เป็นประกาศกแท้ซึ่งจะต้องมาในโลก” 15พระเยซูเจ้าทรงทราบว่าคนเหล่านั้นจะใช้กำลังบังคับพระองค์ให้เป็นกษัตริย์ จึงเสด็จไปบนภูเขาตามลำพังอีกครั้งหนึ่ง

อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
• พระวาจาของพระเจ้าวันนี้ เรื่องที่เราคุ้นเคยกันมาก “การทวีขนมปังเลี้ยงประชาชน” ตั้งแต่พ่อเป็นเด็กตลอดมานับสิบๆ ปี พ่อได้ยินพระวรสารตอนนี้บ่อยๆ บ่อยมากๆ และแต่ละครั้ง พ่อก็ได้ยินคำเทศน์สอนของพระสงฆ์มามายหลายรูปแบบครับ... และพ่อเองก็ได้เคยเทศน์บ่อยๆ เช่นกัน แต่วันนี้ ณ เวลานี้ของโลกปัจจุบัน ยามนี้ของโลก เราจำเป็นต้องเข้าใจพระวาจาของพระเจ้าที่จะสอนใจของเราในสถานการณ์ปัจจุบันจริงๆ...

• พ่อจึงขอยกเพียงพระวาจาจากวันนี้บางตอนมาอรรถาธิบายและไตร่ตรองกันหน่อยครับ... จากยอห์น บทที่ 6 ข้อ 1-15 นี้พ่อเห็นอะไรเป็นประเด็นสำคัญครับ... มีเห็นบางประเด็นจริงๆที่สอนใจพ่อเหลือเกิน และอยากให้สอนใจพี่น้องและสอนโลกสังคมของเราในปัจจุบันครับ... บางประเด็นที่พ่ออยากนำเสนอครับ...
o “พระเยซูเจ้าทรงเงยพระพักตร์ ทอดพระเนตรเห็นประชาชนจำนวนมากที่มาเฝ้า จึงตรัสกับฟีลิปว่า “พวกเราจะซื้อขนมปังที่ไหนให้คนเหล่านี้กิน”
o “จงบอกประชาชนให้นั่งลงเถิด”
o “จงเก็บเศษขนมปังที่เหลือ อย่าให้สิ่งใดสูญไปเปล่าๆ”
o “ท่านผู้นี้เป็นประกาศกแท้ซึ่งจะต้องมาในโลก”

• ประเด็นเหล่านี้ของพระวาจาของพระเจ้าที่เล่าเรื่องการทวีขนมปังวันนี้ ในพระวรสารนักบุญยอห์น พ่อได้รู้สึกว่า พระวาจานี้แต่ละถ้อยคำกำลังสอนพ่อเอง และสอนสัตบุรุษคริสตชนที่เชื่อศรัทธาในพระเยซูมากกมายครับ...

• พ่อชอบมากๆตอนที่ยอห์นและพระวรสารเล่าว่า พระองค์ทอดพระเนตรเห็นประชาชนที่ติดตามพระองค์ พวกเขาหิว พวกเขาตามพระองค์มาจากนวนมาก และอยู่ในที่เปลี่ยว... พระวรสารสหทรรศน์บอกว่า พระองค์ทรงสงสารประชาชน พระองค์ตรัส “เราสงสารประชาชนเหลือเกิน พวกเขาเหมือนฝูงแกะที่ไม่มีผู้เลี้ยง” และเราก็ทราบว่า ณ ที่ทรงเสด็จสอนประชาชน อยู่ในที่เปลี่ยว พวกเขาไม่สามารถหาซื้อขนมปังหรืออาหารได้...
o พ่อรู้สึกศรัทธามากต่อ “ความรู้สึกของพระเยซูเจ้า” คือ “ความรู้สึกสงสารและห่วงใยประชาชน” พ่อเห็นว่า นี่คือคำสอนที่แสนดีที่สุดที่เราเรียนรู้และจำเป็นต้องเรียนรู้... สงสาร ห่วงใย และคิดถึงพวกเขาเสมอ...
o พี่น้องครับ สังคมปัจจุบันของเราต้องการความเมตตาสงสารมากจริงๆ ครับ แม้โลกของเราจะมีอาหาร การผลิตที่ยิ่งใหญ่มา โรงงาน บริษัทบางแห่งผลิตอาหารได้มากมาย เปิดร้านค้า 24 ชั่วโมง แทบทุกๆ หัวถนน พ่อเคยนับนะครับ แหล่งท่องเที่ยวบางแห่งเช่นหาดชะอำ... หาดยาวมากๆ... มีร้านสะดวกซื้อ มีอาหาร เครื่องดื่มมากกมาย อาหารร้อนๆอุ่นได้ เย็นมี ของกินมากมาย ป้ายเลขเจ็ดเลขสิบเอ็ดอะไรทำนองนี้... พ่อเคยนั่งนับ มีแทบทุกห้าร้อยเมตร หาซื้อกินได้ตลอดเวลา
o เวลานี้ ก็มีตัวเอ็มเหลืองๆของอเมริกา ทุกที่เขียนว่าไดรฟ์ทรูเปิดไปทั่วทุกหัวเมือง เปิดถี่มากเยอะมากกินได้ 24 ชั่วโมง เพราะของแช่แข็งไว้มากมาย ฟรี๊ซไว้ ไม่มีอะไรทำเองเลย เช้าก็มีรถขนมปังมาส่ง เนื้อแข็งหมูแข็ง ก็มีคนผลิตให้... ทำหน้าที่เพียงเอามารวมกันเป็นแซนวิชขาย หมูแช่แข็ง ก็ทำโจ๊กขายได้ สรุปอาหารมีมากมายจริงๆ (ถ้ามีเงิน)
o แต่ความจริง เราก็ทราบว่า คนยากจน ก็เอื้อมไม่ถึงอาหารเหล่านี้ต่อไป... เบอร์เกอร์อันเดียวกินพออิ่มนิดๆ (เณรคนหนึ่งเคยบอกว่า “โห่เบอร์เกอร์อันแค่นี้..แค่หายใจก็หมดแล้ว”) บวกกาแฟเย็นวันก่อนพ่อไปหัวหินและวิ่งรถเข้าไปซื้อ ขอเป็นดับเบิ้ลเบอร์เกอร์และก็กาแฟเย็นของเป็นแก้วใหญ่... โอๆๆๆ พ่อจ่าย นั่นคือค่าแรงตลอดทั้งวัน เพราะพ่อต้องขับรถไปรับประทานไป... ไม่อิ่มด้วยครับ... แล้ว จะอยู่กันได้อย่างไร.. สังคมโลกปัจจุบัน สำหรับรายได้ขั้นต่ำที่ว่าสามร้อย...
o พี่น้องที่รักครับ... พ่อคิดว่าถึงเวลาจริงๆสำหรับโลกปัจจุบันที่เราต้องสงสาร มองเห็น และเห็นใจ พร้อมกับเมตตาช่วยเหลือเพื่อนพี่น้องรอบข้างของเรา... พ่อคิดว่าความร่ำรวยดีครับ ดีมากครับที่พวกเรามีพอ บางท่านมีมาก ร่ำรวยมาก ความร่ำรวยดีครับ..ขอเพียงแต่ขอให้เป็นโอกาสที่เราจะมีความเมตตารัก และแบ่งปันได้มากขึ้นนะครับ คนร่ำรวยไม่ผิดเลยครับ ถ้าได้ร่ำรวยมามากด้วยความสามารถและถูกต้องเที่ยงตรง แต่ความร่ำรวยจะพลาดมาก ผิดได้มากเลย ถ้าคนที่ร่ำรวยใจแคบ ฉ้อโกง และไม่แบ่งปัน (ฉ้อโกงมาและแบ่งปันก็ยังผิดอยู่นะครับ) สำหรับพวกเราคริสตชน ต้องเป็นคนดี และถูกต้องเสมอ และเหนืออื่นใด ใจดี เมตตา และแบ่งปันครับ น่ารักที่สุด และกำลังสร้างสวรรค์ ณ แผ่นดินครับ...
o พ่ออยากให้เราเลียนแบบบุคลิกของพระเยซูนะครับ... “ทอดพระเนตรเห็นประชาชนจำนวนมากที่มาเฝ้า จึงตรัสกับฟีลิปว่า “พวกเราจะซื้อขนมปังที่ไหนให้คนเหล่านี้กิน””

• “จงบอกประชาชนให้นั่งลงเถิด” นอกจากความเห็นใจ สงสาร พระองค์สั่งพวกเขาให้นั่งลง พวกเขานั่งลงบนพื้นหญ้าที่มีอยู่ทั่วไป จำนวนผู้ชาย 5000 คน ถ้านับผู้หญิงและเด็กด้วย คงสองสามเท่า...
o พี่น้องที่รักครับ ถ้ามีใครบอกให้เรานั่งและและจะเลี้ยงอาหารเรา เราคงมีความสุขมากครับ พ่อคิดจริงๆ ว่า พ่อเอง พี่น้องด้วย อย่าปล่อยให้พี่น้องของเรายืนหิวกระหาย นั่งไม่ลงเพราะยังไม่มีกิน มีไม่พ่อสำหรับลูกและครอบครัว คนที่หิวกระหายจะกระวนกระวายมาก.. คนที่อดอยากจะนั่งไม่ติดและวิตกกังวล
o พี่น้องเคยชวนเชิญคนอื่นๆให้ได้นั่งลงและรับประทานอาหารไหม... คุณพ่อท่านหนึ่งกับพี่สัตบุรุษน่ารักท่านหนึ่งเคยเห็นคนแก่หิวโซมอมแมมนั่งอยู่ที่หน้าเซเว่นอีเลเว่นยามค่ำ แถวๆนั้นจะมีแสงสว่าง และมีโอกาสหาของเหลือๆรับประทานได้... น่ารักเหลือเกิน พ่อจำภาพนั้นได้ “คุณพ่อกับสัตบุรุษได้เข้าไปซื้อของในร้านนั้น.. ซื้ออาหาร น้ำ ออกมาให้คุณลุงขอทานน่าสงสารคนนั้น และนั่งลงที่ขอบปูนหน้าร้านคุยกับแก และให้แกรับประทาน ลุงแกดีใจมาก แกมีความสุขมาก” น้ำตาพ่อเองเอ่อล้นและอยากให้พวกเราคริสตชนมีความรู้สึกแบบพระเยซู ครับ ไม่ได้ให้เงิน แต่ให้อาหาร เพราะเห็นพี่น้องเพื่อมนุษย์ของเราหิว...
o วานนี้พอไปที่หนึ่งสงกรานต์ที่โรงแรมหนึ่ง เขาจัดให้มีการใส่บาตร นิมนต์พระมาเก้ารูปตอนสักเก้าโมง... พ่อถามเด็กๆที่โรงแรมเห็นคนเยอะแยะเลยถือถุงอาหารแห้ง และของมากมายเดินกันไปที่ชายหาด... พวกเขาใส่บาตรกัน ของเยอะมากๆ พ่อเห็นตอนขากลับทางโรงแรมนิมนต์พระกลับวัด และมีเจ้าหน้าที่โรงแรมเข็นของในลังพลาสติกขนาดใหญ่มากๆ เกือบเท่าท้ายรถปิ๊คอัพสองลังใหญ่อาหารแห้งทำบุญมากเหลือเกิน
o คนไทยเราชอบทำบุญครับ.. แต่พ่อกำลังกลับมาถามตนเองและพวกเราคริสตชนต้องใจดีกับคนยากไร้ คนยากจน และพี่น้องที่อดอยากของพวกเราให้ได้มีโอกาสได้สงบ ได้นั่งลงอิ่มพอ และหมดกังวลให้มากขึ้นด้วยกันให้มากที่สุดนะครับ...

• “จงเก็บเศษขนมปังที่เหลือ อย่าให้สิ่งใดสูญไปเปล่าๆ”
o ณ ที่โรงแรมที่พ่อนั่งรับประทานอาหารเช้า บุปเฟ่ต์ ก็เคยไปทานครับ.. พ่อยอมรับว่า ของที่คนเราเหลือทิ้งนั้น...เยอะเหลือเกิน.. พ่อเคยเห็นบุปเฟ่ต์อาหารเที่ยงหัวละสามพันกว่าบาท แพงกว่านี้ก็มี มีของกินมากมาย ในกรุงเทพฯของเรา โรงแรมหรูๆมีมากเหลือเกิน บางแห่งราคาหัวละเกือบหมื่นกระมังครับ... เวอร์ไปไหม... รับประทานกุ้งมังกรผ่าครึ่งเผากันเยอะๆเลย ตักเนื้อทานและก็รีบทิ้งเปลือก ไปเอามาอีก ทานให้เยอะ เขาบอกกันว่า ทานกุ้งมังกรหลายตัวคุ้ม... แต่พ่อนั่งคิด สำหรับคนยากไร้...เพียงเปลือกกุ้งที่อบเนยมายังดูมันๆอยู่กับเศษเนื้อที่ติดเปลือกนิดหน่อยนั้น ถ้าเพียงได้คลุกข้าวสวยสักจานก็คงสวรรค์แล้ว เพราะคนจนทั้งชีวิตคงไม่เคยได้แม้แต่กลิ่นของกุ้งมังกร...
o ขนมปังยามเช้า ไส้กรอก ทานกันตามห้องอาหาร ก็ตักมาเยอะ ไม่ถูกใจ ทิ้งเลย.. พ่อเคยอยู่บ้านผู้หว่านสิบปี... ถ้าเป็นกลุ่มคนที่มาประชุม บางกลุ่มรับประทานก็เหลือทิ้งเยอะมากๆ พ่อเคยนั่งทานอาหารเช้าในโรงแรม พ่อได้ยินครอบครัวเขากินอาหารกัน ลูกๆตักกันมาเยอะ... พ่อได้ยินแม่เขาบอกลูกๆว่า “ไม่ชอบก็ทิ้งไป ไปเอาใหม่ เสียเงินแล้ว...” ไม่เอา ไม่เอาแบบนี้ ถ้าเป็นคริสตชน อย่าทำอย่างแบบนี้นะ อย่าทิ้งอาหารให้เสียไปเปล่าๆ คนจำนวนมาก ไม่มีรับประทาน ไม่เคยได้แม้แต่กลิ่นหรือได้เห็น...
o พระเยซูเจ้าสั่ง “จงเก็บเศษขนมปังที่เหลือ อย่าให้สิ่งใดสูญไปเปล่าๆ” เป็นคริสตชน อย่ากินทิ้งกินขว้างนะครับ... พ่อชอบตอนเด็กๆ จาและแม่พ่อสอนพวกเราเสมอ “กินข้าวเหลือเป็นบาป ทิ้งก็บาป...” บาปสิครับ บาปที่เราทำให้เสียหายสิ่งซึ่งที่มีคุณค่า เพราะคนจนไม่มีกินอีกมาก คนอดอาหารจนตายมีเยอะ การกินเหลือทิ้งขว้างเป็นบาป... บาปครับ บาปที่เราใจร้ายนะครับ...

• “ท่านผู้นี้เป็นประกาศกแท้ซึ่งจะต้องมาในโลก”
o พ่อสรุปได้เลยว่า การให้อาหารเลี้ยงดู การช่วยเหลือความหิวของพี่น้อง คือ การทำหน้ามี่ประกาศก คือการประกาศข่าวดีที่มีค่ามากๆ เราจะประกาศความรักของพระเจ้า ประกาศข่าวดีอย่างไร ไปยืนตามถนนถือลำโพง ถือป้ายประกาศข้อความพระวาจาหรือ จะไปเทศน์ตามสี่แยกหรือ... ไม่ได้ผลหรอกครับ... เราจะประกาศอย่างไร ไปวัดทำบุญก้อนโตๆ จะตั้งขบวนแห่ทำบุญกันที่เรียกว่า “บุญใหญ่” กระนั้นหรือ จะถวายของเยอะๆหรอ สร้างวัดหลังใหญ่ๆหรือ (ซื้ออาหารให้คนจนหิวโซ่หน้าเซ่เว่นแบบที่พ่อเล่าดีกว่าไหม)
o พระเยซูเจ้าตรัส “เราพอใจความเมตตากรุณามากกว่าเครื่องบูชา” ชัดครับ.. คนที่จะได้เข้าพระอาณาจักรสวรรค์ คือ.. “เมื่อเราหิวท่านให้เรากิน เรากระหายท่านให้เราดื่ม...” (เทียบ มธ 25)

• พี่น้องที่รักครับ... เรื่องราวการทวีขนมปังนี้ สอนเราได้จริงๆ รับ เลี้ยงดูเพื่อนพี่น้องที่ยากไร้นะครับ ห่วงใย ให้อาหาร ให้ความช่วยเหลือเถอะครับ.. นั่นแหละคือคริสตชนแท้จริง
o ไม่ต้องห่วงพวกเราพระสงฆ์มากเกินไป... ไม่ต้องห่วงพ่อมากไปนะครับ เชื่อพ่อเถอะ.. พวกเราไม่อดตายครับ...
o มีคนยากจนและสิ้นหวังจนมุมเยอะมากๆครับ.. เชื่อพ่อเถอะนะครับ... อย่าเลี้ยงพระสงฆ์มากไป ดีไป เกินไป พี่น้องชอบให้ชอบเลี้ยงพระสงฆ์..ดีครับ ขอบพระคุณมากครับ
o พ่อเองในฐานะพระสงฆ์เองก็สามารถเป็นผู้ให้ได้เสมอครับ พวกเราพระสงฆ์นักบวชเลี้ยงดูสัตบุรุษที่ยากไร้ชายขอบได้เสมอครับ พวกเราพระสงฆ์ ต้องทำตัวเหมือนพระเยซูให้มากที่สุดเช่นกัน... เลี้ยงดูประชาชนครับ ห่วงใย สงสาร เมตตาและจัดหาเลี้ยงดูนะครับ... พระสันตะปาปาฟรังซิสกำลังสอนเราด้วยคำสอนและด้วยแบบอย่างที่แสนเรียบง่ายของพระองค์ “พระองค์คือประกาศกสำหรับปัจจุบันที่สอนเราให้เป็นประกาศกเช่นกัน” ขอพระเจ้าอวยพรครับ