แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ

CATECHETICAL CENTER OF BANGKOK ARCHDIOCESE

thzh-CNenfritjako

วันพุธ สัปดาห์ที่ 9 เทศกาลธรรมดา

พระวรสาตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก (มก 12:18-27)                    

เวลานั้น ชาวสะดูสีบางคนมาพบพระเยซูเจ้า คนเหล่านี้สอนว่าไม่มีการกลับคืนชีพ เขาทูลถามพระองค์ว่า “พระอาจารย์ โมเสสเขียนสั่งไว้ว่า ถ้าพี่ชายตาย ทิ้งภรรยาไว้โดยไม่มีบุตร ก็ให้น้องชายของเขารับเอาหญิงนั้นมาเป็นภรรยา เพื่อจะได้สืบสกุลของพี่ชาย ยังมีพี่น้องเจ็ดคน คนแรกมีภรรยาแล้ว ตายไปโดยไม่มีบุตร คนที่สองก็รับนางเป็นภรรยา แล้วตายไปโดยไม่มีบุตร คนที่สามก็เช่นเดียวกัน ทั้งเจ็ดคนไม่มีบุตรเลย ในที่สุดหญิงคนนั้นก็ตายไปด้วย เมื่อมนุษย์จะกลับคืนชีพในวันกลับคืนชีพ หญิงนั้นจะเป็นภรรยาของใคร เพราะทั้งเจ็ดคนต่างได้นางเป็นภรรยา”

พระเยซูเจ้าจึงตรัสว่า “ท่านคิดผิดไปแล้วมิใช่หรือ ท่านไม่เข้าใจพระคัมภีร์และไม่รู้จักพระอานุภาพของพระเจ้า เมื่อผู้ตายจะกลับคืนชีพนั้น จะไม่มีการแต่งงานเป็นสามีภรรยากันอีก แต่เขาจะเป็นเหมือนทูตสวรรค์ ส่วนเรื่องผู้ตายกลับคืนชีพนั้น ท่านไม่ได้อ่านหนังสือของโมเสสตอนที่กล่าวถึงพุ่มไม้ หรือว่าพระเจ้าตรัสกับเขาอย่างไร พระองค์ตรัสว่า “เราคือพระเจ้าของอับราฮัม พระเจ้าของอิสอัคและพระเจ้าของยาโคบ พระองค์มิใช่พระเจ้าของผู้ตาย แต่เป็นพระเจ้าของผู้เป็นท่านคิดผิดไปมากทีเดียว” 


มก 12:18-27 ในหนังสือเลวีนิติบัญญัติไว้ว่า ถ้าชายที่แต่งงานแล้วเสียชีวิตก่อนที่ภรรยาของเขาจะคลอดบุตร น้องชายของชายคนนั้นจะต้องแต่งงานกับหญิงม่ายของพี่ชายของตน เพื่อที่จะมีบุตรชายสืบสกุลต่อไป ตัวอย่างที่มีเงื่อนงำซึ่งพวกสะดูสีนำมาทำให้คำสอนนี้ไปสู่ความสุดโต่งที่ไร้สาระในความพยายามอีกครั้งหนึ่งที่จับผิดพระคริสตเจ้า ในโลกนี้การแต่งงานสะท้อนให้เห็นถึงความรักแบบบ่าวสาวของพระคริสตเจ้ากับเจ้าสาวของพระองค์ คือพระศาสนจักร ในสวรรค์เราได้รับความรักอันสูงส่งในการเห็นพระเจ้าแบบหน้าต่อหน้า ที่นั่นจะไม่มีการแต่งงานในความหมายทางโลกอีกต่อไป

พระเยซูเจ้าและอิสราเอล

CCC ข้อ 574 นับตั้งแต่แรกที่พระเยซูเจ้าทรงเริ่มเทศน์สอนประชาชน ชาวฟาริสีและพรรคพวกของกษัตริย์เฮโรด รวมทั้งบรรดาสมณะและธรรมาจารย์ ได้ประชุมปรึกษากันว่าจะกำจัดพระองค์ได้อย่างไร เพราะกิจการบางอย่างที่ทรงกระทำ เช่น การขับไล่ปีศาจ การอภัยบาป การรักษาคนเจ็บป่วยในวันสับบาโต การที่ทรงตีความตามแบบของพระองค์เกี่ยวกับกฎเรื่องการมีมลทินหรือไม่มี การที่ทรงคบค้ากับคนเก็บภาษีเพื่อรัฐบาลโรมและคนบาป บางคนที่มีเจตนาร้ายได้ตั้งข้อสงสัยว่าพระองค์ทรงถูกปีศาจสิง พระองค์ยังทรงถูกกล่าวหาว่าหมิ่นประมาทพระเจ้า และเป็นประกาศกเทียม ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นความผิดทางศาสนาที่ธรรมบัญญัติกำหนดโทษให้ประหารชีวิตโดยใช้ก้อนหินทุ่มให้ตาย

การเป็นพรหมจารีเพื่อพระอาณาจักร

CCC ข้อ 1619 การถือพรหมจรรย์เพื่ออาณาจักรสวรรค์เป็นการพัฒนาพระหรรษทานของศีลล้างบาป เป็นเครื่องหมายชัดเจนถึงความยิ่งใหญ่ของพันธะกับพระคริสตเจ้าและการรอคอยอย่างกระตือรือร้นถึงการเสด็จกลับมาของพระองค์ เป็นเครื่องหมายที่ชวนให้ระลึกด้วยว่าการสมรสเป็นความเป็นจริงของโลกปัจจุบันที่กำลังผ่านไป


มก 12:24-27 พระคริสตเจ้าทรงตำหนิชาวสะดูสีที่ปฏิเสธการกลับคืนชีพ พระองค์มิใช่พระเจ้าของผู้ตาย แต่เป็นพระเจ้าของผู้เป็น : ความเชื่อในการกลับคืนพระชนมชีพของพระคริสตเจ้าเป็นหัวใจสำคัญของความเชื่อคาทอลิกของเรา

พระเจ้าทรงค่อยๆ เปิดเผยเรื่องการกลับคืนชีพตามลำดับ

CCC ข้อ 993 ชาวฟารีสี และผู้ร่วมสมัยกับพระคริสตเจ้าจำนวนมาก รอคอยการกลับคืนชีพพระเยซูเจ้าทรงสอนเรื่องนี้อย่างแข็งขัน พระองค์ทรงตอบชาวสะดูสีที่ปฏิเสธเรื่องนี้ว่า “ท่านไม่เข้าใจพระคัมภีร์และไม่รู้จักพระอานุภาพของพระเจ้า” (มก 12:24) ความเชื่อเรื่องการกลับคืนชีพตั้งอยู่บนความเชื่อในพระเจ้า “ผู้มิใช่พระเจ้าของผู้ตาย แต่เป็นพระเจ้าของผู้เป็น” (มก 12:27)

(จากหนังสือ THE DIDACHE BIBLE with commentaries based on the Catechism of the Catholic Church, Ignatius Bible Edition)