foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

God is Love...

Catechetical Center of Bangkok

พระวาจาของพระเจ้าและการเป็นพยานของคริสตชน


97.    ขอบข่ายกว้างขวางแห่งพันธกิจของพระศาสนจักร และความสลับซับซ้อนของสถานการณ์ปัจจุบันเรียกร้องวิธีการใหม่ๆ เพื่อสื่อพระวาจาของพระเจ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ พระจิตเจ้าผู้จัดการเอกให้มีการประกาศข่าวดีทุกรูปแบบ จะไม่มีวันเลิกล้มที่จะแนะนำพระศาสนจักรของพระคริสตเจ้าในกิจกรรมประการนี้ ถึงกระนั้นยังจำเป็นที่การประกาศพระวาจาทุกรูปแบบจะต้องแสดงให้เห็นว่า พระวาจาของพระเจ้าต้องมีความสัมพันธ์กับการดำเนินชีวิตเป็นพยานของคริสตชนด้วย ความน่าเชื่อถือของการประกาศพระวาจาขึ้นอยู่กับการเป็นพยานเช่นนี้ ในด้านหนึ่งจำเป็นที่พระวาจาต้องสื่อทุกสิ่งที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสกับเรา ในอีกด้านหนึ่งยังจำเป็นด้วยที่จะทำให้ถ้อยคำนี้มีน้ำหนักโดยการดำเนินชีวิตเป็นพยาน เพื่อไม่ให้พระวาจาดูเหมือนเป็นเพียงปรัชญาที่งดงามหรืออุดมการณ์ลอยๆ แต่เป็นความเป็นจริงที่ช่วยให้เราดำเนินชีวิตอยู่ได้ ความสัมพันธ์ระหว่างพระวาจากับการเป็นพยานนี้สะท้อนวิธีการที่พระเจ้าทรงสื่อพระองค์แก่เราทางพระวจนาตถ์ของพระองค์ พระวจนาตถ์นี้ทรงรับธรรมชาติมนุษย์ พระวจนาตถ์ของพระเจ้ามาสัมผัสกับมนุษย์อาศัยพยาน “ซึ่งแสดงให้เห็นพระวาจาที่มีชีวิตและเป็นปัจจุบัน”  อนุชนรุ่นใหม่โดยเฉพาะจำเป็นต้องได้รับการแนะนำให้มาพบพระวาจา (หรือ “พระวจนาตถ์”) ของพระเจ้า “อาศัยการพบปะและการเป็นพยานจริงๆของผู้ใหญ่ อาศัยอิทธิพลทางบวกของบรรดาเพื่อน และการอยู่ด้วยกันเป็นชุมชนใหญ่ของชุมชนในพระศาสนจักร”
    การเป็นพยานของพระคัมภีร์ เพื่อให้พระวาจาของพระเจ้าเป็นพยานถึงตนเอง มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับการเป็นพยานชีวิตของบรรดาผู้มีความเชื่อ การเป็นพยานแบบหนึ่งครอบคลุมและนำไปหาการเป็นพยานอีกแบบหนึ่ง การเป็นพยานด้วยชีวิตคริสตชนสื่อพระวาจาที่พระคัมภีร์เป็นพยาน ในทางกลับกัน พระคัมภีร์ก็ทำให้การเป็นพยานที่คริสตชนต้องแสดงออกด้วยชีวิตปรากฏเด่นชัด ดังนี้ ผู้ที่พบกับพยานน่าเชื่อถือของพระวรสารจึงมีประสบการณ์ว่าพระวาจาของพระเจ้ามีประสิทธิภาพในชีวิตของผู้ที่รับพระวาจานั้น

98.    ในเมื่อการเป็นพยานชีวิตและพระวาจามีความสัมพันธ์ระหว่างกันเช่นนี้ เราจึงเข้าใจข้อความที่สมเด็จพระสันตะปาปาเปาโลที่ 6 ตรัสไว้ในสมณลิขิตเตือน Evangelii nuntiandi. ความรับผิดชอบของเราไม่เพียงแต่เตือนให้โลกแบ่งปันทรัพยากรที่มีร่วมกันเท่านั้น แต่ยังต้องทำให้พระวาจาของพระเจ้าได้รับการประกาศอย่างชัดเจนด้วย วิธีนี้เท่านั้นจะทำให้เราซื่อสัตย์ต่อพระบัญชาของพระคริสตเจ้าได้ “ข่าวดีที่ได้รับการประกาศโดยการเป็นพยานด้วยชีวิตนั้น เร็วหรือช้า จะต้องถูกประกาศโดยชีวิตแทนคำพูด การประกาศข่าวดีแท้จริงจะมีขึ้นไม่ได้ ถ้าพระนามและคำสั่งสอน พระชนมชีพและพระสัญญา พระอาณาจักรและธรรมล้ำลึกของพระเยซูชาวนาซาเร็ธ พระบุตรของพระเจ้า ไม่ได้รับการประกาศด้วย”  
    การประกาศพระวาจาของพระเจ้าที่เรียกร้องให้มีการดำเนินชีวิตเป็นพยานด้วยนั้นมีอยู่ตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว พระคริสตเจ้าเองทรงเป็นพยานที่ซื่อสัตย์และตรัสความจริง (เทียบ วว 1:5; 3:14) ทรงเป็นพยานถึงความจริง (เทียบ ยน 18:37) ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงอยากจะบอกให้ท่านทั้งหลายรู้เรื่องการเป็นพยานยืนยันมากมายที่ข้าพเจ้ามีโอกาสได้ยินได้ฟังในระหว่างการประชุมสมัชชา ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจที่ได้ฟังเรื่องราวของผู้ที่ได้รักษาความเชื่อและเป็นพยานยืนยันถึงพระวรสาร แม้ภายใต้ระบอบการปกครองที่ต่อต้านคริสตศาสนาหรือในสภานการถูกเบียดเบียน
    เรื่องราวเหล่านี้ทั้งหมดต้องไม่ทำให้เรามีความกลัว พระเยซูเจ้าเองเคยตรัสแก่บรรดาศิษย์แล้วว่า “ผู้รับใช้ย่อมไม่เป็นใหญ่กว่านายของตน ถ้าเขาเบียดเบียนข่มเหงเรา เขาก็จะเบียดเบียนข่มเหงท่านทั้งหลายด้วย” (ยน 15:20) ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงอยากขับร้องสรรเสริญพระเจ้าพร้อมกับทั่วพระศาสนจักร สำหรับการเป็นพยานยืนยันของพี่น้องชายหญิงจำนวนมาก ซึ่งในสมัยของเราได้อุทิศชีวิตเพื่อแสดงให้ทุกคนรู้ความจริงของความรักที่พระเจ้าทรงมีต่อเรา และทรงเปิดเผยให้เราเห็นความรักนั้นในพระคริสตเจ้าผู้ทรงถูกตรึงบนไม้กางเขน และทรงกลับคืนพระชนมชีพ นอกจากนั้น ข้าพเจ้ายังขอบใจแทนทั่วพระศาสนจักรต่อบรรดาคริสตชนที่ไม่ได้ยอมแพ้ต่ออุปสรรคต่างๆและการเบียดเบียนเพราะพระวรสาร พร้อมกันนี้ ข้าพเจ้ายังขอแสดงความรักและร่วมใจเป็นหนึ่งเดียวกับบรรดาผู้มีความเชื่อของกลุ่มคริสตชนต่างๆ โดยเฉพาะในทวีปเอเซียและแอฟริกา ซึ่งในปัจจุบันนี้ต้องเสี่ยงชีวิตหรือถูกกีดกันจากสังคมเพราะความเชื่อในพระคริสตเจ้า ที่นี่เราเห็นจิตวิญญาณความสุขแท้จริงตามพระวรสารในผู้ที่ถูกเบียดเบียนเพราะพระเยซูคริสตเจ้า (เทียบ มธ 5:11) ในโอกาสนี้เรายังขอร้องให้รัฐบาลของชาติต่างๆรับประกันอิสรภาพในความคิดและการนับถือศาสนา รวมทั้งการแสดงความเชื่อถือของตนได้อย่างเปิดเผยด้วย