^Back To Top

  • 1 1
    แนวทางปฏิบัติในเทศกาลมหาพรต
  • 2 2
    จำศีลอดอาหาร การอดอาหารหรืออดสิ่งจำเป็นเล็กน้อยในชีวิตก็เป็นการร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับพี่น้องของเราที่กำลังอดอยาก ขาดอาหารบริโภค ขาดความสะดวกสบายที่จำเป็นสำหรับชีวิต ที่สำคัญที่สุด คือ อดใจไม่ทำบาป
  • 3 3
    ทำกิจเมตตา เหตุผลอีกอย่างหนึ่งของการจำศีลอดอาหารในเทศกาลมหาพรตก็เพื่อเราจะได้มีโอกาสแบ่งปันอาหารแก่ผู้ที่หิวโหย เราอดออมเงินส่วนหนึ่ง จากการซื้ออาหารหรือขนมไว้เพื่อมอบให้แก่ผู้ที่มีอาหารไม่เพียงพอ การทำดังนี้ เป็นการตอบรับเสียงเรียกของพระเยซูเจ้าที่บอกเราให้เลี้ยงอาหารผู้หิวโหย เยี่ยมเยียนผู้เจ็บป่วย และปลอบโยนผู้ที่อยู่ในความโศกเศร้า
  • 4 4
    ภาวนา การภาวนามีความสำคัญยิ่งในเทศกาลมหาพรต เพราะทำให้เราได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าจากความจริงแห่งการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเจ้าเพื่อเรา เราจึงควรสรรเสริญสดุดีพระองค์ พระเยซูภาวนาบ่อยๆ เพราะพระองค์เป็นบุตรของพระเจ้า และมีความต้องการจะสัมพันธ์กับพระบิดา
  • 5 5
    เราก็เช่นกัน เราต้องภาวนาไม่ใช่เพราะมีคนอื่นบอก หรือเพราะมีกฎบังคับ เราภาวนาเพราะมีความสำนึกว่าเราเป็นบุตรของพระเจ้าซึ่งต้องการมีความสัมพันธ์กับพระบิดา

www.kamsonbkk.com

1. ผู้รับใช้สิบคนที่รับเงินไปทำทุน

1. ผู้รับใช้สิบคนที่รับเงินไปทำทุน (ลก 19:11-27 เทียบ มธ 25:14-30)

คำอธิบาย
อุปมาเรื่องนี้  พระเยซูเจ้าได้ทรงเล่าให้สานุศิษย์และผู้ที่เดินตามพระองค์อย่างซื่อสัตย์ฟัง  ขณะที่พระองค์เสด็จไปกรุงเยรูซาเลมเป็นครั้งสุดท้าย  พระองค์ได้เสด็จลงมาจากแคว้นกาลิลีไปยังลุ่มแม่น้ำจอร์แดนและได้กระทำอัศจรรย์ ที่เมืองเยรีโค พระองค์ได้ทรงรักษาคนตาบอด และได้เข้าไปเยี่ยมบ้านของศักเคียส คนเก็บภาษีที่ใครๆ ต่างก็สบประมาท    และได้ประกาศว่าศักเคียสเป็นบุตรของอับราฮัมด้วย  เพราะฉะนั้น  พระองค์ควรจะสนพระทัยต่อเขาด้วย  การทำเช่นนี้  ทำให้พวกที่ติดตามพระองค์รู้สึกแปลกใจ  เพราะเขาเข้าใจว่า  อาณาจักรสวรรค์ของพระเมสสิยาห์นั่นไม่มีที่สำหรับคนบาปและคนเก็บภาษี พระองค์ทรงเล่าอุปมาเรื่องนี้  เพื่อจะได้แก้ความผิดระหว่างผู้ที่ติดตามพระองค์ที่ปรารถนาให้พระองค์ปกครองพวกเขา  แต่ความนึกคิดของพวกเขา และในเวลาเดียวกันก็ทรงมีพระประสงค์ที่จะแก้ความผิดของพวกศัตรูของพระองค์ซึ่งไม่มีความประสงค์จะให้พระองค์ปกครองพวกเขาเลย

บุรุษตระกูลสูงผู้หนึ่งออกเดินทางไปแดนไกลเพื่อรับตำแหน่งกษัตริย์ เรื่องที่พระเยซูเจ้าได้ทรงเล่านี้ก็คุ้นหูผู้ฟังมากในสมัยนั้น  เพราะว่าประเทศปาเลสไตน์และประเทศตะวันออกกลางในสมัยนั้นเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิโรมัน อำนาจตามเมืองขึ้นมักจะเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอเมื่อพระราชาสิ้นพระชนม์  มงกุฎราชกุมารจะต้องเดินทางไปกรุงโรมเพื่อขอให้ทางโรมแต่งตั้งตนเป็นกษัตริย์ปกครองสืบต่อจากพระราชบิดา  และบางครั้งในเรือลำเดียวกันนั่นแหละ  ผู้โดยสารมักจะเป็นผู้ที่อ้างว่าตัวเองมีสิทธิ์จะขึ้นครองราชย์  ในอุปมา  ผู้ที่อ้างสิทธิ์เป็นเชื้อพระวงศ์ซึ่งหมายถึงพระเยซูเจ้าเอง พระองค์ก็เสด็จเดินทางไปไกล  หมายความว่า กว่าพระองค์จะได้ครองราชย์ต้องใช้เวลานานมาก  เท่ากับบอกว่าอาณาจักรสวรรค์ของพระเมสสิยาห์ไม่ใช่จะมาถึงในอนาคตอันใกล้ตามที่ชาวยิวหลายคนเคยฝันเอาไว้
เขาเรียกผู้รับใช้สิบคนเข้ามา  เขาก็ได้ให้เงินปอนด์  และสั่งพวกเขาว่าจงค้าขายจนกว่าเราจะกลับ  เลข  10 มักจะหมายถึงจำนวนทั้งหมด  ในที่นี้หมายถึงคนใช้หรือผู้ติดตาม  ซึ่งเป็นพวกที่ตรงกันข้ามกับพวกศัตรูที่กล่าวถึงในข้อต่อไป  ขุนนางผู้นั้นได้แจกจ่ายทรัพย์สมบัติให้พวกเขา  เพื่อให้พวกเขานำไปใช้ประโยชน์ในเวลาที่เขาไม่อยู่  จำนวน 1 ปอนด์  มีค่าแรงงานคนงาน 100 วัน  เพราะฉะนั้น  คนใช้ทุกคนจะต้องรับผิดชอบในการใช้เงินนั้น
แต่ชาวเมืองเกลียดชังเขา  ในประวัติศาสตร์  เรามักจะพบตัวอย่างเสมอว่า  เมื่อคนใดคนหนึ่งต้องการบัลลังก์ก็มักจะมีคนบางพวกที่สนับสนุน  และบางพวกก็ไม่เห็นด้วย  เทียบปฏิปักษ์ของพระเยซูเจ้า  คือ  ชาวฟาริสีและบรรดาผู้นำของชาวยิว  เพราะพวกเขาได้เลือกจักรพรรดิโรมันเป็นกษัตริย์ แทนที่จะเลือกพระเมสสิยาห์  พระเยซูเจ้าซึ่งพระเป็นเจ้าได้ส่งมาในโลกนี้
แต่เขาก็ยังได้รับตำแหน่งกษัตริย์แล้วกลับมา กว่าจะได้ตำแหน่งนี้  เวลาก็ผ่านไปนานเพราะว่าเขาเดินทางไกล  และทางด้านคนใช้ก็ได้ใช้เงินให้เป็นประโยชน์  เมื่อเขาได้เป็นกษัตริย์แล้ว เขาก็จะปูนบำเหน็จรางวัลให้แก่ผู้ที่สนับสนุนเขาและจะลงโทษพวกกบฏ
สั่งให้ไปเรียกผู้รับใช้ที่เขามอบเงินให้ไว้มาพบ  เขาเรียกพวกที่ซื่อสัตย์เข้ามาก่อน  แต่ละคนจะต้องรายงานในกิจการของตน  พระองค์ประทานเงินให้ก็เพื่อจุดประสงค์  ดังนั้น  พระองค์ก็ต้องการทราบว่าทุกคนได้ทำตามจุดประสงค์หรือไม่
นายขอรับ เงินที่ท่านให้ไว้ ทำกำไรได้สิบเท่า  คนใช้ได้คืนเงินทั้ง 10 ปอนด์  ให้แก่นายของตนทั้งหมดโดยไม่ได้เรียกร้องอะไรไว้สำหรับตนเองเลย  แต่นายก็เห็นน้ำใจและความสามารถของเขา  และได้ประทานรางวัลแก่เขา
ดีแล้ว เจ้าเป็นผู้รับใช้ที่ดี เพราะเจ้าซื่อสัตย์ในเรื่องเล็กน้อย  เจ้าจงมีอำนาจปกครองเมืองสิบเมืองเถิด  พระเจ้าแผ่นดินองค์ใหม่นี้ต้องการผู้ปกครองสำหรับเมืองต่างๆ ในราชอาณาจักรของพระองค์  พระองค์ได้ทรงเลือกจากคนที่ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นผู้ซื่อสัตย์และมีความสามารถในการทำงานระหว่างที่พระองค์ไม่อยู่  และพระองค์จะทรงปูนบำเหน็จรางวัลให้แก่เขาตามความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย  แต่ว่ารางวัลนั้นเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่จริงๆ
คนที่สองเข้ามา รายงานว่า นายขอรับ เงินที่ท่านให้ไว้ ทำกำไรได้ห้าเท่า  กำไรที่คนที่สองทำให้แก่นายนั้นเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของคนแรก  อย่างไรก็ดี  กำไรนั้นก็เป็นผลของความพยายามของเขา  และเขาก็ได้รับรางวัลตามอัตราส่วน
อีกคนหนึ่งเข้ามารายงานว่า นายขอรับ เงินที่ท่านให้ไว้อยู่นี่ ข้าพเจ้าเอาผ้าห่อเก็บไว้ คนใช้ที่สามนี้ไม่ได้ทำตามคำสั่งที่นายได้สั่งไว้  เขาได้เก็บไว้เฉยๆ ไม่ได้ใช้มันให้เกิดประโยชน์แต่อย่างไรเลย ระหว่างที่พระราชาไม่อยู่ เขาติดธุระกับเรื่องของเขา และไม่มีเวลาทำงานให้พระราชาเลย  ข้อแก้ตัวของเขาก็ฟังไม่ขึ้น  ผมกลัวว่าพระองค์เคร่งครัด  แต่พระราชาได้ตรัสตอบว่า  ถ้าเจ้ากลัวเราจริงๆ เจ้าก็คงจะทำงานเต็มกำลังความสามารถ  ยิ่งกว่านั้น  ดูเหมือนเขาจะกล่าวหาพระราชาด้วยว่า พระองค์ไม่สู้จะยุติธรรมเท่าไร  เพราะ  “พระองค์ทวงแม้ไม่ได้ฝาก  และเก็บเกี่ยวแม้ไม่ได้หว่าน” แน่นอนเป็นคำพูดข้ออ้างที่ไม่ตรงกับความจริง  เพราะตามความจริง  พระองค์ทรงยุติธรรม  และทรงพระทัยดีด้วย  เพราะคนใช้ที่รับผิดชอบนั้น  พระองค์ได้ปูนบำเหน็จรางวัลให้มากมาย  การที่เขาไม่ใช้เงินที่ได้รับมอบหมายให้เป็นประโยชน์  อาจจะเป็นเพราะว่าเขาเกียจคร้าน  หรือเพราะคิดว่านายคงจะไม่ได้เป็นพระเจ้าแผ่นดินก็ได้  เพราะเหตุนี้เอง  พระราชาจึงได้เอาเงินคืน  และไม่ได้ให้ตำแหน่งอะไรแก่เขา  เนื่องจากเขาไม่ซื่อสัตย์และไม่รู้จักรับผิดชอบต่อสิ่งที่เขาได้รับมอบหมาย
นายขอรับ เขามีเงินมากอยู่แล้ว คนที่อยู่ใกล้เคียงรู้สึกประหลาดใจที่พระราชาทรงพระทัยดีเพิ่มเงินอีก 1 ปอนด์  ให้แก่ผู้ที่มี 10 ปอนด์  อยู่แล้ว  แต่พระราชาก็ทรงพอพระทัยทำเช่นนั้น  เพราะทรงตระหนักดีว่าคนใช้คนแรกนั้นรู้จักรับผิดชอบ  และได้พิสูจน์แล้วว่าเขาได้เสียสละและได้ทำงานเพื่อนายของตนอย่างเต็มกำลังความสามารถ เขาเป็นคนใจกว้างต่อนาย  เพราะฉะนั้น  นายก็ย่อมจะใจกว้างต่อเขาด้วย
ส่วนพวกศัตรูของข้าที่ไม่ต้องการให้ข้าเป็นกษัตริย์ จงพามาที่นี่และประหารเสียต่อหน้าข้า  เมื่อได้ตัดสินผู้ที่ติดตามหรือคนใช้ของพระองค์แล้ว  พระองค์ก็หันมาคิดบัญชีกับพวกที่ตั้งตัวเป็นศัตรูของพระองค์อย่างเปิดเผย ในฐานะที่พวกเขาเป็นกบฏ ตามธรรมเนียมในสมัยนั้นพวกเขาจะต้องถูกประหารต่อหน้าพระราชา  ในอุปมา  พวกกบฏก็คือชาวฟาริสีและพวกหัวหน้าชาวยิวซึ่งละทิ้งพระเยซูเจ้า  ไม่ยอมรับว่าพระองค์ก็คือพระเมสสิยาห์  การที่กรุงเยรูซาเลมถูกทำลายใน  ค.ศ. 70  นั้น  เป็นการเริ่มต้นแห่งหายนะที่ชาวยิวได้รับเท่านั้น  ในฐานะที่พวกเขาละทิ้งพระเยซูเจ้า  ภัยพิบัติที่น่ากลัวมากกว่านั้นมากมายนักกำลังรอคอยเขาอยู่ในวันพิพากษาประมวลพร้อม

คำสอน
พระเยซูเจ้าทรงเล่าอุปมาเรื่องนี้เพื่อจะสอนทั้งผู้ติดตามพระองค์และศัตรูของพระองค์ด้วย  สำหรับผู้ติดตามพระองค์นั้น  พวกเขาต้องเข้าใจด้วยว่าอาณาจักรสวรรค์ที่พระองค์ทรงสถาปนาขึ้นนั้น  ไม่ใช่เป็นอาณาจักรสวรรค์ชั่วคราวในโลกนี้  และที่ว่าสำเร็จไปในอนาคตอันใกล้  ซึ่งในอาณาจักรสวรรค์นั้นจะมีสันติสุขและไม่ต้องการความพยายามจากพวกเขา  ตรงข้ามอาณาจักรสวรรค์นั้นจะสำเร็จครบครันในอนาคตอันไกลและคนที่บรรลุถึงอาณาจักรสวรรค์นั้นจะต้องพร้อมที่จะเสียสละ และจะต้องพยายามเต็มความสามารถเพื่อจะได้มาซึ่งอาณาจักรสวรรค์นั้น  สำหรับพวกศัตรู  พระองค์ทรงพระประสงค์ที่จะสอนเขาว่า  แม้ว่าพวกเขาจะสบประมาทและละทิ้งพระองค์  พระองค์ก็จะทรงครองราชย์และเป็นพระราชาปกครองพวกเขาอยู่นั่นเอง  และถ้าหากว่าพวกเขายังขืนดื้อและเป็นกบฏต่อพระองค์สืบไป  พวกเขาก็จะถูกขจัดออกจากอาณาจักรสวรรค์และจะต้องโทษตลอดนิรันดร คำสอนของพระเยซูเจ้าเหมาะสำหรับพวกเราในสมัยนี้ด้วย  ในขณะนี้มนุษย์เรามีทั้งต้อนรับพระเยซูเจ้าและสมัครเป็นศิษย์ของพระองค์  และมีทั้งศัตรูที่คอยต่อสู้กับพระองค์  และในท่ามกลางพวกที่ติดตามพระองค์ก็มีบางพวกที่มีใจร้อนรน  และบางพวกก็เป็นคริสตชนแต่ชื่อเท่านั้น  พวกเขาต้องการทำอะไรตามใจโดยไม่คำนึงว่าจะเป็นบาปหรือไม่  พวกเขามีความภาคภูมิในฐานะที่เป็นมนุษย์  คิดว่ามนุษย์เรามีความสามารถทำได้สารพัด  ไม่ต้องการความช่วยเหลือจากพระเป็นเจ้า  พวกเขามีความจองหองมากเกินไป  และไม่สามารถจะแสดงคารวะต่อพระเป็นเจ้าได้  พวกเขาไม่เชื่อในพระองค์  และไม่เชื่อว่าพระองค์ทรงเป็นผู้พิพากษาสักวันหนึ่ง พวกเขากล้าที่จะขัดเสียงตักเตือนของมโนธรรมที่พระเป็นเจ้าได้ทรงมอบให้
สำหรับผู้ที่สมัครเป็นศิษย์ของพระเยซูเจ้า  อุปมาเรื่องนี้ก็ให้ความบรรเทาและกำลังใจ  ทางสวรรค์นั้นดูเหมือนจะยากและเต็มไปด้วยอุปสรรคต่างๆ การต่อสู้กับปีศาจกับคนใจโลกและตัวเอง  ดูเหมือนจะไม่จบสิ้นกันได้ง่ายๆ ถึงกระนั้นก็ดี  พระเป็นเจ้าก็ได้ทรงโปรดประทานพระหรรษทานที่พอเพียงสำหรับสานุศิษย์ของพระองค์ พระองค์สัญญาว่า เราจะได้ชัยชนะถ้าหากเรายอมตายพร้อมกับพระองค์  ขอให้เราคิดถึงวันพิพากษา  และเราจะมีกำลังใจที่จะปรนนิบัติพระองค์อย่างซื่อสัตย์ เพราะพระองค์กำลังเตรียมรางวัลมหาศาลรอคอยเราอยู่แล้ว
สำหรับผู้ที่เป็นคริสตชนแต่ชื่อ  อุปมาเรื่องนี้ก็เตือนเขาเช่นเดียวกัน  กล่าวคือ  เพื่อจะเอาตัวรอดไปสวรรค์นั้น  การเป็นคริสตังแต่ชื่อไม่เป็นการเพียงพอเลย  เขาจะต้องปฏิบัติตนให้สมกับศิษย์ของพระคริสตเจ้าอย่างแท้จริง  ความสุขชั่วนิรันดรนั้นเป็นรางวัลตอบแทนคุณงามความดีในโลกนี้  การแก้ตัวแบบคนใช้ที่สามก็ยังคงมีอยู่ในขณะนี้  เช่นว่า  พระเป็นเจ้าทรงเคร่งครัดเกินไปบ้าง  พระองค์ทรงเรียกร้องจากเรามากเกินไปบ้าง  ฯลฯ  ขอให้เราสำนึกเสมอว่า  พระเป็นเจ้าทรงเป็นบิดาผู้ทรงพระทัยเมตตาและทรงสนพระทัยต่อความสุขของเรา  พระองค์จะไม่ทรงเรียกร้องให้เราเสียสละมากจนเกินไป  แม้พระองค์จะทรงสอนเราให้เดินทางกางเขนก็ตาม  และให้เราคิดเสมอว่า  ขณะที่เรากำลังรับใช้พระเป็นเจ้า  เราก็กำลังเตรียมรางวัลให้กับตัวเราเอง  และรางวัลที่พระองค์จะทรงประทานให้นั้น  ประเสริฐและคุ้มค่าจริงๆ  ถ้าหากเราจะเปรียบเทียบกับความเสียสละแต่เพียงเล็กน้อยของเราเอง

คำสอนออนไลน์ ศีลศักดิ์สิทธิ์

7 Sacraments ๒๐๐๓๑๖ 0010 resize

Pope Report คำสอน บทเทศน์

pope report francis

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

เอกสารฉลอง 350 ปี

350

พระวาจาประจำวัน

word of God 2

เว็บไซต์คาทอลิก

bkk


sathukarnlogo


haab


becthailand


santikham


pope report-francis


bannerpope


cc_link2011


0002


thaicatholicbible


mass


bnbec


facebook

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
11677
13975
25652
379244
433233
17048844
Your IP: 34.239.172.52
2020-03-30 23:57

สถานะการเยี่ยมชม

มี 94 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

 

แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
122/8 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทร. 095-953-3070,  02-681-3850   Email: ccbkk@catholic.or.th   Line_ID: kamsonbkk