foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2019

IMG resize 2019

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

เอกสารฉลอง 350 ปี

350

พระวาจาประจำวัน

word of God 2

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
10154
16112
10154
290585
368105
14165093
Your IP: 34.204.189.171
2019-10-20 14:17

สถานะการเยี่ยมชม

มี 763 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

พระเยซูเจ้า (Jesus)
     พระเยซูเจ้าทรงเป็น “พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต” (มธ. 16.16) ทรงสิ้นพระชนม์และทรงกลับคืนพระชนมชีพ ในรัชสมัยของกษัตริย์เฮโรดและจักรพรรดิ์ซีซาร์ ออกัสตัส พระเยซูเจ้าทรงเป็นผู้รับใช้ที่ทนทุกข์ทรมาน “ผู้ทรงมอบชีวิตของตนเป็นสินไถ่เพื่อมวลมนุษย์” (มธ. 20.28)
ชีวประวัติพระเยซูเจ้าตามพระคัมภีร์
  -  เป็นบุตรพระเจ้าที่ทรงลงมาบังเกิดในครรภ์พระนางมารีย์ โดยมีนักบุญยอแซฟ เป็นบิดาเลี้ยง (ลก.4:22, มธ.13:55, มก.6:3, ยน.19:25-28)
-    ทรงเป็นช่างไม้ (มก.6:3, มธ.13:55)
-     ทรงมีเชื้อสายกษัตริย์ดาวิด (ลก.20.41-45, 3:23-38, มธ.15.22, 9:27, 1:1-16)
-      ประสูติ ณ ตำบลเบธเลแฮม ในถ้ำเลี้ยงสัตว์ (ลก.2.1-7)
-     ประสูติจากสาวพรหมจารี (พระนางพรหมจารีมารีย์) (ลก.1.26-38 มธ.1.18-25)
-    เป็นชาวนาซาเร็ธ (ลก.2.39-40, 4.16)

-     เป็นพระศาสดาสอนศาสนา (ประกาศก) (ลก.3.23 มธ.4.17)
-      บุคคลิกภาพของพระองค์ สุภาพ ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย (มธ.8.20) อ่อนหวาน (มธ.11.29) ไม่นิยมความรุนแรง (ลก.9.51) เมตตากรุณา
-    รักคนบาป คนจนเป็นพิเศษ (ลก.7.36-50, 13.10-17,15.1-8 มก.2.13-17,8.1-10) ยุติธรรม (มธ.17.24-27) ร้อนรนในพระศาสนา (ยน.2.13-21)
-    ฉลาด ปฏิภาณดีเยี่ยม (มก.12.13-17, ยน.8.1-11) กล้าประณามคนทำผิดแม้ระดับชั้นหัวหน้า (มก.12.38-40, ลก.13.31-33, มธ.23.1-36)
-     สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน  (มธ.26.47-27.61)
-    กลับคืนชีพ (มธ.28.1-10, มก.16.1-18, ลก.24.1-12, ยน.20.1-11)
    พระเยซูเจ้า ซึ่งเป็น "อาดัมใหม่" ทรงไถ่กู้เราให้พ้นจากการสาปแช่งของธรรมบัญญัติ…พระพรที่อับราฮัมได้รับจะได้ผ่านทางพระเยซูคริสตเจ้าไปถึงคนต่างศาสนาด้วย เพื่อเราจะได้รับพระจิตเจ้าตามพระสัญญา โดยอาศัยความเชื่อ" (กท.3.12.14) นั่นคือ บาป "อยู่" ในมนุษยชาติ (รม. 7.14-24) ความตายซึ่งเป็นผลของบาปได้เข้ามาในโลกเพราะความไม่เชื่อฟังของอาดัมเก่า (ปชญ. 2.24) นักบุญเปาโลสรุปว่า อาดัมคนแรกนำไปสู่ความตาย ส่วนพระคริสตเจ้า ("อาดัมคนที่สอง – รม.5.15-19 / 1 คร. 15.21,25)  มาชดเชยบาปของมนุษยชาติโดยเป็นพระผู้ไถ่กู้และหัวหน้าคนใหม่ เป็นแบบอย่างที่พระเจ้าทรงพอพระทัย รม. 8.29 / 2 คร. 5.17)
นักบุญเปาโลได้สอนถึงการเป็นทาสของธรรมบัญญัติ (บทบัญญัติของโมเสสที่ใช้สำหรับชาวยิวสมัยปลดแอกจากอียิปต์) "ไม่มีผู้ใดเป็นผู้ชอบธรรมเฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้าได้เพราะธรรมบัญญัติ"
    ส่วนพระเยซูเจ้า ซึ่งเป็น "อาดัมใหม่" ทรงไถ่กู้เราให้พ้นจากการสาปแช่งของธรรมบัญญัติ…พระพรที่อับราฮัมได้รับจะได้ผ่านทางพระเยซูคริสตเจ้าไปถึงคนต่างศาสนาด้วย เพื่อเราจะได้รับพระจิตเจ้าตามพระสัญญา โดยอาศัยความเชื่อ" (กท.3.12.14)
    พระเยซูเจ้าทรงเป็นอาดัมใหม่ ที่เปิดสวรรค์แก่มนุษย์ หลังจากที่อาดัมเก่าได้นำบาปกำเนิดมาสู่โลก พระเจ้าทรงสร้างอาดัมเก่าให้มี
พระฉายาลักษณ์ของพระองค์ ให้ปรารถนาความจริงและความดี มีชีวิต มีวิญญาณ ต่อมา อาดัมสูญเสียความศักดิ์สิทธิ์ที่สมบูรณ์ และความเป็นหนึ่งกับพระเจ้า อยู่ในสภาพบาปกำเนิด สภาพนี้สืบทอดมายังมนุษยชาติ (คำสอนพระศาสนจักร) "อาดัมไปกินผลไม้แห่งความรู้ดีรู้ชั่ว …มนุษย์ยังไม่มีวิวัฒนาการที่จะรู้ว่าอะไรดี อะไรชั่ว   เป็นความทุกข์เกิดขึ้นใหม่  คือเป็นปัญหาทางจิตใจ  ปัญหาเกิด แก่ เจ็บ ตาย"
พระเยซูเจ้าทรงเป็นอาดัมใหม่ เพื่อเป็นแบบอย่างให้มนุษย์เลียนแบบ เป็น "มนุษย์ใหม่"ด้านจิตวิญญาณ.  "ความทุกข์เกิดขึ้นมาในใจมนุษย์ เพราะมนุษย์ไปยึดถือความดีและความชั่วตามความเข้าใจของตน กลัวความชั่วจนทำอะไรไม่ถูก…กลัวจะถูกหาว่า เป็นคนชั่ว…ความยึดมั่นในเรื่องดีชั่ว เป็นเหตุให้เกิดความอยาก จึงควรเพิกถอนบุญและบาป อยู่เหนือกรรรมดีกรรมชั่ว..  พระเจ้าไม่ให้มนุษย์กินผลไม้แห่งความรู้ดีชั่วนั้น มีความหมายว่า ต้องการไม่ให้มนุษย์เข้าไปเกี่ยวข้องกันเข้ากับรากฐานของความทุกข์ ซึ่งมีค่าเท่ากับความตายทางวิญญาณ…เรียกการกินผลไม้นี้ว่า การสร้างบาปกำเนิด (original sin) ของมนุษย์ เป็นจุดเริ่มแรกที่มนุษย์เริ่มถลำเข้าไปในบาป และสืบเนื่องมาจนบัดนี้…การถ่ายทอดความหลง (โมหะ) อย่างไม่รู้ตัว"(เทียบ ปฐก.3.24) 
    พระเยซูเจ้าได้ตรัสถึงการปฏิบัติเพื่อเข้าถึงชีวิตนิรันดรเป็นการกินผลไม้แห่งชีวิต ซึ่งพระเจ้าไม่ให้อาดัมเก่ากิน ถึงกับขับไล่เขาออกจากสวน …พระเจ้าทรงอยู่เหนือความชั่วและความดี  สำหรับมนุษย์ที่ยังไม่เข้าถึงพระเจ้า ย่อมทนต่อสภาวะทุกข์ไม่ไหว ย่อมจะเลือกเอาแต่ส่วนที่ถูกใจตน และไม่ยอมรับส่วนที่ตรงกันข้าม….
พระเยซูเจ้ามี 4 ลักษณะ คือ
1.พระเยซูเจ้าทรงเป็นบุตรดาวิด นักบุญมัทธิวกล่าวถึงลำดับพระวงศ์ของพระเยซูเจ้าเป็นเรื่องแรกเพื่อแสดงว่า พระเยซูเจ้าทรงสืบจากราชวงศ์กษัตริย์ดาวิด โดยเป็นบุตรบุญธรรมของโยเซฟซึ่งสืบเชื้อสายจากราชวงศ์กษัตริย์ โยเซฟเป็นบิดาของพระเยซูเจ้าตามนิตินัยเท่านั้น 
2.พระเยซูเจ้าทรงเป็นผู้เผยพระวจนะ   (สอนเรื่องความสุขแท้ 8 ประการ /สอนเรื่องการรับพระวาจาไปปฏิบัติ – มธ. 13.57/ สอนเรื่องการเสียสละ –มธ. 5.4-10 / สอนเรื่องเมตตา - 5.39-40  / การเป็นศิษย์  มก.1.17/ มก.2.14)
3.พระเยซูเจ้าทรงเป็นบุตรพระเจ้า   "โยเซฟ โอรสกษัตริย์ดาวิด อย่ากลัวที่จะรับมารีย์มาเป็นภรรยาของท่านเลย เพราะเด็ก (พระเยซูเจ้า) มาเป็นภรรยาของท่านเลย เพราะเด็กที่ปฏิสนธิในครรภ์ของนางนั้นมาจากพระจิตเจ้า" (มธ. 1.20)
4.พระเยซูเจ้าเป็นพระเจ้า "เยซู" (ภาษาฮีบรูว่า "เยโฮชูวา") แปลว่า "พระยาเวห์ทรงช่วยให้รอดพ้น"
5. พระเยซูเจ้าทรงเป็น "พระวาจาทรงชีวิต" พระเยซูเจ้าทรงเป็นผู้ประกาศคำสอนแทนพระบิดา และเป็นผู้ไถ่บาปของมนุษย์ทั้งหลายด้วยชีวิตของพระองค์เอง เพื่อให้มนุษย์พ้นจากบาปกำเนิดจนเข้าถึงพระเจ้าหรือชีวิตนิรันดร
6.พระเยซูเจ้าทรงเป็นแบบอย่างของมนุษย์สมบูรณ์ที่ดำเนินชีวิตอาศัยพระพรของพระจิต ทำให้พระสัญญาที่จะประทานความรอดพ้นแก่มนุษย์สำเร็จไป (คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก ข้อ 7-9) "ผู้ที่เชื่อในพระบุตรของพระเจ้า (ยน 3.15) ก็กลายเป็นบุตรของพระเจ้าด้วย (มธ. 5.9/ มธ.6.9 /รม. 8.14/ กท. 3.26 /1 ยน. 3.1)
7.ในการบรรยายแบบบุคลาธิษฐาน "พระเยซูเจ้าทรงเป็นพระบุตรเพียงองค์เดียว (ยน. 3.16-18)   ทรงเป็นที่รักของพระบิดา  (ยน. 15.6 / ยน.17.23) ทรงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพระบิดาอย่างสมบูรณ์ (ยน. 10.30-38) ทรงรู้จักกันและรักกัน (ยน. 10.15/มธ. 11.27)