แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ

CATECHETICAL CENTER OF BANGKOK ARCHDIOCESE

thzh-CNenfritjako

eb0cc16e7db9cda75c1dabd57609e4ce

ซ่อนอยู่หลังหน้ากาก

 

เรื่อง เป็นตัวของตัวเอง

พระคัมภีร์ สดุดี 139:1-6

ภาพรวม ให้เด็กๆ ทำหน้ากากและเรียนรู้ว่าพระเจ้ารักเขาอย่างที่เขาเป็น

อุปกรณ์ ถุงกระดาษที่ใหญ่พอสวมศีรษะเด็กได้เท่าจำนวนเด็ก กรรไกร ปากกาเส้นใหญ่

 

ประสบการณ์

  • แจกถุงกระดาษ ปากกาเส้นใหญ่และกรรไกรให้เด็กแต่ละคนทำหน้ากากและระบายสีให้สวยงาม เมื่อเสร็จแล้วให้ทุกคนใส่หน้ากากที่ตนทำ และให้เด็กๆ เดินทักทายกัน ด้วยคำถามว่า “สวัสดี เธอรู้ไหมฉันคือใคร” ให้เด็กแต่ละคนนับจำนวนว่ามีกี่คนที่จำเขาได้ทั้งๆ ที่เขาสวมหน้ากาก (ให้เวลา 2 นาที)

 

การตอบรับ หลังจาก 2 นาที ให้เด็กๆ นั่งเป็นวงกลมและให้ถอดหน้ากากออก

 

ครูถามเด็ก

  • มีกี่คนที่จำเธอได้แม้เธอจะใส่หน้ากาก
  • ในชีวิตจริง เธอสวมหน้ากากบ่อยแค่ไหน และแกล้งทำเป็นว่าเธอไม่ได้เป็นอย่างที่เป็นอยู่
  • พระเจ้าทรงเห็นสิ่งที่เราซ่อนอยู่หลังหน้ากากหรือ
  • ทำไมเราจึงเป็นเรื่องยากที่จะเป็นตัวของตัวเองในบางโอกาส เมื่อเราอยู่ต่อหน้าคนอื่นที่เราไม่รู้จัก
  • ให้เราฟังว่าพระคัมภีร์กล่าวไว้อย่างไรเกี่ยวกับการปกปิดตนเอง และปกปิดสิ่งที่เรากระทำต่อพระเจ้า

 

อ่านพระคัมภีร์ สดุดี 139:1-6

ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระองค์ทรงตรวจสอบ และทรงรู้จักข้าพเจ้า

พระองค์ทรงทราบว่าเมื่อใดข้าพเจ้านั่ง เมื่อใดข้าพเจ้าลุกขึ้น พระองค์ทรงเข้าใจความคิดของข้าพเจ้าแม้อยู่ห่างไกล 

พระองค์ทรงตรวจสอบเมื่อข้าพเจ้าเดินทางและหยุดพัก ทรงทราบหนทางทั้งหมดของข้าพเจ้า 

คำพูดแม้เพียงคำเดียวยังไม่ทันหลุดจากปากของข้าพเจ้า

ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระองค์ก็ทรงทราบแล้วว่าข้าพเจ้าจะพูดอะไร 

พระองค์ทรงโอบข้าพเจ้าไว้ทั้งด้านหน้าและด้านหลังพระองค์ทรงวางพระหัตถ์ไว้เหนือข้าพเจ้าแล้ว

ความรู้เช่นนี้ช่างน่าพิศวงเกินกำลังข้าพเจ้า เป็นเรื่องสูงเกินกว่าที่ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้

 

  • เราแกล้งทำว่าเราเป็นในสิ่งที่เราไม่ได้เป็นต่อหน้าพระเจ้าได้หรือ ทำไมพระเจ้าทรงทราบว่าเราเป็นอย่างไร

 

ส่งท้าย

  • ให้เด็กๆ เขียนที่หน้ากากของตนเองว่า “พระเจ้าทรงรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับฉัน และพระองค์ทรงรักฉัน” และให้นำหน้ากากนี้ไปแขวนไว้ในห้องนอน หรือห้องแต่งตัวที่มีกระจก เพื่อเตือนให้เขาเป็นตัวของตัวเอง พระเจ้าทรงรักเขาอย่างที่เขาเป็น