
7. การภาวนาด้วยการนบนอบต่อพระประสงค์ของพระเจ้า
• คําภาวนาของพระเยซูเจ้ามักสอดคล้องกับน้ําพระทัยของพระบิดาเสมอ
• ตัวอย่าง: ในสวนเกทเสมนี พระองค์ทรงภาวนาว่า “อย่าให้เป็นไปตามใจข้าพเจ้า แต่ให้เป็นไปตามน้ําพระทัยของพระองค์” (ลก. 22:42)
• การนบนอบต่อพระประสงค์ของพระเจ้าเป็นสิ่งสําคัญในการวางใจในพระองค์อย่างสมบูรณ์ แม้ในสถานการณ์ที่ยากลําาบาก
การภาวนาด้วยการนบนอบต่อพระประสงค์ของพระเจ้า: ตัวอย่างของพระเยซูเจ้าและการนําไปใช้ในชีวิตของผู้มีความเชื่อ
การภาวนาด้วยการนบนอบต่อพระประสงค์ของพระเจ้าเป็นลักษณะเด่นของความสัมพันธ์ระหว่างพระเยซูเจ้ากับพระบิดา ซึ่งแสดงถึงความไว้วางใจที่สมบูรณ์ ความถ่อมตน และการเชื่อฟัง คําภาวนาของพระเยซูเจ้ามักสอดคล้องกับน้ําพระทัยของพระบิดาเสมอ แม้ในสถานการณ์ที่ท้าทาย ที่สุด สิ่งนี้เป็นตัวอย่างที่ลึกซึ้งสําหรับผู้มีความเชื่อ สอนให้พวกเขาวางใจในแผนการของพระเจ้า และมอบความปรารถนาของตนเองเพื่อให้สอดคล้องกับพระประสงค์อันยิ่งใหญ่ของพระองค์
การนบนอบต่อพระประสงค์ของพระเจ้าในคําภาวนาของพระเยซูเจ้า
1. ในสวนเกทเสมนี
ตัวอย่างที่น่าประทับใจที่สุดของการนบนอบของพระเยซูเจ้า คือคําภาวนาในสวนเกทเสมนี ขณะที่พระองค์เผชิญกับความเจ็บปวดอย่างใหญ่หลวงและการทรมานของการถูกตรึงกางเขน พระองค์ทรงภาวนาว่า: “พระบิดาเจ้าข้า หากพระองค์พอพระทัย ขอจงทรงนําถ้วยนี้ไปจากข้าพเจ้า แต่อย่าให้เป็นไปตามใจข้าพเจ้า แต่ให้เป็นไปตามน้ําพระทัยของพระองค์” (ลก. 22:42) ในช่วงเวลานี้ พระเยซูเจ้าทรงยอมรับความทุกข์ของพระองค์ในฐานะมนุษย์ แต่ในที่สุดก็ทรงมอบทุกสิ่งให้กับพระประสงค์ของพระบิดา คําภาวนานี้สอนให้ผู้มีความเชื่อวางใจในแผนการของพระเจ้า แม้ว่าจะเกี่ยวข้องกับความทุกข์หรือความไม่แน่นอน
2. บทภาวนาของพระเยซูเจ้า - แบบอย่างของการนบนอบ
ใน มธ. 6:10 พระเยซูเจ้าทรงสอนบรรดาศิษย์ให้ภาวนาว่า: “พระอาณาจักรจงมาถึง น้ําพระทัย จงสําเร็จในแผ่นดินเหมือนในสวรรค์” คําภาวนานี้เน้นถึงความสําคัญของการปรับความปรารถนาส่วนตัวให้สอดคล้องกับพระประสงค์ของพระเจ้า ซึ่งสะท้อนถึงพระอธิปไตยและความไว้วางใจในพระปรีชาญาณของพระองค์ ด้วยการรวมความนบนอบไว้ในโครงสร้างของคําภาวนา พระเยซูเจ้าได้แสดงให้เห็นว่าความนบนอบเป็นองค์ประกอบสําคัญในความสัมพันธ์ของผู้มีความเชื่อกับพระเจ้า
3. บนไม้กางเขน
ในช่วงสุดท้ายของพระชนมชีพ พระเยซูเจ้าทรงแสดงถึงการนบนอบอย่างสมบูรณ์ โดยทรงมอบ จิตวิญญาณของพระองค์แด่พระบิดา โดยตรัสว่า: “พระบิดาเจ้าข้า ข้าพเจ้าขอมอบจิตวิญญาณ ไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์” (ลก. 23:46) การกระทํานี้สะท้อนถึงความไว้วางใจในแผนการของ พระบิดาอย่างสมบูรณ์ และเป็นตัวอย่างให้ผู้มีความเชื่อมอบชีวิตของตนเองไว้ในพระหัตถ์ของพระเจ้าอย่างเต็มที่
ความสําคัญทางเทววิทยา
การนบนอบต่อพระประสงค์ของพระเจ้าในคําภาวนาสะท้อนถึงความเชื่อของผู้มีความเชื่อในพระปรีชาญาณและความดีของพระเจ้า การนบนอบนี้ยอมรับว่าแผนการของพระเจ้าสูงกว่าความเข้าใจของมนุษย์ ดังที่กล่าวไว้ใน อสย. 55:8-9 ว่า: “ความคิดของเราไม่เหมือนความคิดของเจ้า และวิถีของเจ้าไม่เหมือนวิถีของเรา องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้” การภาวนาด้วยการนบนอบช่วยให้ผู้มีความเชื่อเปลี่ยนจากการยึดตนเองเป็นศูนย์กลางไปสู่การมุ่งเน้นพระเจ้า และส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับพระองค์
การนําไปใช้ในชีวิตประจําวันของผู้มีความเชื่อ
1. การวางใจในแผนการของพระเจ้า
ผู้มีความเชื่อสามารถฝึกการนบนอบโดยการภาวนาเพื่อให้น้ําพระทัยของพระเจ้าสําเร็จในชีวิตและสถานการณ์ต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น ในช่วงเวลาที่ไม่แน่นอน เช่น การตัดสินใจเลือกอาชีพหรือเผชิญกับปัญหาสุขภาพ การภาวนาเพื่อความกระจ่างชัดในขณะที่มอบผลลัพธ์ไว้กับพระเจ้า จะช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจในพระญาณเอื้ออาทรของพระองค์
2. การมอบความปรารถนาส่วนตัว
เมื่อเผชิญกับความคาดหวังที่ไม่เป็นไปตามต้องการหรือความผิดหวัง ผู้มีความเชื่อสามารถกล่าวคําภาวนาเช่นเดียวกับพระเยซูเจ้าในสวนเกทเสมนี โดยวิงวอนให้พระประสงค์ของพระเจ้าเป็นไป เหนือความต้องการของตนเอง การปฏิบัติเช่นนี้ช่วยส่งเสริมความสงบและการยอมรับ เพราะรู้ว่า พระแผนการของพระเจ้าในที่สุดจะเกิดผลดี (รม. 8:28)
3. การรวมการนบนอบในคําภาวนาประจําวัน
การใช้คําภาวนา เช่น บทภาวนาของพระเยซูเจ้าเป็นประจําช่วยให้ผู้มีความเชื่อพัฒนานิสัยในการปรับหัวใจของตนให้สอดคล้องกับพระประสงค์ของพระเจ้า โดยการใคร่ครวญวลี “น้ําพระทัยจงสําเร็จ” พวกเขาเรียนรู้ที่จะให้ความสําคัญกับพระประสงค์ของพระเจ้ามากกว่าความทะเยอทะยานส่วนตัว
4. การแสวงหาคําแนะนําผ่านพระคัมภีร์
พระคัมภีร์มักเปิดเผยน้ําพระทัยของพระเจ้า โดยให้คําแนะนําสําหรับการตัดสินใจและการ พิจารณาด้านศีลธรรม การใคร่ครวญข้อพระคัมภีร์ เช่น สภษ. 3-5-6 (“จงวางใจในองค์พระผู้เป็น เจ้าด้วยสุดใจของเจ้า และอย่าพึ่งพาความเข้าใจของตนเอง”) ช่วยให้ผู้มีความเชื่อได้รับกําลังใจที่จะมอบชีวิตของตนเองแด่พระเจ้า
บทสรุป
คําภาวนาของพระเยซูเจ้าที่นบนอบต่อพระประสงค์ของพระบิดาแสดงถึงความไว้วางใจในแผนการของพระเจ้าอย่างลึกซึ้ง และเป็นแบบอย่างสําหรับผู้มีความเชื่อทุกคน ตั้งแต่ในสวนเกทเสมนี้ไปจนถึงไม้กางเขน พระเยซูเจ้าทรงสอนว่าการภาวนาแท้จริงเกี่ยวข้องกับการมอบความปรารถนาส่วนตัวเพื่อให้สอดคล้องกับพระประสงค์ของพระเจ้า สําหรับผู้มีความเชื่อ การฝึกการนบนอบในการภาวนาช่วยส่งเสริมความไว้วางใจ ความถ่อมตน และความสงบสุข ซึ่งช่วยให้พวกเขาสามารถเผชิญกับความไม่แน่นอนของชีวิตด้วยความเชื่อมั่นในพระอํานาจสูงสุดของพระเจ้า
เอกสารอ้างอิง
Holy Bible, New International Version. (n.d.). Zondervan.
Catechism of the Catholic Church. (1994). Libreria Editrice Vaticana.