แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ

CATECHETICAL CENTER OF BANGKOK ARCHDIOCESE

thzh-CNenfritjako

5fff4bb9bbdf2a7812a59410ca6f9fb7

การอธิษฐานภาวนาตามแบบพระเยซูเจ้า

 

พระเยซูคริสตเจ้า ในฐานะที่ทรงเป็นทั้งมนุษย์อย่างสมบูรณ์และพระเจ้าอย่างสมบูรณ์ ได้ทรงมอบแบบอย่างที่สมบูรณ์แบบของการภาวนา วิธีการภาวนาของพระองค์เผยถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างพระองค์กับพระบิดา และสอนผู้มีความเชื่อถึงวิธีการพัฒนาชีวิตการภาวนาที่ลึกซึ้งและแท้จริง ด้านล่างนี้คือลักษณะสําคัญของวิธีการภาวนาของพระเยซูเจ้า

 

1. การภาวนาส่วนตัวและในที่สงบเงียบ

พระเยซูเจ้ามักทรงปลีกตัวไปยังสถานที่เงียบสงบเพื่อภาวนาในที่ส่วนตัว (ลก. 5:16) สิ่งนี้แสดง ให้เห็นถึงความสําคัญของการสื่อสารกับพระเจ้าอย่างต่อเนื่องโดยไม่ถูกรบกวน

 

ตัวอย่าง: หลังจากทรงกระทําการอัศจรรย์ พระเยซูเจ้าทรงถอยไปยังภูเขาเพื่ออยู่ลําพังกับพระบิดา (มก. 1:35) สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงการพึ่งพาการภาวนาของพระองค์เพื่อรับความเข้มแข็งและการทรงนำจากพระเจ้า

 

การภาวนาส่วนตัวและในที่สงบเงียบ : แบบอย่างของพระเยซูเจ้าและการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจําวัน

 

พระเยซูคริสตเจ้าได้แสดงให้เห็นถึงความสําคัญของการภาวนาส่วนตัวและในที่สงบเงียบตลอดพระภารกิจของพระองค์ ใน ลูก. 5:16 มีการกล่าวว่า “แต่พระเยซูเจ้าทรงถอยไปในที่สงัดเพื่ออธิษฐานภาวนาอยู่เสมอ” การปฏิบัตินี้สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างพระองค์กับพระบิดา และเน้นย้ําถึงความจําเป็นของการสื่อสารกับพระเจ้าอย่างต่อเนื่องโดยปราศจากสิ่งรบกวน แบบอย่างของพระเยซูเจ้าเป็นแนวทางสําหรับผู้มีความเชื่อในการพัฒนาชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณที่อุดมสมบูรณ์ผ่านการภาวนา

 

ตัวอย่างในพระคัมภีร์เกี่ยวกับการภาวนาส่วนตัวและในที่สงบเงียบ

 

1. การภาวนาเพื่อการฟื้นฟูและการพักผ่อน

ใน มก. 1:35 พระเยซูเจ้าเสด็จลุกขึ้นแต่เช้ามืด ขณะที่ยังมืดอยู่ และเสด็จไปยังที่สงัดเพื่อภาวนา การกระทํานี้เกิดขึ้นหลังจากวันที่เต็มไปด้วยการรักษาและการสอน การที่พระองค์มองหาความเงียบสงบแสดงให้เห็นถึงความสําคัญของการภาวนาในการฟื้นฟูพลังฝ่ายจิตวิญญาณและการรักษาความสัมพันธ์กับพระเจ้า ผู้มีความเชื่อสามารถเรียนรู้จากแบบอย่างนี้ในการจัดสรรเวลาเพื่อการภาวนา โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่วุ่นวายหรือเคร่งเครียด

 

2. การภาวนาก่อนตัดสินใจครั้งสําคัญ

ก่อนที่พระเยซูเจ้าจะทรงเลือกอัครสาวกสิบสององค์ พระองค์ทรงใช้เวลาทั้งคืนในการภาวนาบนภูเขา (ลก. 6:12-13) สิ่งนี้เน้นถึงการพึ่งพาการภาวนาเพื่อการทรงนําและการไตร่ตรองในการตัดสินใจสําคัญ ในทํานองเดียวกัน ผู้มีความเชื่อได้รับการสนับสนุนให้หันไปหาพระเจ้าผ่านการภาวนาเมื่อเผชิญกับการตัดสินใจครั้งสําคัญในชีวิต เพื่อแสวงหาพระปรีชาญาณและการทรงนํา

 

3. การภาวนาในช่วงเวลาแห่งความทุกข์ทรมาน

ในสวนเกทเสมนี พระเยซูเจ้าทรงภาวนาในที่สงบเงียบ แสดงถึงความทุกข์ระทมและการมอบตนเองต่อพระประสงค์ของพระบิดา โดยตรัสว่า “พระบิดาของข้าพเจ้า ถ้าเป็นไปได้ ขอให้ถ้วยนี้ผ่านไปจากข้าพเจ้าเถิด แต่ไม่ใช่ตามใจข้าพเจ้า ขอให้เป็นไปตามน้ําพระทัยพระองค์” (มธ. 26:39) คําภาวนานี้แสดงถึงความไว้วางใจในแผนการของพระเจ้าในยามเผชิญความทุกข์ และเตือนผู้มีความเชื่อให้หันไปหาการภาวนาเพื่อสันติสุขและความเข้มแข็งเมื่อเผชิญความท้าทาย

 

การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจําวัน

 

1. การจัดสรรเวลาเพื่อการภาวนาในที่สงบเงียบ

เช่นเดียวกับที่พระเยซูเจ้าทรงมองหาสถานที่เงียบสงบเพื่อภาวนา ผู้มีความเชื่อควรให้ความสําคัญกับการภาวนาในแต่ละวัน การภาวนาอาจทําได้โดยการตื่นเช้าเพื่อใช้เวลาภาวนา หาเวลาสงบในบ้าน หรือแม้กระทั่งในช่วงพักระหว่างวัน การสร้างกิจวัตรเพื่อการสื่อสารกับพระเจ้าโดยไม่ถูกรบกวนช่วยเสริมสร้างความเชื่อและพัฒนาความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกับพระองค์

 

2. การใช้การภาวนาเพื่อการทรงนำ

ตามแบบอย่างของพระเยซูเจ้า ผู้มีความเชื่อสามารถใช้การภาวนาเพื่อพิจารณาพระประสงค์ของพระเจ้าในการตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาชีพ ความสัมพันธ์ หรือการเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณ การใช้เวลาในการภาวนาและฟังพระเจ้า จะช่วยให้การตัดสินใจสอดคล้องกับแผนการของพระองค์

 

3. การค้นพบความปลอบโยนในคําภาวนาเมื่อเผชิญกับความทุกข์

การภาวนาของพระเยซูเจ้าในสวนเกทเสมนี้สอนให้ผู้มีความเชื่อนําความทุกข์และความกลัวมาวางไว้ต่อหน้าพระเจ้าในคําภาวนาอย่างจริงใจ ในยามเผชิญความยากลําบาก ผู้มีความเชื้อสามารถค้นพบสันติสุขได้โดยการมอบปัญหาให้กับพระเจ้าและไว้วางใจในพระญาณเอื้ออาทรของพระองค์

 

4. การนําพระคัมภีร์มาใช้ร่วมในการภาวนา

การไตร่ตรองพระคัมภีร์ระหว่างการภาวนาส่วนตัวช่วยเพิ่มพูนความเข้าใจฝ่ายจิตวิญญาณ ตัวอย่างเช่น การไตร่ตรอง สดุดี 23 หรือ บทภาวนาข้าแต่พระบิดา สามารถมอบความปลอบโยน และแนวทางในการดาเนินชีวิตในแต่ละวัน

 

บทสรุป

แบบอย่างของพระเยซูเจ้าในการภาวนาในที่สงบเงียบสะท้อนถึงความสําคัญของการให้เวลากับพระเจ้าอย่างแท้จริง ตั้งแต่การแสวงหาการฟื้นฟูจิตใจ การแสวงหาการทรงนํา และการค้นพบสันติสุขในช่วงเวลาที่ยากลําบาก พระองค์ทรงเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้มีความเชื่อพัฒนานิสัยการภาวนาในที่สงบเงียบในชีวิตประจําวัน ด้วยการจัดสรรเวลาให้กับพระเจ้า ผู้มีความเชื่อสามารถเสริมสร้างความเชื่อ ดําเนินชีวิตให้สอดคล้องกับน้ําพระทัย และสัมผัสถึงการสถิตของพระองค์อย่างลึกซึ้ง

 

แหล่งอ้างอิง

Holy Bible, New International Version. (n.d.). Zondervan.

Catechism of the Catholic Church. (1994). Libreria Editrice Vaticana.