
ทําไมการภาวนาจึงสำคัญ
3. เป็นแหล่งพลังและการปลอบโยน
ในช่วงเวลาที่ยากลำบากหรือความไม่แน่นอน การภาวนาช่วยยืนยันถึงการทรงสถิตของพระเจ้า นําพาความสงบสุข พลังใจ และความหวังมาสู่ชีวิต พร้อมเตือนผู้เชื่อว่าพวกเขาไม่ได้เผชิญปัญหาเพียงลำพัง
แหล่งพลังและการปลอบโยนผ่านการภาวนา
การภาวนาเป็นแหล่งพลังและการปลอบโยนที่สำคัญ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ต้องเผชิญความยากลําบากและความไม่แน่นอน การภาวนาช่วยยืนยันให้ผู้มีความเชื่อระลึกถึงการทรงสถิตของพระเจ้าอย่างต่อเนื่อง นํามาซึ่งสันติสุข ความหวัง และพลังใจที่ได้รับการฟื้นฟู พระคัมภีร์และชีวิตของนักบุญให้ตัวอย่างอันลึกซึ้งถึงการที่การภาวนาค้ำจุนผู้คนในยามเผชิญความท้าทาย และเสริมกําลังให้พวกเขามีความเชื่อมั่นและวางใจในพระเจ้า
ตัวอย่างในพระคัมภีร์
พระคัมภีร์เต็มไปด้วยตัวอย่างของบุคคลที่พบพลังและการปลอบโยนผ่านการภาวนา หนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นคือชีวิตของกษัตริย์ดาวิด ใน สดด. 23:4 ดาวิดกล่าวว่า “แม้ข้าพเจ้าจะเดินผ่านหุบเขาเงามรณะ ข้าพเจ้าไม่เกรงกลัวอันตรายใด ๆ เพราะพระองค์สถิตอยู่กับข้าพเจ้า พระคทาและพระธารพระกรของพระองค์ปลอบโยนข้าพเจ้า” ข้อความนี้เผยให้เห็นถึงความไว้วางใจอันแน่วแน่ของดาวิดในพระญาณเอื้ออาทรและการทรงนําของพระเจ้าในช่วงเวลาที่ยากลําบาก เป็น ตัวอย่างว่าการภาวนาสามารถนําพาสันติสุขท่ามกลางความกลัวและความไม่แน่นอนได้อย่างไร
อีกตัวอย่างหนึ่งที่สำคัญคือพระเยซูเจ้าพระองค์เอง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ทรงทุกข์ระทมในสวนเกทเสมนี ใน ลก. 22:44 พระเยซูเจ้าทรงเผชิญกับความเศร้าสลดและน้ำหนักของการถูกตรึงกางเขนที่กําลังจะมาถึง พระองค์ได้ภาวนาอย่างมุ่งมั่นต่อพระบิดา แม้จะเต็มไปด้วยความทุกข์ พระองค์ทรงสามารถมอบตัวเองอย่างสมบูรณ์ต่อน้ำพระทัยของพระเจ้า โดยตรัสว่า “อย่าให้เป็นไปตามใจข้าพเจ้า แต่ให้เป็นไปตามน้ำพระทัยของพระองค์” (ลก. 22:42) ช่วงเวลานี้แสดงให้เห็นว่าการภาวนาไม่เพียงมอบการปลอบโยน แต่ยังเสริมสร้างกําลังใจให้เผชิญความทุกข์ยากด้วยความเชื่อและการนบนอบ
อัครสาวกเปาโลก็ได้เน้นถึงพลังแห่งการปลอบโยนของการภาวนาเช่นกัน ใน ฟป. 4:6-7 ท่านเขียนว่า “อย่ากระวนกระวายในสิ่งใดเลย แต่จงทูลขอต่อพระเจ้าในทุกกรณี ด้วยการอธิษฐานภาวนา และการขอบพระคุณ และสันติสุขของพระเจ้า ซึ่งเกินความเข้าใจจะปกป้องจิตใจและความคิดของท่านในพระคริสตเยซู” ถ้อยคําของเปาโลชี้ให้เห็นว่าการภาวนาช่วยขจัดความกังวลและมอบสันติสุขแทน พร้อมทั้งยืนยันถึงการทรงปกป้องของพระเจ้า
ตัวอย่างจากชีวิตของนักบุญ
ชีวิตของนักบุญแสดงให้เห็นว่าการภาวนาสามารถมอบพลังและการปลอบโยนในยามเผชิญความยากลําบากได้อย่างไร นักบุญโมนิกา มารดาของนักบุญออกุสติน ได้ภาวนาอย่างมุ่งมั่นเพื่อการกลับใจของบุตรชาย ท่านต้องอดทนต่อความทุกข์ใจเป็นเวลาหลายปีในขณะที่เฝ้าดูออกุสตินหลงทางจากความเชื่อ การภาวนาอย่างสม่ำเสมอและไม่ลดละของท่านไม่เพียงแต่มอบการปลอบโยน ให้แก่ท่าน แต่ยังออกดอกออกผลเมื่อออกุสตินกลับใจ และในที่สุดก็ได้เป็นนักบุญและนักปราชญ์ของพระศาสนจักร
นักบุญมักซีมีเลียน โกลเบ ผู้ถูกจองจำในค่ายกักกันเอาชวิทซ์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง พบพลังใจผ่านการภาวนา แม้จะอยู่ท่ามกลางความโหดร้ายรอบตัว ท่านยังคงปลอบโยนเพื่อนนักโทษด้วยความเชื่อของท่าน และในที่สุดได้อาสาสมัครสละชีวิตแทนชายอีกคนหนึ่ง ชีวิตแห่งการภาวนาอย่างมั่นคงของท่านเป็นตัวอย่างให้เห็นว่าความไว้วางใจในพระเจ้าสามารถนํามาซึ่งสันติสุขและความกล้าหาญแม้ในท่ามกลางความทุกข์ทรมานอย่างใหญ่หลวง
การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและบทสรุป
สำหรับผู้มีความเชื่อในยุคปัจจุบัน การภาวนายังคงเป็นที่พึ่งในยามเผชิญความยากลําบาก การภาวนาเตือนให้พวกเขาระลึกว่าพวกเขาไม่ได้เผชิญปัญหาเพียงลำพัง และช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจในพระญาณเอื้ออาทรของพระเจ้า การปฏิบัติ เช่น การภาวนาแบบไตร่ตรอง การอ่านพระคัมภีร์ และการนมัสการศีลมหาสนิท ช่วยให้บุคคลสัมผัสถึงการทรงสถิตของพระเจ้าที่มอบการปลอบโยน จากตัวอย่างในพระคัมภีร์ เช่น ดาวิดและพระเยซูเจ้า ไปจนถึงนักบุญอย่างโมนิกาและ มักซีมีเลียม โกลเบ การภาวนาเป็นแหล่งของสันติสุข ความหวัง และพลังใจ ช่วยให้ผู้มีความเชื่อ เผชิญความท้าทายในชีวิตด้วยความเชื่อและความเข้มแข็ง
แหล่งอ้างอิง
Holy Bible, New International Version. (n.d.). Zondervan.
Catechism of the Catholic Church. (1994). Libreria Editrice Vaticana.
ที่มา : การอธิษฐานภาวนาตามแบบพระเยซูเจ้า