ecc77cfb8beb95652fff6ca0c691a1c3

ซามูเอล (Samuel)

 

• อ้างอิงจากพระคัมภีร์: 1 ซามูเอล 3, 7, 16

• คุณธรรมอันโดดเด่น: พร้อมปฏิบัติงาน

• แนวคิดสู่การเป็นวีรบุรุษ: "ข้าพเจ้าอยู่ที่นี่ โปรดส่งข้าพเจ้าไปเถิด" (อิสยาห์ 6:8)

 

ทำงานรับใช้พระเจ้า

 

เมื่อซามูเอลเริ่มต้นทำงานในวิหารของพระเจ้า เขามีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอนี่แหละ เขาคอยช่วยงานและพักอยู่กับสมณะเอลีตามที่ได้รับมอบหมาย

 

คืนหนึ่ง เมื่อทุกคนเข้านอนกันหมดแล้ว ซามูเอลก็ได้ยินเสียงเรียกชื่อของตน

 

"มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ" ซามูเอลเอ่ยถาม เมื่อไม่มีเสียงตอบรับ เขาจึงรีบวิ่งไปหาเอลีเพื่อดูว่าท่านต้องการอะไร

 

เอลีตอบว่า “ซามูเอล พ่อไม่ได้เรียกลูก กลับไปนอนเถอะ”

 

ซามูเอลจึงกลับไปนอน แล้วก็ได้ยินเสียงเรียกชื่อเดิมอีกครั้ง

 

เขามั่นใจว่าเอลีเรียกแน่นอน จึงวิ่งไปที่ห้องของสมณะและถามว่า “ท่านเรียกผมใช่ไหมครับ”

 

เอลีรู้สึกแปลกใจจึงพูดว่า “ซามูเอล พ่อไม่ได้เรียกลูก นี่ก็ดึกมากแล้ว กลับไปนอนเถอะ”

 

เมื่อเสียงนั้นเรียกเขาเป็นครั้งที่สาม ซามูเอลก็รีบวิ่งไปหาเอลีอีกครั้ง ครั้งนี้เอลีรู้แล้วว่าพระเจ้ากำลังตรัสกับซามูเอลด้วยพระองค์เอง ท่านจึงสอนว่า

"ถ้ามีเสียงเรียกอีก ให้ลูกตอบว่า ‘ข้าแต่พระยาห์เวห์ ตรัสมาเถิด ผู้รับใช้ของพระองค์กำลังฟังอยู่’"

 

ซามูเอลทำตามที่เอลีแนะนำทุกประการ

 

พระเจ้าตรัสกับเขาว่า "เรามีเรื่องจะบอกเอลี แต่เขาคงไม่ยินดีนัก เราเคยเตือนเขาแล้วว่าบุตรชายกระทำความชั่ว แต่เขาไม่ได้ตักเตือนแก้ไข จงไปบอกสมณะเอลีว่า ถึงเวลาที่ครอบครัวของเขาต้องรับโทษ"

 

ซามูเอลไม่อยากนำข่าวร้ายนี้ไปบอกเอลีเลย แต่ในฐานะประกาศก เขาจำเป็นต้องถ่ายทอดทุกคำพูดที่พระเจ้าสั่ง แม้ว่าจะไม่สบายใจก็ตาม

 

คำตอบของเอลีสะท้อนความเชื่อมั่นว่า พระเจ้าทรงมีแผนการเสมอ พระองค์เปี่ยมด้วยปรีชาญาณและจะทรงกระทำสิ่งที่ดีที่สุด

 

ในยุคที่พระเจ้าแทบไม่ได้ตรัสกับใครเลย พระองค์ทรงเลือกสื่อสารกับซามูเอล และสิ่งที่พระองค์บอกก็เป็นความจริงเสมอ

 

มีครั้งหนึ่งที่ซามูเอลต้องพูดความจริงที่ยากลำบากแต่ประชาชนจำเป็นต้องรู้ว่า "พวกท่านไม่ได้ติดตามพระเจ้า แต่กลับไปไหว้รูปเคารพและบูชาสิ่งที่ไม่เคยช่วยเหลือใครได้เลย จงหันกลับมาหาพระเจ้า เชื่อฟังพระองค์อย่างตั้งใจ แล้วพระองค์จะทรงช่วยพวกท่านให้พ้นจากศัตรู"

 

พระเจ้าทรงปรารถนาให้ผู้คนเปิดใจและพร้อมที่จะเชื่อฟังพระองค์อย่างแท้จริง

 

ซามูเอลต้องพึ่งพาปรีชาญาณจากพระเจ้าเสมอ เช่น ตอนที่เขาได้รับมอบหมายให้เลือกกษัตริย์องค์แรกของอิสราเอล (ซาอูล) และตอนที่ต้องไปค้นหากษัตริย์องค์ใหม่ตามเนินเขา

 

ซามูเอลอาจไม่ได้มองหากษัตริย์คนใหม่จากเด็กเลี้ยงแกะตัวเล็ก ๆ หากพระเจ้าไม่ตรัสเตือนสติเสียก่อนว่า "อย่าสนใจมองที่รูปร่างหน้าตาหรือความสูง พระยาห์เวห์ไม่ได้มองอย่างที่มนุษย์มอง แต่พระองค์ทรงมองที่จิตใจ" และนั่นทำให้เขาได้พบกับดาวิด

 

ซามูเอลพิสูจน์ให้เห็นว่าท่านพร้อมทำตามสิ่งที่พระเจ้าต้องการ พระเจ้าจึงทรงใช้ท่านให้ทำงานชิ้นใหญ่ และพระองค์ก็พร้อมที่จะใช้งานเราเช่นกัน

 

การเป็นวีรบุรุษที่พร้อมเสมอ หมายความว่า เรามีเวลาเงี่ยหูฟังสิ่งที่พระเจ้าตรัส เมื่อรู้แล้วก็พร้อมทำตามน้ำพระทัย และเมื่อเราเชื่อฟัง พระองค์ก็จะทรงไว้วางใจเรามากขึ้น

 

คนส่วนใหญ่มักบอกว่าตนเองยุ่งเกินกว่าจะช่วยเหลือผู้อื่น แต่พระเจ้าต้องการให้เรามี "เวลา" ที่จะใส่ใจและเชื่อฟังพระองค์เสมอ

 

บทเรียนจากวีรบุรุษ

ซามูเอลเรียนรู้ตั้งแต่ยังเด็กว่า พระเจ้าสามารถใช้ผู้คนที่พร้อมจะรับใช้พระองค์ได้เสมอ

1. ทำไมคุณจึงคิดว่าการที่ซามูเอลต้องนำเรื่องที่พระเจ้าตรัสไปบอกเอลี จึงเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับเขา

2. ทำไมคุณจึงคิดว่าพระเจ้าทรงเลือกซามูเอลให้เป็นผู้เจิมตั้งกษัตริย์ทั้งสององค์

3. คุณคิดว่าคุณจะเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการรับใช้พระเจ้าในชีวิตประจำวันได้อย่างไร

 

ข้อคิดสะกิดใจ: 

เมื่อคุณพร้อมที่จะเรียนรู้ พระเจ้าก็พร้อมที่จะสอน จงเตรียมพร้อมและเปิดใจรับฟังอยู่เสมอ