49f3870379d495ac57323ae89d95b6e4

นางรูธ (Ruth)

 

อ้างอิงจากพระคัมภีร์: นางรูธ

คุณธรรมอันโดดเด่น: ความเมตตากรุณา

แนวคิดสู่การเป็นวีรบุรุษ:  จงเป็นผู้เมตตากรุณาดังที่พระบิดาของท่านทรงพระเมตตากรุณาเถิด (ลูกา 6:36)

 

ความผูกพันครั้งใหม่ของคนในครอบครัว

 

พืชผลเติบโตไม่ได้เลยในเบธเลเฮม เพราะแดดร้อนจัด ดินแห้งแล้ง และพื้นดินก็แข็งกระด้างเกินไป

 

เอลีเมเลคและครอบครัวย้ายเมืองไปอยู่ที่ดินแดนโมอับ หากพวกเขาคิดว่าชีวิตที่เบธเลเฮมแย่แล้ว ที่โมอับกลับยิ่งเลวร้ายกว่านั้น เพราะหลังจากนั้นไม่นาน เอลีเมเลคก็ล้มป่วยและเสียชีวิตลง ต่อมาเมื่อลูกชายทั้งสองคนแต่งงานได้ไม่นาน พวกเขาก็เสียชีวิตตามไปอีก

 

เหตุการณ์นี้ทำให้ นาโอมี ผู้เป็นภรรยาของเอลีเมเลค ต้องอยู่ลำพังกับรูธและโอรปาห์ ลูกสะใภ้ทั้งสอง เวลาผ่านไปหลายปีนับตั้งแต่นาโอมีจากเบธเลเฮมมา บางทีสถานการณ์ที่บ้านเกิดของเธออาจจะดีขึ้นแล้วก็เป็นได้

 

นาโอมีตัดสินใจออกจากเมืองโมอับเพื่อกลับไปหาครอบครัวที่เบธเลเฮม เธอรู้สึกประหลาดใจเมื่อรูธบอกว่าอยากจะไปด้วย นาโอมีจึงแนะนำให้รูธอยู่กับครอบครัวของตัวเองต่อไป แต่รูธกลับตอบว่า " แม่อย่าห้ามดิฉันไม่ให้ไปกับแม่เลย แม่จะไปที่ไหน ดิฉันจะไปที่นั่นด้วย แม่จะอยู่ที่ไหน ดิฉันก็จะอยู่ที่นั่นด้วย ประชากรของแม่จะเป็นประชากรของดิฉัน พระเจ้าของแม่จะเป็นพระเจ้าของดิฉันด้วย ได้โปรดให้ดิฉันไปกับแม่ด้วย”

 

นาโอมีไม่อาจอยู่ที่โมอับได้อีกต่อไป และรูธก็ไม่ยอมปล่อยให้เธอเดินทางไปตามลำพัง ทั้งสองจึงออกเดินทางไกลไปด้วยกัน เมื่อเข้าใกล้จุดหมาย พวกเธอเห็นพืชผลเจริญงอกงามอีกครั้ง ผู้คนต่างกำลังเก็บเกี่ยวข้าวบาร์เลย์อยู่ในทุ่งนา

 

นี่คือข่าวดี เพราะถ้าใครยากจนขัดสน พวกเขาสามารถเข้าไปหาผลผลิตที่ตกค้างในทุ่งนาหลังการเก็บเกี่ยวได้ สิ่งใดที่หาได้ก็เก็บไว้เป็นของตัวเองได้เลย รูธจึงออกไปหาผลผลิตตามทุ่งนาทุกวัน แล้วกลับบ้านพร้อมอาหารสำหรับเธอและนาโอมี

 

ชาวนาคนหนึ่งชื่อโบอาสเห็นรูธกำลังรวบรวมอาหารไปให้นาโอมี เขาก็ประทับใจในความเมตตาของเธอมาก รูธย้ายมาอยู่อาศัยท่ามกลางผู้คนที่เธอไม่รู้จัก เธอไม่ได้มีเงินทองมากมาย แต่ก็ยังคงดูแลเอาใจใส่นาโอมีเป็นอย่างดี

 

โบอาสเห็นรูธจึงพูดกับเธอว่า "เธอทำงานหนักมากแล้ว จงอยู่กับคนงานของฉันเถิด จงเก็บข้าวตกในนานี้ จงมารับประทานอาหารด้วยกัน ถ้ากระหายน้ำเมื่อไร ก็มาดื่มได้เลย”

 

นางรูธจึงถามว่า “ทำไมท่านจึงมีใจอารีต่อดิฉัน แม้ดิฉันไม่เติบโตที่นี่ และก็เป็นคนแปลกหน้าด้วย”

 

โบอาสกล่าวว่า “รูธ เธอไม่ใช่คนแปลกหน้า เธอปฏิบัติอย่างดีต่อมารดาของสามีตั้งแต่สามีของเธอถึงแก่กรรม ทั้งยังยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อเดินทางมาที่นี่ ขอพระเจ้าทรงอวยพรและตอบแทนน้ำใจดีของเธออย่างเต็มที่เถิด”

 

รูธพูดว่า “ดีใจที่ได้ยินคำกล่าวที่นุ่มนวลแบบนี้ ขอบคุณค่ะ"

 

พระเจ้าทรงตอบแทนความเมตตากรุณาของรูธ เพียงไม่นานโบอาสก็ขอรูธเป็นภรรยา และแต่งกันกัน รูธให้กำเนิดบุตรชายคนหนึ่ง ครอบครัวของรูธเจริญรุ่งเรืองเรื่อยมา จนกระทั่งเธอได้กลายเป็นย่าทวดของกษัตริย์ดาวิด

 

ความเมตตาที่รูธมีต่อนาโอมีนำพาเธอไปสู่บ้านหลังใหม่ แม้ทุกอย่างจะแปลกใหม่และยากลำบากอย่างยิ่ง แต่พระเจ้าก็ไม่เคยลืมเธอ

 

พระเจ้าได้มอบอาหาร บ้าน และครอบครัวให้กับเธอ ความเมตตากรุณานำพากลับสู่บ้าน และนั่นคือสถานที่ที่เธอต้องการที่จะอยู่

 

พระเจ้าอยากให้เรามีจิตใจเมตตา แม้ในยามที่เราต้องเผชิญความยากลำบาก พระเจ้าอยากให้เราช่วยเหลือผู้อื่น แม้ในยามที่เราเองก็ต้องการความช่วยเหลือ และพระเจ้าอยากให้เราเป็นผู้ให้ แม้ในยามที่เราเองอยากเป็นผู้รับ

 

ครอบครัวของนาโอมีต้องออกจากเมืองเบธเลเฮมเพราะพืชผลปลูกไม่ได้ แต่ต่อมาพระเจ้าได้นำทางเธอกลับมาพร้อมกับรูธ ในเวลาที่พืชผลรอบใหม่กำลังเจริญงอกงาม ความเมตตากรุณาก็เหมือนดินที่ดี ที่มักจะทำให้สิ่งดีๆ เจริญเติบโตเสมอ นี่คงเป็นเหตุผลที่เราทุกคนยังคงต้องการความเมตตาจากพระเจ้า เพราะความรักของพระองค์ช่วยให้เราเติบโตขึ้น และแบบอย่างของพระองค์ก็ช่วยให้เราส่งต่อความเมตตานั้นไปยังผู้อื่น

 

บทเรียนจากวีรสตรี

รูธแสดงความเมตตากรุณาต่อนาโอมี แม้จะไม่มีใครขอให้เธอทำ แต่สิ่งที่เธอมอบให้นั้นเป็นของขวัญที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง

1. รูธแสดงความเมตตากรุณาต่อนาโอมีอย่างไร

2. โบอาสแสดงความเมตตากรุณาต่อรูธอย่างไร

3. พระเจ้าทรงแสดงความเมตตากรุณาต่อคุณอย่างไรบ้าง

 

ข้อคิดสะกิดใจ

ความเมตตากรุณา หมายถึง การแสดงความรักและความใจดีต่อผู้อื่น แม้ในเวลาที่พวกเขาอาจไม่สมควรได้รับมันก็ตาม