
โยชูวา (JOSHUA)
อ้างอิงจากพระคัมภีร์: โยชูวา บทที่ 6 และ 24
คุณธรรมอันโดดเด่น: มีความซื่อสัตย์ภักดี
แนวคิดสู่การเป็นวีรบุรุษ: [พระเจ้า] ทรงปกป้องผู้ที่จงรักภักดีต่อพระองค์ — สุภาษิต 2:8
การเดินตามรอยผู้นำ
โยชูวาเคยเป็นทาสในอียิปต์พร้อมกับครอบครัวของเขา เมื่อพระเจ้าส่งโมเสสมาเพื่อปลดปล่อยทาสชาวฮีบรู โยชูวาก็ได้เห็นฝูงกบ แมลงวัน และตั๊กแตน ระบาดปกคลุมไปทั่วทั้งแผ่นดิน แม้ฟาโรห์จะไม่ยอมปล่อยให้พวกเขาเป็นอิสระ แต่พระเจ้าก็ทรงช่วยกู้ชนชาติของพระองค์ให้รอดพ้นมาได้
พระเจ้าทรงเลือกโยชูวาให้เป็นผู้นำอดีตทาสชาวฮีบรูเดินทางเข้าสู่แผ่นดินพันธสัญญา หลังจากที่พวกเขาต้องร่อนเร่ในถิ่นทุรกันดารนานถึงสี่สิบปี เขาได้เห็นอัศจรรย์ครั้งแล้วครั้งเล่า เขาจึงเชื่อฟังพระเจ้า
เพราะโยชูวาเป็นผู้นำคนใหม่ เขาจึงอยากรู้ว่าตนเองต้องทำอย่างไรบ้าง เขาจึงถามพระเจ้า แล้วพระองค์ก็ตรัสว่า "โยชูวา ท่านจงไว้ใจในเรา ทุกๆ ก้าวที่ท่านเดินไป เราจะเดินร่วมทางไปกับท่าน ศัตรูที่ท่านต้องเผชิญ เราจะเผชิญหน้าไปพร้อมกับท่าน" พระเจ้าตรัส "จงเข้มแข็งและกล้าหาญเถิด เราเคยสัญญาว่าจะมอบแผ่นดินให้กับครอบครัวของพวกท่าน และเราจะยกมันให้แก่ท่าน เราจะไม่ทอดทิ้งท่านเป็นอันขาด แต่โยชูวาเอ๋ย ท่านจำเป็นต้องเรียนรู้คำสั่งของเรา ท่านต้องเชื่อฟังเราในทุกสิ่งที่เจ้าทำ ห้ามเสริมแต่งคำพูดของเราเป็นอันขาด สิ่งที่เราพูดไปคือสิ่งที่เราหมายความตามนั้น จงไตร่ตรองถึงคำสอนของเราอยู่เสมอ แล้วท่านจะประสบความสำเร็จหากท่านดำเนินชีวิตตามที่เราบอก"
วิธีที่พระเจ้าทรงกระทำสิ่งต่างๆ นั้นแตกต่างอย่างมากจากวิธีของมนุษย์เรา สิ่งที่ยากสำหรับเรากลับเป็นเรื่องง่ายสำหรับพระองค์ และสำหรับโยชูวาแล้ว ศึกแห่งเมืองเยริโคก็เป็นหนึ่งในเรื่องราวที่แตกต่างและเหนือความคาดหมาย
พระเจ้าบอกกับโยชูวาว่าเมืองนี้จะถูกมอบให้กับพวกท่าน เมืองนี้มีกำแพงสูงใหญ่ และประชาชนที่อาศัยอยู่ข้างในก็จะลุกขึ้นต่อสู้
พระเจ้าตรัสกับโยชูวาอีกครั้งว่า "จงเดินวนรอบเมืองเยริโควันละหนึ่งรอบ เป็นเวลาหกวัน โดยให้สมณะเจ็ดรูปและเหล่านักรบของท่านไปด้วย ให้สมณะเป่าแตร พอถึงวันที่เจ็ด ให้ทั้งสมณะและเหล่านักรบเดินวนรอบเมืองเจ็ดรอบ จากนั้นให้สมณะเป่าแตร แล้วให้ประชาชนโห่ร้องออกศึก
เรื่องนั้นอาจฟังดูประหลาดสำหรับโยชูวา แต่เขาก็ยังคงเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งของพระเจ้าอย่างซื่อสัตย์ ในแต่ละวันกองทัพจะเดินขบวนและเป่าแตรไปรอบๆ ส่วนชาวเมืองเยริโคก็คอยมองลงมาจากกำแพงเมืองทุกวัน พลางสงสัยว่าโยชูวากำลังทำอะไรอยู่ เมื่อถึงวันที่เจ็ด การเดินขบวนไม่ได้จบลงแค่รอบเดียวเหมือนอย่างเคย เมื่อบรรดาสมณะและนักรบเดินรอบเมืองจนครบเจ็ดรอบ เสียงฝีเท้าและเสียงแตรก็หยุดลง ทันใดนั้น สมณะก็เป่าแตรขึ้นอย่างสุดกำลัง ประชาชนทั้งหมดต่างพากันโห่ร้องออกศึก และในขณะที่พวกเขากำลังโห่ร้องอยู่นั้น กำแพงอันสูงใหญ่ก็เริ่มปริร้าว พื้นดินสั่นสะเทือน แล้วกำแพงเมืองก็พังทลายลงมา
การเชื่อใจในพระเจ้าคงเป็นเรื่องง่ายในวันที่คุณได้เห็นอัศจรรย์ แต่สิ่งที่ยากกว่าคือการที่เรายังคงเชื่อมั่นแม้ในวันที่ไม่มีอัศจรรย์ให้เห็น
หลังจากที่พระเจ้าทรงช่วยให้โยชูวาได้รับชัยชนะในศึกแห่งเมืองเยริโค บรรดาผู้คนที่เคยเห็นพระองค์ทรงพังทลายกำแพงเมืองนั้นลงมา กลับเลิกปฏิบัติตามคำสั่งของพระองค์ เพราะพวกเขามองว่ากฎเกณฑ์เหล่านั้นมีไว้สำหรับคนอื่นเท่านั้น
โยชูวารู้สึกเศร้าและผิดหวังอย่างมาก เขาจึงพูดขึ้นว่า "พวกท่านบางคนเลิกรับใช้พระเจ้าไปแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาที่พวกท่านต้องเลือกเสียที พวกท่านจะไปกราบไหว้รูปเคารพที่ทำจากไม้หรือโลหะที่มีอยู่มากมายก็ได้ หรือจะเลือกรับใช้พระเจ้า ส่วนครอบครัวของข้าพเจ้า เราได้ตัดสินใจแล้วว่า พวกเราจะรับใช้พระเจ้าเท่านั้น"
จากนั้น ผู้คนก็หวนนึกขึ้นได้ว่าใครคือคนที่เคยช่วยชีวิตพวกเขาไว้ตั้งมากมายหลายครั้ง พวกเขานึกถึงช่วงเวลาที่พระเจ้าประทานทุกสิ่งที่จำเป็นให้แก่พวกเขาในถิ่นทุรกันดาร และนึกถึงเหตุการณ์ที่เมืองเยริโค เมื่อเป็นเช่นนั้น พวกเขาจึงพูดขึ้นว่า "พวกเราเองก็จะติดตามพระเจ้าด้วยเหมือนกัน"
พระเจ้ายังคงมองหาผู้คนที่ซื่อสัตย์และพร้อมจะปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระองค์อยู่เสมอ
บทเรียนจากวีรบุรุษ
โยชูวาได้เห็นแล้วว่าพระเจ้าทรงซื่อสัตย์เพียงใด เขาจึงปรารถนาที่จะซื่อสัตย์ต่อพระองค์เช่นกัน
1. หากคุณได้อยู่ในเหตุการณ์ที่กำแพงเมืองเยริโคพังทลายลงมา คุณคิดว่าจะรู้สึกอย่างไร
2. พระเจ้าทรงแสดงให้เห็นอย่างไรว่าพระองค์ทรงซื่อสัตย์
3. โยชูวาแสดงให้เห็นอย่างไรว่าเขาซื่อสัตย์
ข้อคิดสะกิดใจ
เราแสดงให้พระเจ้าเห็นว่าเราซื่อสัตย์ได้ด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระองค์ และไว้วางใจในพระคุณที่พระองค์ทรงดูแลเรา