แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ

CATECHETICAL CENTER OF BANGKOK ARCHDIOCESE

thzh-CNenfritjako

4d244c038c09fac0c319630ab11d2cdc

 

โนอาห์ (NOAH)

 

อ้างอิงจากพระคัมภีร์ : หนังสือปฐมกาล บทที่ 6-9

คุณธรรมอันโดดเด่น : ความเชื่อฟัง

แนวคิดสู่การเป็นวีรบุรุษ : "ถ้าท่านทั้งหลายรักเรา ท่านจะปฏิบัติตามบทบัญญัติของเรา" (ยน 14:15)

 

การสร้างเรือกู้ชีวิต

พระเจ้าทอดพระเนตรมายังโลก ทรงพบว่ามนุษย์ได้หันหลังให้พระองค์ จิตใจของพวกเขามีแต่ความเสื่อมทรามและความโหดร้าย ทว่า ท่ามกลางโลกที่มืดมน ยังมีครอบครัวหนึ่งที่ยังคงยึดมั่นและรับฟังพระสุรเสียงของพระองค์ นั่นคือ ครอบครัวของโนอาห์ ผู้เป็นที่โปรดปรานในสายพระเนตรของพระเจ้า

 

วันหนึ่ง พระเจ้าตรัสกับโนอาห์ว่า "มนุษย์กลายเป็นคนโหดร้ายและรุนแรง พวกเขาไม่ยอมเดินในทางของเราอีกต่อไป เราจึงตั้งใจจะล้างโลกนี้เพื่อเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง"

 

โนอาห์ตั้งใจฟังพระเจ้าตรัส พระเจ้าทรงมอบหมายภารกิจครั้งใหญ่แก่เขา "เราอยากให้เจ้าสร้างเรือใหญ่ยักษ์ขึ้นมาสักลำหนึ่ง" พระองค์ทรงกำหนดขนาดของเรือไว้อย่างละเอียด ทั้งความยาว ความสูง และความกว้าง รวมถึงชนิดของไม้ที่ต้องใช้ และวิธีชันยาเรือเพื่อป้องกันน้ำรั่วซึม พร้อมทั้งให้แบ่งพื้นที่ภายในออกเป็น 3 ชั้น จากนั้นพระเจ้าจึงทรงเปิดเผยแผนการให้แก่โนอาห์ว่า "ในไม่ช้า เราจะบันดาลให้น้ำท่วมโลก สิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่อยู่นอกเรือจะต้องสูญสิ้นไป แต่เราอยากให้เจ้าพาครอบครัวขึ้นไปบนเรือ พร้อมกับนำสัตว์ทุกชนิดขึ้นไปเป็นคู่ๆ เพื่อให้พวกมันสืบพันธุ์และรักษาเผ่าพันธุ์ไว้หลังจากที่น้ำลดแล้ว เจ้าไม่ต้องกังวลที่จะออกไปตามหาพวกมันหรอก เพราะเราจะเป็นผู้นำพวกมันมาหาเจ้าเอง สิ่งที่เจ้าต้องทำคือ เตรียมอาหารให้เพียงพอสำหรับครอบครัวของเจ้าและสัตว์ทุกตัว"

 

เมื่อได้รับบัญชาแล้ว โนอาห์และลูกชายทั้งสามคน คือ เชม ฮาม และยาเฟธ ก็ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างเรือลำมหึมาลำนี้ ซึ่งเป็นเรือที่จะช่วยชีวิตทุกคนที่มีความเชื่อมั่นพอที่จะก้าวขึ้นมา เนื่องจากเรือมีขนาดใหญ่โตมโหฬาร พวกเขาจึงต้องใช้เวลาสร้างยาวนานหลายปีเลยทีเดียว

 

 

วันแห่งมหาอุทกภัย

อยู่มาวันหนึ่ง พระเจ้าตรัสกับโนอาห์ว่า "ถึงเวลาขึ้นเรือแล้ว จงพาภรรยา ลูกชาย และลูกสะใภ้ของเจ้าเข้าไปในเรือเถิด เพราะในเวลานี้ เหลือแต่เพียงครอบครัวของเจ้าเท่านั้นที่เป็นคนชอบธรรมในสายตาเรา ในอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า ฝนจะกระหน่ำตกลงมาอย่างรุนแรงนานถึง 40 วัน 40 คืน และน้ำจะท่วมมิดทั้งแผ่นดิน"

 

เมื่อครอบครัวของโนอาห์และสัตว์ทุกตัวได้เข้าไปในเรืออย่างครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว พระเจ้าทรงปิดประตูเรือด้วยพระองค์เอง 

 

พอเข้าสู่วันที่เจ็ด เสียงฝนก็เริ่มกระหน่ำลงมาอย่างหนัก ในไม่ช้า เรือลำยักษ์ก็ค่อยๆ ลอยขึ้นเหนือน้ำ ฝนยังคงตกต่อเนื่องวันแล้ววันเล่า ลูกๆ ของโนอาห์ต่างช่วยกันดูแลและให้อาหารสัตว์ทุกตัวอย่างแข็งขัน พวกเขาอดทนและเปี่ยมด้วยความหวัง เพราะรู้ว่าพระเจ้าทรงสัญญาว่าจะทำให้ทุกสิ่งกลับมาเริ่มต้นใหม่อย่างงดงาม และพระองค์ทรงกำลังทำตามสัญญานั้น

 

 

ฟ้าหลังฝนและคำสัญญาแห่งสายรุ้ง

โนอาห์และครอบครัวต้องใช้ชีวิตบนเรือลอยลำกลางน้ำนั้นอยู่เป็นเวลาหลายเดือน 

 

จนกระทั่งวันหนึ่ง เรือลำใหญ่ได้ลอยไปจอดสนิทอยู่บนยอดเขาอารารัต พวกเขาต้องเฝ้ารออย่างอดทนจนกว่าน้ำจะลดระดับลง และมั่นใจได้ว่าพื้นแผ่นดินแห้งสนิทพอที่จะก้าวลงไปเดินได้อย่างปลอดภัย

 

เมื่อพวกเขาก้าวเท้าออกจากเรือ ภาพที่เห็นคือโลกที่ว่างเปล่า ไม่มีสิ่งก่อสร้างหรือสัตว์ตัวอื่นใดหลงเหลืออยู่เลย สิ่งแรกที่โนอาห์และครอบครัวทำร่วมกันคือ การสร้างแท่นบูชาและถวายนมัสการแด่พระเจ้า

 

ทันใดนั้นเอง เมื่อทุกคนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า พวกเขาก็ได้เห็น "รุ้งกินน้ำ" ทอแสงประกายแสนสวย รุ้งนี้คือสัญลักษณ์แห่งพันธสัญญาของพระเจ้าที่มอบให้แก่มนุษยชาติว่า พระองค์จะไม่ทำลายโลกด้วยน้ำท่วมอีกต่อไป โดยตรัสว่า "แม้ว่ามนุษย์จะยังคงทำความผิดบาปอีก แต่เราจะไม่ทำลายสิ่งมีชีวิตทั้งหมดเช่นนี้อีกแล้ว เราจะทำให้โลกนี้มีฤดูกาลที่หมุนเวียน มีกลางวันและกลางคืน และทำให้พื้นดินกลับมาอุดมสมบูรณ์จนสามารถเพาะปลูกได้อีกครั้ง"

 

เมื่อสัตว์ต่างๆ ถูกปล่อยออกจากเรือ พวกมันต่างแยกย้ายกันไปสร้างรังและพบกับบ้านหลังใหม่ ไม่นานก็มีสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยกำเนิดขึ้นมามากมาย เช่นเดียวกับลูกสะใภ้ทั้งสามของโนอาห์ที่ได้ให้กำเนิดทายาทตัวน้อยๆ เช่นกัน

 

บทสรุปของความเชื่อฟัง

โนอาห์คือคนที่พระเจ้าทรงเลือกเพราะเขาเป็นคนดีและชอบธรรม เขาได้พิสูจน์ความรักที่มีต่อพระเจ้าด้วย "การเชื่อฟัง" พระองค์ ในสายตาของคนอกุศลยุคนั้นมองว่าการสร้างเรือลำยักษ์บนพื้นดินแห้งห่างไกลทะเลดูเป็นเรื่องโง่เขลาและน่าขบขัน แต่โนอาห์รู้ดีว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า เขาจึงลงมือทำทุกอย่างตามพระบัญชาของพระองค์โดยไม่มีข้อแม้และไม่ลังเลเลย

 

บางครั้ง เราไม่ได้ให้ความสำคัญกับการเชื่อฟัง และอาจคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยที่ละเลยได้ แต่เรื่องราวเรือของโนอาห์สอนให้เราเห็นว่า พระเจ้าทรงปรารถนาให้เราเชื่อฟังและวางใจในพระองค์เสมอ เพราะพระเจ้าตรัสสิ่งใด สิ่งนั้นจะเกิดขึ้นจริงอย่างแน่นอน 

 

บทเรียนจากวีรบุรุษ

พระเจ้าทรงขอให้โนอาห์ทำสิ่งหนึ่งที่ดูแปลกประหลาดในสายตาคนอื่น แต่พระองค์ทรงทราบว่าทรงสามารถไว้ใจโนอาห์ได้ เพราะโนอาห์เลือกที่จะเชื่อฟังพระองค์เสมอ 

คำถามและคำตอบเหล่านี้จะช่วยให้เธอเข้าใจได้มากขึ้น

1. ทำไมเวลาที่คุณพ่อคุณแม่บอกให้ทำอะไรในครั้งแรก เราถึงมักจะรู้สึกว่ามันยากที่จะทำตามทันทีนะ

2. โนอาห์แสดงให้เห็นได้อย่างไรว่าเขาเชื่อฟังพระเจ้าอย่างแท้จริง

3. คุณคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าหากในวันนั้นโนอาห์เลือกที่จะไม่เชื่อฟังพระเจ้าอย่างหมดใจ

 

ข้อคิดสะกิดใจ

เมื่อเราเลือกที่จะเชื่อฟัง ก็เท่ากับเรากำลังแสดงออกว่า เราเห็นด้วยและยอมรับว่า กฎเกณฑ์ของพระเจ้านั้นเป็นสิ่งที่ดีงาม และคุ้มค่าที่สุดที่เราจะปฏิบัติตาม