4365e65260fe7d7edd5c54bb79d5ab96

 

16 เมษายน

นักบุญ มารี แบร์นาแด๊ต สุบีรูส์ พรหมจารี

(St. Marie Bernadette Soubirous, Virgin)

 

เราเรียกชื่อนักบุญองค์นี้ง่ายๆว่า นักบุญแบร์นาแด๊ต เธอเกิดเมื่อวันที่ 7 มกราคม ค.ศ. 1844 ที่เมืองลูร์ด ซึ่งตั้งอยู่บริเวณตอนบนของเทือกเขาปีรานีสฝั่งฝรั่งเศส (Lourdes, Hautes - Pyrénées, France) เป็นลูกคนโตในจำนวนทั้งหมด 9 คน ของนายฟร็องซัวส์ (Francoise) และหลุยส์ สุบีรูส์ (Louise Soubirous) พ่อของเธอได้เคยเป็นเจ้าของโรงสี แต่เกิดสถานการณ์ยากลำบากทำให้ต้องทำงานเป็นกรรมกรรายวันเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว

 

เธอเป็นเด็กตัวเล็กและบอบบาง  และต้องทุกข์ทรมานด้วยโรคหืดจนตลอดชีวิตของเธอ  ในขณะที่เธอยังเด็ก เธอต้องไปอยู่หมู่บ้านใกล้ๆ เพื่อพักฟื้น  พอโตขึ้นมาหน่อย  ก็มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลฝูงแกะ  ต่อมาเธอได้กลับมาอยู่ที่บ้านของพ่อเธออีกตอนอายุ 14 ปี  เพราะความเจ็บป่วยและไม่ได้เข้าโรงเรียนทำให้การรับศีลมหาสนิทครั้งแรกของเธอต้องถูกเลื่อนเวลาออกไป

 

ในวันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1858 แบร์นาแด๊ตพร้อมกับน้องสาวชื่อมารีและเพื่อนชื่อ Jeane ได้ออกไปหาฟืนเพื่อมาใส่เตาผิงให้กับครอบครัวที่ถ้ำมัสซาเบียล (Grotto of Massabielle) บริเวณฝั่งแม่น้ำกาฟ (Gave) เธอได้เห็นนิมิต - สุภาพสตรีผู้หนึ่งที่งดงามมาก  เธอได้อธิบายการประจักษ์นี้ให้กับอีก 2 คนที่มากับเธอว่า  "เป็นสุภาพสตรีที่สวมชุดขาว  อายุน่าจะสัก 16-17 ปี ชุดขาวของเธอมีผ้าสีน้ำเงินคาดที่เอว  มีผ้าคลุมผมสีขาวห้อยยาวไปทางเบื้องหลัง...  เท้าทั้งสองของเธอไม่สวมรองเท้าแต่มีดอกกุหลาบอยู่ที่เท้าข้างละดอก  ที่มือข้างขวาของเธอถือสายประคำที่มีเม็ดสีขาว...  และโลหะที่ร้อยเป็นสีทอง  ส่องแสงประกายเรืองรองเช่นเดียวกับดอกกุหลาบที่เท้าทั้งสองของเธอ"  นั่นคือ พระมารดาของชาวเรานั่นเอง

 

พระนางมารีย์ได้ประจักษ์แก่แบร์นาแด๊ต 18 ครั้งด้วยกัน  และได้ทรงสนทนากับเธอ  พระนางตรัสว่า "ฉันสัญญาจะทำให้เธอมีความสุข  ถ้าไม่ใช่ในโลกนี้ อย่างน้อยก็ในโลกหน้า" (18 กุมภาพันธ์) และ "จงใช้โทษบาป  จงใช้โทษบาป  จงใช้โทษบาป" (24 กุมภาพันธ์) และ "จงไปบอกกับบรรดาพระสงฆ์ให้สร้างวัดน้อยขึ้นที่นี่" (27 กุมภาพันธ์) และ "ฉันคือผู้ปฏิสนธินิรมล" (25 มีนาคม)

 

ในวันที่ 3 มิถุนายน  แบร์นาแด๊ตได้รับศีลมหาสนิทครั้งแรก  เธอถูกล้อเลียน  ถูกดูถูกเหยียดหยันจากพวกที่ไม่เชื่อ และพวกที่สงสัย  แม้กระทั่งมีการทำรั้วกั้นบริเวณถ้ำโดยนายกเทศมนตรีของเมืองลูร์ด  เพื่อป้องกันไม่ให้แบร์นาแด๊ตเข้าไปข้างในเขตนั้น  แต่เธอก็สามารถเห็น "สุภาพสตรี" ผู้นั้น ณ ที่ประจักษ์เดิมจากระยะไกล

 

แบร์นาแด๊ตต้องอดทนการต่อต้านจากครอบครัวของเธอเองเป็นอย่างมาก  จากเจ้าหน้าที่ทางบ้านเมือง  และแม้จากพวกสมณะ  พวกเขาปฏิเสธจะเชื่อเรื่องเล่าของเธอ  พระสังฆราชแห่งตาร์บส์ (Tarbes) ได้แต่งตั้งคณะกรรมการของพระศาสนจักรและพวกแพทย์ให้ช่วยสอบสวนความจริง  และเนื้อแท้ของการประจักษ์  รวมทั้งอัศจรรย์ที่ได้เกิดขึ้นที่ลูร์ด  พวกเขาทำงานนี้เกือบ 3 ปีด้วยกัน  และก่อนที่รายงานของคณะกรรมการจะได้รับการรับรองจากพระสังฆราชด้วยซ้ำ  ชื่อเสียงของลูร์ดก็แพร่กระจายไปทั่วโลกแล้ว  ได้ถูกกำหนดให้เป็นสถานที่สำหรับแสวงบุญอย่างมั่นคงแล้ว

 

ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1866  แบร์นาแด๊ตได้เดินทางไปเมืองเนแวรส์ (Nevers) เพื่อเข้าเป็นผู้ฝึกหัดที่บ้านเจ้าคณะของคณะซิสเตอร์แห่งเนแวรส์   และเธอได้อยู่ที่นั่นจนสิ้นชีพ  โดยการถือตามวินัยอย่างเคร่งครัด  เธอกล่าวว่า  "ทุกๆวัน  ฉันส่งใจไปยังถ้ำอันเป็นที่รัก  เพื่อเป็นการแสวงบุญที่นั่น"  เธอต้องทนทุกข์ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจในช่วงที่อยู่ในคอนแวนต์นั้น  เธอกล่าวไว้ว่า  "เราจะทำอะไรกับไม้กวาด  เมื่อเรากวาดเสร็จเรียบร้อยแล้ว...  ก็นำมันไปไว้ที่มุมห้องสิ"  แบร์นาแด๊ตเป็นประดุจไม้กวาดของพระเจ้า  ซึ่งได้ทำการเก็บกวาดเรียบร้อยแล้ว  ช่างเป็นงานที่ดีอะไรเช่นนี้

 

วันที่ 22 กันยายน ค.ศ. 1878 เธอได้ปฏิญาณตนตลอดชีวิต  ในเดือนธันวาคมของปีนั้น  เธอได้ปรากฎตัวต่อหน้าบรรดาผู้แทนของบรรดาพระสังฆราชของตาร์บส์ (Tarbes) และเนแวรส์  เพื่อทำการยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรใหม่  จากครั้งแรกที่ได้เคยทำไว้แล้วเมื่อ 20 ปีก่อนหน้านี้ เกี่ยวกับเรื่องการประจักษ์มาที่ถ้ำนั้น

 

โรคหืดและจากสาเหตุเนื่องมาจากโภชนาการที่ไม่ดีและความยากจนในวัยเด็กเรื่อยมาจนถึงวัยรุ่นตอนต้น  ทำให้เธอค่อยๆ เป็นวัณโรค  และส่งผลให้เกิดแผลที่เข่าของเธอ  และภาวะไตเป็นพิษ  ซึ่งค่อยๆบั่นทอนชีวิตของเธอ  ดังนั้น ในวันที่ 16 เมษายน ค.ศ. 1879 เธอได้จากไปด้วยรอยยิ้นบนใบหน้าเพื่อไปพบกับ "สุภาพสตรีในชุดสีขาว"  ด้วยอายุ 35 ปี

 

แบร์นาแด๊ต สุบีรูส์ ได้รับการประกาศเป็นบุญราศี โดยพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 15 เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ค.ศ. 1925 และได้รับการแต่งตั้งเป็นนักบุญโดยพระสันตะปาปาปีโอที่ 11 เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ. 1933

 

(ถอดความโดย คุณพ่อ วิชา  หิรัญญการ จากหนังสือ Saint Companions For Each Day ; เขียนโดย A.J.M. Mausolfe และ  J.K. Mausolfe)