^Back To Top

  • 1 1
    หลักปฏิบัติในเทศกาลมหาพรต
  • 2 2
    จำศีลอดอาหาร การอดอาหารหรืออดสิ่งจำเป็นเล็กน้อยในชีวิตก็เป็นการร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับพี่น้องของเราที่กำลังอดอยาก ขาดอาหารบริโภค ขาดความสะดวกสบายที่จำเป็นสำหรับชีวิต ที่สำคัญที่สุด คือ อดใจไม่ทำบาป
  • 3 3
    ทำกิจเมตตา เหตุผลอีกอย่างหนึ่งของการจำศีลอดอาหารในเทศกาลมหาพรตก็เพื่อเราจะได้มีโอกาสแบ่งปันอาหารแก่ผู้ที่หิวโหย เราอดออมเงินส่วนหนึ่ง จากการซื้ออาหารหรือขนมไว้เพื่อมอบให้แก่ผู้ที่มีอาหารไม่เพียงพอ การทำดังนี้ เป็นการตอบรับเสียงเรียกของพระเยซูเจ้าที่บอกเราให้เลี้ยงอาหารผู้หิวโหย เยี่ยมเยียนผู้เจ็บป่วย และปลอบโยนผู้ที่อยู่ในความโศกเศร้า
  • 4 4
    ภาวนา การภาวนามีความสำคัญยิ่งในเทศกาลมหาพรต เพราะทำให้เราได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าจากความจริงแห่งการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเจ้าเพื่อเรา เราจึงควรสรรเสริญสดุดีพระองค์ พระเยซูภาวนาบ่อยๆ เพราะพระองค์เป็นบุตรของพระเจ้า และมีความต้องการจะสัมพันธ์กับพระบิดา
  • 5 5
    เราก็เช่นกัน เราต้องภาวนาไม่ใช่เพราะมีคนอื่นบอก หรือเพราะมีกฎบังคับ เราภาวนาเพราะมีความสำนึกว่าเราเป็นบุตรของพระเจ้าซึ่งต้องการมีความสัมพันธ์กับพระบิดา

www.kamsonbkk.com

5. การอบรมด้านคริสตศาสนสัมพันธ์ในผู้ทำงานคำสอน

5. การอบรมด้านคริสตศาสนสัมพันธ์ในผู้ทำงานคำสอน
ความต้องการ
    พร้อมกับสภาสังคายนาวาติกันที่ 2 พระศาสนจักรคาทอลิกฟังเสียงของพระจิตเจ้า  อุทิศตนเองในการแสวงหาการฟื้นฟูเอกภาพคริสตจักร การสร้างเอกภาพที่เห็นได้ชัดขึ้นมาใหม่ระหว่างคริสตศาสนิกชนซึ่งเป็นพระประสงค์ของพระคริสตเจ้า และเป็นความจำเป็นสำหรับชีวิตของพระศาสนจักรคาทอลิก (เทียบ เพื่อให้พวกเขาเป็นหนึ่งเดียวกัน ข้อ 3)
    เมื่อเวลาแห่งพระทรมานของพระองค์มาถึง  พระเยซูเจ้าทรงภาวนา  “เพื่อให้ทุกคนเป็นหนึ่งเดียวกัน” (ยน.17:21)  พระเจ้าทรงมอบเอกภาพให้กับพระศาสนจักร  และพระองค์ประสงค์จะโอบกอดทุกคน  มิใช่เป็นเพียงส่วนประกอบ  แต่เป็นศูนย์กลางของงานพระองค์
    แหล่งกำเนิดของเอกภาพคริสตชนอยู่ในพระตรีเอกภาพ  ของพระบิดา พระบุตร  และพระจิต  สัตบุรุษเป็นหนึ่งเดียวกัน  เพราะในพระจิตเจ้าพวกเขาเป็นหนึ่งเดียวกับพระบุตร  และในพระองค์พวกเขาแบ่งปันความเป็นหนึ่งเดียวกับพระบิดา (DE 8-9) นี่เป็นรากฐานในการแสวงหาเอกภาพคริสตชน และการเสวนาระหว่างศาสนาต่างๆ ในมิติที่ลึกซึ้ง ซึ่งเป็นความจริงที่รับการเปิดเผย
ฉะนั้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะวาดมโนภาพว่า การอบรมด้านฟื้นฟูเอกภาพคริสตจักรในการสอนคำสอน เป็นสิ่งที่สามารถแยกออกจากการเปิดเผยของพระเจ้า ซึ่งเป็นคลังที่พระ ศาสนจักรคาทอลิกสงวนรักษาไว้

การสอนคำสอนและการอบรมด้านคริสตศาสนสัมพันธ์
    คู่มือแนะแนวได้ให้หลักการและกฎเกณฑ์ต่างๆ เรื่องการฟื้นฟูเอกภาพคริสตจักร  ซึ่งมีกล่าวไว้ในหนังสือการสอนคำสอนในยุคปัจจุบันข้อ 32 – 33  ที่จะช่วยตอบคำถามในการสอนคำสอน  ในฐานะเป็นดังเครื่องมือในการอบรมฟื้นฟูเอกภาพคริสตจักร
ประการแรก  การสอนคำสอนต้องชี้แจงได้อย่างชัดเจน  ทั้งความแน่วแน่และเมตตาจิตต่อคำสอนของพระศาสนจักรคาทอลิก ต้องเคารพต่อฐานานุกรมของความจริง และหลีกเลี่ยงการแสดงออกหรือการกระทำใดๆ ที่อาจจะเป็นการขัดขวางการเสวนา (เทียบ UR 11)
เมื่อกล่าวถึงพระศาสนจักรอื่นๆ และกลุ่มคริสตจักรต่างๆ จำเป็นต้องแสดงถึงการสอนของเขาอย่างถูกต้องและซื่อสัตย์  พระจิตเจ้ามิได้ปฏิเสธที่จะใช้กลุ่มต่างๆ เหล่านี้เป็นดังเครื่องมือแห่งการช่วยให้รอดพ้น  การกระทำดังนี้เป็นการเน้นย้ำความจริงแห่งความเชื่อ  ซึ่งเกิดจากการแบ่งปันของคริสตศาสนิกชนกลุ่มต่างๆ (เทียบ CT 32)
“สิ่งหนึ่งที่คริสตชนคาทอลิกพึงได้รับจากการสอนดังกล่าวนี้คือ เป็นการช่วยให้เข้าใจความเชื่อของตนอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น สร้างความใกล้ชิด และความนับถือต่อพี่น้องคริสตชนอื่นๆ ซึ่งก็จะเอื้อต่อการร่วมมือกันในการแสวงหาหนทางสู่เอกภาพในความจริงอย่างสมบูรณ์”  (CT 32)
การสอนคำสอนต้องมีมิติด้านการฟื้นฟูเอกภาพระหว่างชาวคริสต์นิกายต่างๆ ด้วย  อันจะก่อให้เกิดและหล่อเลี้ยงความปรารถนาเพื่อเอกภาพอย่างแท้จริง สิ่งนี้จะเป็นความจริงได้ถ้าเกิดจากความพยายามที่จริงใจ รวมทั้งมีความสุภาพเพื่อชำระตนให้บริสุทธิ์ เพื่อที่จะเอาชนะอุปสรรคต่างๆ ในเส้นทางสู่เอกภาพ  มิใช่ด้วยการละเลยง่ายๆ หรือการยินยอมในระดับของข้อคำสอน  แต่โดยการติดตามเอกภาพที่สมบูรณ์ที่เป็นพระประสงค์ของพระเจ้า และอาศัยเครื่องมือที่พระองค์ทรงชี้ให้เห็น  (เทียบ CT 32)

ความร่วมมือในการฟื้นฟูเอกภาพคริสตจักรในการสอนคำสอน
    ในการเพิ่มเติมการสอนคำสอนจากปกติที่คริสตชนทุกคนต้องได้รับ พระศาสนจักรคาทอลิกสำนึกว่าในสถานการณ์แวดล้อมที่มีหลายศาสนาที่ต้องร่วมมือกัน  ในการสอนคำสอนเราสามารถเติบโตขึ้นสำหรับพระศาสนจักรคาทอลิกและกลุ่มคริสตจักรอื่นๆ  เช่น  การร่วมมือกันในขอบเขตที่เป็นไปได้  รวมทั้งโอกาสที่มีในการเป็นพยานต่อโลกถึงความจริงแห่งพระวรสาร
    หลักเกณฑ์  เงื่อนไข  และขอบเขตในการร่วมมือกันนั้น  หนังสือการสอนคำสอนในยุคปัจจุบัน ข้อ 33 ได้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า     “ประสบการณ์ดังกล่าวที่มีพื้นฐานทางเทววิทยาที่ร่วมกันสำหรับคริสตชนทุกคน  แต่ความเชื่อของคาทอลิกและคริสตชนอื่นๆ มิได้ร่วมกันหมดทุกอย่าง  ในบางกรณีมีการแตกต่างกันอย่างลึกซึ้ง ดังนั้นการร่วมมือกันในระหว่างศาสนาจึงมีขอบเขตจำกัดโดยธรรมชาติ แต่มิได้หมายความว่าจะต้อง “ตัดทอน”  ให้เหลือน้อยลงเฉพาะที่เห็นพ้องต้องกันเท่านั้น  ยิ่งกว่านั้นการสอนคำสอนมิได้หมายถึงเฉพาะการสอนหลักธรรมเพียงอย่างเดียว  แต่ยังหมายถึงการนำเข้าสู่ชีวิตคริสตชนที่สมบูรณ์ และนำไปสู่การมีส่วนร่วมอย่างสมบูรณ์ในศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ของพระศาสนจักรด้วย ดังนั้น ที่ได้มีการหาประสบการณ์ในการร่วมมือกันระหว่างศาสนาในด้านการสอนคำสอน พึงสำนึกไว้ว่า การอบรมคริสตชนคาทอลิกของพระศาสนจักรจะต้องได้รับการประกันให้ครบถ้วน  ทั้งในด้านข้อคำสอนและด้านการดำเนินชีวิตคริสตชนด้วย”  (CT 33)
    เราต้องมีความระมัดระวังอยู่เสมอในเรื่องสถานที่ของการอบรม ในเรื่องการฟื้นฟูเอกภาพคริสตจักรตามที่คู่มือแนะแนวได้กล่าวไว้คือ  ครอบครัว  เขตวัด  โรงเรียน  กลุ่ม  สมาคม  และขบวนการต่างๆ ในพระศาสนจักร 
พระศาสนจักรทั้งครบ  ผู้อภิบาล  และสัตบุรุษต้องผูกมัดตนเอง  วอนขอพระจิตเจ้าให้ประทานพระพรให้พัฒนาเอกภาพของพระศาสนจักรให้เข้มแข็ง และเพิ่มพูนความเป็นหนึ่งเดียวกันกับคริสตศาสนิกชนอื่น

ค้นหา

ถ่ายทอดสด พิธีบูชาขอบพระคุณ

MASS Header re

คำสอนออนไลน์ ศีลศักดิ์สิทธิ์

7 Sacraments ๒๐๐๓๑๖ 0010 resize

Pope Report คำสอน บทเทศน์

pope report francis

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

เอกสารฉลอง 350 ปี

350

พระวาจาประจำวัน

word of God 2

เว็บไซต์คาทอลิก

bkk


sathukarnlogo


haab


becthailand


santikham


pope report-francis


bannerpope


cc_link2011


0002


thaicatholicbible


mass


bnbec


facebook

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
14333
11957
46139
99559
390163
17159322
Your IP: 3.231.220.139
2020-04-08 18:47

สถานะการเยี่ยมชม

มี 356 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

 

แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
122/8 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทร. 095-953-3070,  02-681-3850   Email: ccbkk@catholic.or.th   Line_ID: kamsonbkk