foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

God is Love...

Catechetical Center of Bangkok

19. ความซื่อสัตย์ต่อคำสอนของพระศาสนจักร
    เราเป็นปรีชาญาณที่บังเกิดเป็นมนุษย์คือ “แสงสว่างแท้จริงซึ่งส่องสว่างแก่มนุษย์ทุกคนกำลังจะมาสู่โลก” (ยน 1:9) ถ้าท่านต้องการให้ความกระตือรือร้นของท่านศักดิ์สิทธิ์และฉลาด ท่านไม่ควรมีคำสอนอื่นใดนอกจากของเรา ซึ่งท่านต้องเอามาจากแหล่งที่มาซึ่งเราได้เผยแสดงไว้เท่านั้น คือพระศาสนจักรคาทอลิก ผู้เก็บรักษาและผู้แจกจ่ายคำสอนของเราในพระศาสนจักรคาทอลิก คือนักบุญเปโตร และผู้สืบตำแหน่งต่อจากท่าน เราได้กล่าวกับพวกเขาว่า “ท่านคือศิลา และบนศิลานี้ เราจะตั้งพระศาสนจักรของเรา” (มธ 16:18) “เราอธิษฐานอ้อนวอนเพื่อท่าน ให้ความเชื่อของท่านมั่นคงตลอดไป และเมื่อท่านกลับใจแล้ว จงช่วยค้ำจุนพี่น้องของท่านเถิด” (ลก 22:32) “จงดูแลลูกแกะของเราเถิด... จงเลี้ยงดูแกะของเราเถิด” (ยน 21:16-17)
    ขอให้คำสั่งสอนของท่านมีความสอดคล้องกับการสอนของพระสันตะปาปา ผู้ซึ่งเป็นผู้แทนเราในโลกนี้เสมอ สิ่งใดที่เขาประกาศว่าถูกต้อง ท่านต้องยอมรับว่าถูกต้อง และสิ่งใดที่เขาไม่ยอมรับเพราะเห็นว่าผิด ท่านก็ต้องไม่ยอมรับด้วย เนื่องจากเราได้มอบปรีชาญาณของเราไว้กับเขา ผู้ใดโต้แย้งปรีชาญาณของเขาก็โต้แย้งปรีชาญาณของเรา จงอย่าถูกหลอกโดยนามหรืออำนาจอื่นใด ให้คำสั่งสอนของท่านเป็นคำสั่งสอนเดียวกันแท้จริงกับของพระสันตะปาปา  คำสอนทั้งมวลที่ขัดกันกับคำสอนของพระสันตะปาปานั้นไม่ถูกต้องและไม่สามารถเจริญก้าวหน้าได้ คำสอนเหล่านี้ถูกทำให้พินาศไปพร้อมกับผู้ที่สนับสนุนคำสอนนั้น
    คุณธรรมที่สำคัญที่สุดที่พระสงฆ์ของเราควรได้มาคือคำสอนที่ไม่มีข้อบกพร่อง ถ้าคำสอนที่พวกเขามีไม่เป็นเช่นนั้น พวกเขาก็จะไม่ใช่เกลือแต่เป็นความเน่าเปื่อย และพวกเขาจะไม่ใช่แสงสว่างแต่เป็นความมืด ในที่สุด พวกเขามิใช่ศิษย์แต่เป็นผู้หลอกลวง ดังที่ท่านเห็นแล้วว่าบรรดาศัตรูทั้งปวงของเราต่อต้านคำสอนที่เชื่อถือได้ของพระสันตะปาปา และบรรดาผู้ที่ไม่สามารถปฏิเสธคำสอนนี้ได้เหมือนกับชาวคาทอลิกที่มีความหยิ่งจองหองบางคน มีความพยายามอย่างน้อยที่สุดที่จะทำให้คำสอนนั้นอ่อนลงเท่าที่พวกเขาจะกระทำได้ ขอความสุขจงมีแด่ผู้ที่ซื่อสัตย์สุภาพถ่อมตนของเรา ซึ่งเคารพคำสอนของพระสันตะปาปา จงค้นพบการปลอบโยนสำหรับหัวใจของพวกเขาและความสงบแห่งความคิดภายในคำสอนนี้ พวกเขารู้สึกซาบซึ้งต่อเราอย่างที่สุด ในการที่เราได้ก่อตั้งประภาคารแห่งความจริงอันมิรู้ผิดพลาดนี้ในทะเลที่มืดมัวและมีพายุของทุกยุคทุกสมัย
    มีศาสนบริกรของเราบางคนอ้างว่าเขารู้จักสิ่งที่ดีและถูกต้องสำหรับพระศาสนจักรของเรามากกว่าผู้แทนเรา ด้วยความจองหองและการขาดความสุขุมรอบคอบของพวกเขา พวกเขาไม่ยอมรับคำสั่งสอนต่างๆ ของผู้แทนเรา ไม่เกรงกลัวกฎเกณฑ์ข้อบังคับและพูดเยาะเย้ยการลงโทษของผู้แทนเรา พวกเขาพูดกับผู้เป็นพ่อว่า “ท่านไม่รู้จักวิธีการปกครองดูแลครอบครัวของท่าน” และพวกเขาพูดกับผู้พิพากษาว่า “ท่านใช้อำนาจเกินขอบเขตอำนาจศาลของท่านในการอนุมัติคำพิพากษา” พวกเขากล่าวกับพระสงฆ์ว่า “ท่านไม่รู้จักขอบเขตต่างๆ ในสักการสถาน เราจะสอนเรื่องความรอบคอบ ความยุติธรรมและกฎหมายให้ท่าน” เราถือว่าบุคคลเหล่านี้มิใช่ศาสนบริกรของเรา แต่เป็นศัตรูและผู้ทรยศของเรา เรายอมรับผู้ที่ให้ความเคารพและเชื่อฟังผู้แทนเราว่าเป็นศาสนบริกรและมิตรสหายของเรา