แผนกคริสตศาสนธรรม  อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ

CATECHETICAL CENTER OF BANGKOK ARCHDIOCESE

thzh-CNenfritjako

    เรื่องต่อไปนี้มาจากคำบอกเล่าของนักธุรกิจคนหนึ่ง  ตอนเป็นเด็กเขาสอบตกขณะที่เรียนในชั้นประถมต้น สิ่งนี้เปรียบเหมือนบาดแผลในใจที่ทำลายความมั่นใจทั้งสิ้นในชีวิตของเขา เขารู้สึกว่าตนเองต่ำต้อยและคงสู้คนอื่นไม่ได้ แม้เขาจะเติบโตขึ้นและเรียนในชั้นมัธยม แต่ความรู้สึกแบบนี้ก็ยังคงฝังอยู่ในจิตใต้สำนึก และดูเหมือนว่าผลการเรียนอันตกต่ำของเขาก็สนับสนุนความรู้สึกนี้ด้วย เขามักจะสอบได้อันดับท้ายๆ ของห้องเป็นประจำ แต่แล้ววันหนึ่งเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาก็เกิดขึ้น

    ขณะที่เขาเรียนอยู่ในชั้นมัธยมต้น ในวันนั้นเป็นวิชาเต้นรำ ครูผู้สอนได้แนะนำหญิงวัยกลางคนๆ หนึ่ง ซึ่งเป็นน้องสาวของครูเองมาเป็นวิทยากรพิเศษ หลังจากนั้นทั้งสองได้เดินมาที่กลุ่มนักเรียน คุณครูเดินตรงมาที่เขา และจูงมือเขาออกมาจากกลุ่มเพื่อน   คุณครูวางมือลงบนไหล่ของเขาและแนะนำเขากับน้องของคุณครูว่า “แพ็ท ฉันขอแนะนำให้เธอรู้จักกับโทนีเป็นคนแรก เขาเป็นนักเรียนที่มีรอยยิ้มที่สวยงามที่สุดในชั้น” เขาคิดในใจว่า “ครูอาจจะแนะนำอะไรหลาย ๆ อย่างเกี่ยวกับตัวฉัน เช่นว่า นี่อย่างไรล่ะโทนี เขาเป็นเด็กที่อ่านหนังสือได้แย่มาก เขาเขียนกลอนก็ไม่เป็น เขาทำอะไรไม่เป็นเลย สอบก็ได้ที่เกือบสุดท้ายทุกครั้ง ฯลฯ แต่ครูไม่ได้พูดอย่างนั้น ครูชมฉันว่าฉันมีรอยยิ้มที่สวยที่สุดในชั้น”
    เขาจบชั้นเรียนในวิชานั้นด้วยหัวใจที่ลิงโลด เขารู้สึกตัวลอยและเดินยืดอกด้วยความมั่นใจอย่างที่เขาไม่เคยมีมาก่อนเลยในชีวิต  จากคำพูดของคุณครูประโยคนี้ ดูเหมือนว่ามันเปิดตาเปิดใจของเขาให้มองเห็นถึงคุณค่าต่างๆ ในตนเอง ที่เขามองข้ามไป เขาเรียนด้วยความมั่นใจมากขึ้น และประสบความสำเร็จเป็นลำดับ จนกระทั่งเขาสามารถจบการศึกษาในระดับปริญญาโท เขาประกอบอาชีพเป็นอาจารย์ นักธุรกิจ และในขณะนี้เขาทำงานในบริษัทคอมพิวเตอร์ แต่สิ่งเหล่านี้มีจุดเริ่มต้นจากประโยคง่ายๆ แต่จริงใจของครูสอนเต้นรำที่บอกกับเขาว่า เขาเป็นคนที่มีรอยยิ้มที่สวยที่สุดในชั้น และสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำพูดประโยคนั้นกลับมีความหมายที่ยิ่งใหญ่กว่า นั่นคือมันบอกกับเขาว่า เขาเป็นคนที่มีคุณค่า และมีสิ่งดี ๆ ที่สามารถจะมอบให้กับคนอื่นได้

ชวนคิดสะกิดใจ
มีบทภาวนาบทหนึ่งที่บอกกับพวกเราว่า ชีวิตของพวกเราทุกคนเป็นชีวิตที่มีคุณค่ามาก บทภาวนานั้นก็คือ บทข้าแต่พระบิดา ซึ่งบอกกับเราว่า เราเป็นลูกของพระ เราเป็นคนที่มีเกียรติและมีศักดิ์ศรี เราสามารถทำสิ่งดีๆ ในชีวิตได้มากมาย  หวังว่าจะมีผู้คนที่มีสายตาของพระเจ้ามากขึ้นในสังคม คือ มองเห็นถึงความดีงาม และคุณค่าของเพื่อนมนุษย์ เชื่อว่าถ้ามีคนจำนวนมากที่มีสายตาและหัวใจแบบนี้ จำนวนคนที่ประสบความสำเร็จในสังคมคงจะมีมากขึ้น และจำนวนคนที่ดำเนินชีวิตอย่างขมขื่น มีปมด้อย หรือทำร้ายตัวเองก็คงจะลดลง