แผนกคริสตศาสนธรรม  อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ

CATECHETICAL CENTER OF BANGKOK ARCHDIOCESE

thzh-CNenfritjako

นิทานจากบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย

เมล็ดข้าว


rice-grain 1 กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยังมีกษัตริย์แสนดีพระองค์หนึ่ง  ซึ่งปกครองอาณาจักรด้วยความฉลาดรอบคอบอย่างดี พระองค์เป็นที่รักของประชาชนในอาณาจักรนั้น วันหนึ่ง พระองค์ทรงเรียกบุตรสาวทั้งสี่คนมาหา และบอกพวกเขาว่า พระองค์จะต้องออกเดินทางไกล พระองค์บอกกับบุตรสาวทั้งสี่ว่า “พ่อต้องการที่จะศึกษาเกี่ยวกับพระเป็นเจ้ามากยิ่งขึ้น พ่อกำลังจะเดินทางไปยังอารามที่แสนไกล เพื่อใช้เวลาในการสวดภาวนา ฉะนั้น ระหว่างที่พ่อไม่อยู่ พ่ออยากให้พวกเจ้าทั้งสี่ช่วยกันปกครองอาณาจักรของพวกเราให้ดี”

พวกเขาร้องว่า “โอ้ คุณพ่อค่ะ อย่าปล่อยพวกเราไว้แบบนี้เลย พวกเราไม่เคยที่จะปกครองอาณาจักรโดยที่ไม่มีคุณพ่ออยู่ด้วยเลย”

กษัตริย์ทรงยิ้ม และพูดว่า “ระหว่างที่พ่อไม่อยู่ พวกเจ้าจะทำได้ดี เอาล่ะ ก่อนที่พ่อจะออกเดินทาง พ่ออยากจะมอบของขวัญให้พวกเจ้าแต่ละคน มันเป็นคำภาวนาของพ่อที่ว่าของขวัญชิ้นนี้จะช่วยพวกลูกให้เรียนรู้ในการปกครอง” กษัตริย์เอาเมล็ดข้าวใส่ในมือของลูกสาวแต่ละคน คนละหนึ่งเม็ด แล้วพระองค์ก็ออกเดินทางไป


ทันทีที่ได้รับของขวัญ ลูกสาวคนโตก็รีบไปที่ห้องของเธอ เธอเอาด้ายทองคำมัดเมล็ดข้าวและเก็บไว้ในกล่องคริสตัลที่สวยงาม ทุกๆ วัน เธอก็จะเอากล่องใบนั้นมานั่งมอง

ลูกสาวคนที่สองก็เช่นเดียวกัน เธอรีบที่ไปที่ห้อง เธอเอาเมล็ดข้าวใส่ไว้ในกล่องไม้ แล้วก็เก็บกล่องใบนั้นไว้ในที่ปลอดภัยใต้เตียงนอนของเธอ

ลูกสาวคนที่สาม เธอเป็นหญิงสาวที่ชอบปฏิบัติ เธอมองดูที่เมล็ดข้าว แล้วก็พูดว่า “เมล็ดข้าวเมล็ดนี้ก็ไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเมล็ดข้าวอื่นๆ” เธอก็เลยโยนเมล็ดข้าวนั้นทิ้งไป

ส่วนลูกสาวคนเล็กก็นำเมล็ดข้าวของเธอไปยังห้อง เธอแปลกใจในของขวัญที่เธอได้รับ เธอสงสัยเป็นอาทิตย์ เป็นเดือน แล้วเกือบจะเป็นปี เธอถึงจะเข้าใจในความหมายของของขวัญชิ้นนั้น

จากเดือนกลายเป็นปี บุตรสาวทั้งสี่ก็ปกครองอาณาจักรของบิดา และแล้ววันหนึ่ง กษัตริย์ก็กลับมา เครายาวและมีดวงตาที่ส่องประกายสุกใสจากการภาวนาเป็นเวลานาน กษัตริย์ทรงทักทายบุตรสาวทั้งสี่ แล้วก็ถามถึงของขวัญที่พระองค์ทรงมอบให้

ลูกสาวคนโตรีบไปที่ห้องของเธอ แล้วนำกล่องคริสตัลออกมา “ท่านพ่อค่ะ หนูได้รักษาเมล็ดข้าวที่คุณพ่อให้ไว้อย่างดี หนูเอาเชือกทองคำมัดเมล็ดข้าวนั้นไว้ แล้วเก็บไว้ใกล้ๆ เตียงนอนของหนู เพื่อที่หนูจะได้ดูทุกๆ วัน หลังจากที่พ่อออกเดินทาง
กษัตริย์รับกล่องใบนั้นมา พร้อมกับโค้งให้กับลูกสาว และพูดว่า “ขอบใจมาก”

บุตรสาวคนที่สองได้มอบกล่องไม้ที่ใส่เมล็ดข้าวให้กับพ่อ และพูดว่า “ตลอดปีที่ผ่านมา ลูกได้เก็บรักษาเมล็ดข้าวไว้อย่างดีใต้เตียงของหนู นี่ค่ะท่านพ่อ”
พ่อก็รับกล่องใบนั้น พร้อมกับโค้งให้กับลูกสาว และพูดว่า “ขอบใจมาก”

ลูกสาวคนที่สามรีบไปยังห้องครัว ควานหาเมล็ดข้าว แล้ววิ่งกลับมา พูดกับพ่อว่า “ท่านพ่อค่ะ นี่คือเมล็ดข้าวของหนู”
กษัตริย์รับเมล็ดข้าว โค้งให้กับลูกสาว พร้อมกับยิ้ม และพูดว่า “ขอบใจมาก”

ในที่สุด ลูกสาวคนที่สี่ก้าวออกมาอยู่ต่อหน้าพ่อ แล้วก็พูดว่า “หนูไม่มีเมล็ดข้าวที่พ่อให้แล้ว”

กษัตริย์ก็พูดกับลูกว่า “เอ้า แล้วลูกทำอะไรกับมันล่ะ”

“ท่านพ่อค่ะ หนูใช้เวลาเกือบปีคิดเกี่ยวกับเมล็ดข้าวก่อนที่จะค้นพบความหมายของมัน หนูคิดได้ว่า เมล็ดข้าวมันเป็นเมล็ด เพราะฉะนั้น หนูก็เลยเอามันไปปลูกลงดิน ในไม่ช้า มันก็โต และออกรวง หลังจากนั้นลูกก็ได้เก็บเกี่ยวรวงข้าวนั้น แล้วลูกก็เอาเมล็ดข้าวทั้งหมดนั้นไปปลูกอีก แล้วลูกก็เก็บเกี่ยวข้าวทั้งหมดนั้น ท่านพ่อค่ะ หนูจะทำแบบนี้ต่อไป มาดูข้างนอกซิค่ะ นี่คือผลงานของหนูค่ะ”

กษัตริย์เดินตามบุตรสาวออกไปข้างนอก มองดูทุ่งนาที่เต็มไปด้วยต้นข้าวสุดลูกหูลูกตา มีข้าวมากพอที่จะเลี้ยงประชาชนทั้งอาณาจักรได้

กษัตริย์หยุดยืนต่อหน้าบุตรสาว แล้วถอดมงกุฎทองคำของตนแล้วสวมให้บุตรสาว พูดด้วยเสียงอันอ่อนหวานว่า “เธอได้เรียนรู้จักความหมายของการปกครองแล้ว”

ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา บุตรสาวคนที่สี่ก็ปกครองอาณาจักรเป็นเวลายาวนา เธอปกครองด้วยความฉลาดรอบคอบและแสนดี

ชวนรำพึง

  • เมล็ดข้าวหมายถึงอะไร
  • เราแต่ละคนได้รับเมล็ดข้าวจากพระเป็นเจ้าหรือเปล่า
  • เมื่อเราได้รับเมล็ดข้าวแล้ว เราทำอย่างไรกับมันบ้าง
  • จากนิทานเรื่องนี้ เราได้รับข้อคิดอะไรบ้าง
  • พระเป็นเจ้าต้องการที่จะบอกอะไรเราหรือเปล่า