แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ

CATECHETICAL CENTER OF BANGKOK ARCHDIOCESE

thzh-CNenfritjako

วันเสาร์ สัปดาห์ที่ 9 เทศการธรรมดา

พระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก (มก 12:38-44)    

เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับประชาชนขณะที่ทรงสั่งสอนว่า “จงระวังบรรดาธรรมาจารย์ที่ชอบสวมเสื้อยาวเดินไปมา พอใจให้คนทั้งหลายคำนับตามลานสาธารณะ พอใจนั่งแถวหน้าในศาลาธรรม พอใจนั่งที่หัวโต๊ะในงานเลี้ยง คนพวกนี้กินบ้านของหญิงม่าย และอธิษฐานภาวนายืดยาวเพื่อให้คนมอง คนเหล่านี้จะรับโทษหนักกว่าผู้อื่น”

      ขณะที่พระองค์ประทับนั่งตรงหน้าตู้ทาน ทอดพระเนตรเห็นประชาชนใส่เงินลงในตู้ทาน คนมั่งมีหลายคนใส่เงินจำนวนมาก หญิงม่ายยากจนคนหนึ่งเข้ามา เอาเหรียญทองแดงสองเหรียญใส่ลงในตู้ทาน พระองค์จึงทรงเรียกบรรดาศิษย์เข้ามาตรัสว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า หญิงม่ายยากจนคนนี้ได้ทำทานมากกว่าทุกคนที่ได้ใส่เงินลงในตู้ทาน เพราะทุกคนเอาเงินที่เหลือใช้มาทำทาน แต่หญิงคนนี้ขัดสนอยู่แล้ว ยังนำเงินทั้งหมด นำทุกอย่างที่มีอยู่สำหรับเลี้ยงชีวิตมาทำทาน”


มก 12:38-40 พระคริสตเจ้าทรงวิพากษ์วิจารณ์ความหน้าซื่อใจคดของบรรดาธรรมาจารย์บางคนที่กระทำด้วยแรงจูงใจในการรับใช้ตนเองมากกว่าความปรารถนาที่จะถวายเกียรติแด่พระเจ้า หลังจากการสิ้นพระชนม์ พระคริสตเจ้าจะทรงตัดสินความคิด แรงจูงใจ ทัศนคติ และการกระทำของเรา ภายใต้แสงสว่างของการพิพากษาส่วนบุคคลและการพิพากษาครั้งสุดท้ายเมื่อถึงวันสิ้นโลก เป็นสิ่งสำคัญที่ความคิดและการกระทำทั้งหมดของเราต้องอยู่บนพื้นฐานความรักต่อพระเจ้าและความรักต่อเพื่อนมนุษย์

CCC ข้อ 678 ในการเทศน์สอนประชาชน พระเยซูเจ้าทรงประกาศถึงการพิพากษาในวาระสุดท้ายตามแบบของบรรดาประกาศก และยอห์นผู้ประกอบพิธีล้าง ในเวลานั้นวิธีดำเนินชีวิตของแต่ละคนและความลับในใจจะถูกเปิดเผยแจ้งชัด เวลานั้น ความไม่เชื่ออย่างผิดๆ ที่คิดว่าพระหรรษทานที่พระเจ้าประทานให้นั้นไม่มีค่าอะไรจะถูกพิพากษาลงโทษ ท่าทีของเราต่อพี่น้องเพื่อนมนุษย์จะเปิดเผยให้เห็นว่าเรารับหรือผลักไสไม่ยอมรับพระหรรษทานและความรักของพระเจ้า ในวันสุดท้าย พระเยซูเจ้าจะตรัสว่า “ท่านทำสิ่งใดต่อพี่น้องผู้ต่ำต้อยที่สุดของเราคนหนึ่ง ท่านก็ทำสิ่งนั้นต่อเรา” (มธ 25:40)


มก 12:41-44 พระคริสตเจ้าทรงตั้งข้อสังเกตว่า หญิงม่ายที่ถือเหรียญทองแดงสองเหรียญนี้ แม้จะให้เงินเพียงเล็กน้อย แต่ในความเป็นจริง นางได้ให้เงินจำนวนมหาศาลเพราะนั่นเป็นทั้งหมดที่เธอมี ส่วนคนมั่งมีถึงแม้จะให้เงินเป็นจำนวนมาก แต่ก็ได้ให้เงินส่วนเกินโดยปราศจากการเสียสละอย่างแท้จริงหรือการมอบถวายตนเองทั้งครบ

CCC ข้อ 2443 พระเจ้าทรงอวยพระพรผู้ให้ความช่วยเหลือต่อผู้ยากไร้และทรงตำหนิผู้ที่ไม่ยอมทำเช่นนี้ “ผู้ใดขออะไรจากท่าน ก็จงให้ อย่าหันหลังให้ผู้ที่มาขอยืมสิ่งใดจากท่าน” (มธ 5:42) “ท่านได้รับมาโดยไม่เสียค่าตอบแทน ก็จงให้เขาโดยไม่รับค่าตอบแทนด้วย” (มธ 10:8) พระเยซูเจ้าจะทรงยอมรับผู้ที่ทรงเลือกสรรจากการที่เขาปฏิบัติต่อผู้ยากจน ในเมื่อการที่ “คนยากจนได้รับการประกาศข่าวดี” (มธ 11:5) เป็นเครื่องหมายการประทับอยู่ของพระคริสตเจ้า

CCC ข้อ 2444 “ความเอาใจใส่ของพระศาสนจักรต่อผู้ยากไร้ […] ยังคงดำเนินเป็นธรรมเนียมตลอดมา” เรื่องนี้ได้รับพลังบันดาลใจจากการประกาศข่าวดีเรื่องความสุขแท้ จากความยากจนของพระเยซูเจ้า และการที่ทรงเอาพระทัยใส่ต่อผู้ยากไร้ ความเอาใจใส่ต่อผู้ยากไร้ยังต้องนับว่าเป็นเหตุผลของหน้าที่ที่จะต้องทำงานเพื่อจะได้มีความสามารถที่จะช่วยเหลือผู้มีความจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือ เรื่องนี้ไม่ครอบคลุมเพียงความยากไร้ด้านวัตถุเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงความยากไร้ด้านวัฒนธรรมและศาสนาอีกหลายรูปแบบด้วย

CCC ข้อ 2445 ความรักต่อผู้ยากไร้เข้ากันไม่ได้กับความรักเกินควรต่อทรัพย์สมบัติหรือกับการใช้ทรัพย์สมบัติเหล่านี้เพื่อตนเองเท่านั้น (“ความเห็นแก่ตัว”)

“ผู้มั่งมีทั้งหลาย จงร้องไห้คร่ำครวญ เพราะความทุกข์ยากกำลังจะมาถึงท่านแล้ว ทรัพย์สมบัติของท่านเสื่อมสลาย เสื้อผ้าก็ถูกมอดกัดกินหมดแล้ว เงินทองของท่านก็เป็นสนิม และสนิมนั้นจะเป็นพยานกล่าวโทษท่าน มันจะกัดกินเนื้อของท่านประดุจไฟซึ่งท่านสะสมไว้สำหรับวันสุดท้าย ท่านคดโกง ไม่จ่ายค่าจ้างให้กรรมกรที่เก็บเกี่ยวในทุ่งนาของท่าน ค่าจ้างนี้กำลังร้อง และเสียงร้องของคนเก็บเกี่ยวไปถึงพระกรรณขององค์พระผู้เป็นเจ้าจอมจักรวาลแล้ว ท่านมีชีวิตอย่างหรูหราฟุ่มเฟือยในโลกนี้และกินเลี้ยงอย่างสนุกสนาน ท่านบำรุงจิตใจของท่านไว้รอวันประหารชีวิต ท่านตัดสินลงโทษและฆ่าผู้ชอบธรรม เขาก็มิได้ขัดขืนท่าน” (ยก 5:1-6)

CCC ข้อ 2446 นักบุญยอห์น ครีโซสตม ใช้ถ้อยคำรุนแรงเตือนว่า “การไม่แบ่งปันแก่ผู้ยากไร้เป็นการขโมยพวกเขา และทำร้ายชีวิตของเขา […] ของที่เรามีนั้นเป็นของพวกเขา ไม่ใช่ของเรา” “ก่อนอื่นหมด เราต้องตอบสนองตามที่ความยุติธรรมเรียกร้อง เพื่อว่าสิ่งที่เราต้องให้ตามความยุติธรรมแล้วนั้น เราจะไม่นำไปให้ประหนึ่งเป็นทานจากความรัก” “เมื่อเราตอบสนองสิ่งที่จำเป็นแก่ผู้ขัดสน เราก็คืนของๆ เขาให้เจ้าของ ไม่ใช่เอาของๆ เราไปให้เขา เราจ่ายหนี้ตามความยุติธรรมมากกว่าให้ทาน”

(จากหนังสือ THE DIDACHE BIBLE with commentaries based on the Catechism of the Catholic Church, Ignatius Bible Edition)