foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

God is Love...

Catechetical Center of Bangkok

วันจันทร์ สัปดาห์ที่ 2

บทอ่านจากพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก (มก 2:18-22)         

เวลานั้น บรรดาศิษย์ของยอห์นและชาวฟาริสีกำลังจำศีลอดอาหาร มีผู้ทูลถามพระเยซูเจ้าว่า “ทำไมศิษย์ของยอห์นและศิษย์ของชาวฟาริสีจำศีลอดอาหาร แต่ศิษย์ของท่านไม่จำศีลเลย” พระองค์ตรัสตอบว่า “ผู้รับเชิญมาในงานแต่งงานจะจำศีลอดอาหารได้หรือขณะที่เจ้าบ่าวยังอยู่กับเขา ตราบใดที่เจ้าบ่าวยังอยู่ด้วย เขาย่อมไม่จำศีลอดอาหาร แต่จะมีวันหนึ่งที่เจ้าบ่าวจะถูกพรากไป ในวันนั้น เขาจะจำศีลอดอาหาร ไม่มีใครนำผ้าใหม่ไปปะเสื้อเก่า เพราะผ้าใหม่ที่นำมาปะเสื้อเก่านั้นจะหดตัวมากกว่า ทำให้รอยขาดมากกว่าเดิม ไม่มีใครใส่เหล้าองุ่นใหม่ลงในถุงหนังเก่า เพราะเหล้าจะทำให้ถุงหนังขาด ทั้งเหล้า ทั้งถุงก็จะเสียไป แต่ต้องใส่เหล้าใหม่ลงในถุงหนังใหม่”


มก 2:19 เจ้าบ่าว : เพื่อเป็นการอธิบายถึงการที่พระองค์ได้มอบตนเองให้กับสมาชิกทุกคนในพระ ศาสนจักร  พระคริสตเจ้าทรงใช้ภาพของความรักแบบคู่สมรสที่เจ้าบ่าวมีต่อเจ้าสาวของเขา ซึ่งเป็นการพูดเปรียบเทียบถึงพระศาสนจักร จำศีลอดอาหาร : พระคริสตเจ้าไม่ได้ทรงกล่าวโทษการจำศีลอดอาหารที่นี่ แต่พระองค์ทรงเน้นย้ำว่าบรรดาศิษย์ของพระองค์ควรจะมีความชื่นชมยินดีที่พระองค์ประทับอยู่กับพวกเขาฝ่ายเนื้อหนัง คริสตชนมีการจำศีลอดอาหารเพื่อเป็นการเตรียมตัวรับศีลมหาสนิท และในเทศกาลมหาพรต ก่อนการเฉลิมฉลองการกลับคืนพระชนม์ชีพในวันปัสกา คำสอนพระศาสนจักรได้เรียกร้องให้เราอดอาหารอย่างน้อยที่สุด 1 ชั่วโมงก่อนการรับศีลมหาสนิท และให้จำศีลอดอาหารในวันพุธรับเถ้าและวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์

CCC ข้อ 796 เอกภาพของพระคริสตเจ้าและพระศาสนจักร ของศีรษะและส่วนต่างๆ ของร่างกาย ยังหมายความว่าทั้งสองมีความแตกต่างกันในความสัมพันธ์ดังกล่าวนี้ด้วย เรากล่าวถึงเรื่องนี้โดยใช้ภาพลักษณ์ของเจ้าบ่าวและเจ้าสาว ความคิดเรื่องพระคริสตเจ้าทรงเป็นเจ้าบ่าวของพระศาสนจักรนี้ได้รับการจัดเตรียมไว้โดยบรรดาประกาศก และยอห์นผู้ทำพิธีล้างได้ประกาศแจ้งให้ทุกคนได้ทราบ องค์พระผู้เป็นเจ้ายังตรัสถึงพระองค์เองว่าทรงเป็น “เจ้าบ่าว” (มก 2:19) นักบุญเปาโลอัครสาวกกล่าวถึงพระศาสนจักรและผู้มีความเชื่อแต่ละคนซึ่งเป็นส่วนต่างๆ ของพระวรกายว่าเขา “ถูกหมั้น” เหมือนเจ้าสาวไว้กับพระคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าเพื่อเป็นจิตใจเดียวกันกับพระองค์ พระศาสนจักรเป็นเสมือนเจ้าสาวไร้มลทินของ “ลูกแกะไร้มลทิน” ที่พระคริสตเจ้าทรงรัก ทรงมอบพระองค์สำหรับพระศาสนจักร เพื่อ “ทรงบันดาลให้พระศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์” (อฟ 5:26) พระองค์ทรงมีความสัมพันธ์กับพระศาสนจักรด้วยพันธะนิรันดรและไม่ทรงเลิกเอาพระทัยใส่ต่อพระศาสนจักรเช่นเดียวกับที่ทรงเอาพระทัยใส่ต่อพระวรกายของพระองค์เอง

              “พระคริสตเจ้าครบพระองค์ ประกอบด้วยศีรษะและพระวรกาย เป็นพระคริสตเจ้าองค์เดียวที่รวมมนุษย์ไว้หลายคน […] ไม่ว่าศีรษะพูด หรือส่วนของร่างกายพูด ก็เป็นพระคริสตเจ้าที่ตรัส พระองค์ตรัสในฐานะพระบุคคลที่เป็นศีรษะ พระองค์ตรัสในฐานะพระบุคคลที่เป็นพระวรกาย พระคัมภีร์กล่าวไว้ว่าอย่างไร ‘ทั้งสองคนจะเป็นเนื้อเดียวกัน ธรรมล้ำลึกประการนี้ยิ่งใหญ่นัก ข้าพเจ้าหมายถึงพระคริสตเจ้ากับพระศาสนจักร’ (อฟ 5:31-32) พระองค์ยังตรัสในพระวรสาร อีกว่า ‘ดังนั้น เขาจึงไม่เป็นสองอีกต่อไป แต่เป็นเนื้อเดียวกัน’ (มธ 19:6)  ท่านก็รู้แล้วว่าที่จริง (ทั้งสามีและภรรยา) เป็นสองคน แต่ก็รวมเป็นคนเดียวกันเมื่อแต่งงาน […]  พระองค์ตรัสว่าทรงเป็น ‘เจ้าบ่าว’ ในฐานะที่ทรงเป็นศีรษะ และตรัสว่าทรงเป็น ‘เจ้าสาว’ ในฐานะที่ทรงเป็นพระวรกาย”

(จากหนังสือ THE DIDACHE BIBLE with commentaries based on the Catechism of the Catholic Church, Ignatius Bible Edition)