foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

God is Love...

Catechetical Center of Bangkok

มธ 11:20-24…

20แล้วพระเยซูเจ้าทรงตำหนิบรรดาเมืองที่พระองค์ทรงทำอัศจรรย์มากกว่าที่เมืองอื่น เพราะชาวเมืองไม่ยอมกลับใจว่า
21“จงวิบัติเถิด เมืองโคราซิน จงวิบัติเถิด เมืองเบธไซดา เพราะถ้าอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในเจ้าเกิดขึ้นที่เมืองไทระและเมืองไซดอนแล้ว ชาวเมืองเหล่านั้นคงได้นุ่งกระสอบ เอาขี้เถ้าโรยศีรษะ กลับใจเสียนานแล้ว 22ฉะนั้น เราบอกเจ้าว่า ในวันพิพากษา เมืองไทระและเมืองไซดอนจะได้รับโทษเบากว่าเจ้า
23ส่วนเจ้า เมืองคาเปอรนาอุม เจ้ายกตนขึ้นถึงฟ้าเทียวหรือ ตรงกันข้าม เจ้าจะตกลงไปถึงแดนผู้ตาย เพราะว่าถ้าอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในเจ้าเกิดขึ้นที่เมือง โสโดมแล้ว เมือง โสโดมก็คงจะอยู่จนถึงวันนี้ 24ฉะนั้น เราบอกเจ้าว่า ในวันพิพากษา เมือง โสโดมจะได้รับโทษเบากว่าเจ้า”


อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
• พระเยซูเจ้าทรงตำหนิความ “ดื้อรั้น” ของเมืองที่ไม่ยอมเชื่อในพระองค์.. เมือง โคราซิน เมืองเบธไซดา และเมืองคาเปอร์นาอุม... ทุกอย่างที่ทรงตำหนิ คือ การดำเนินชีวิตตามกระแสโลกและไม่ยอมฟังพระเยซูเจ้า มีที่เราสามารถพิจารณาได้อย่างชัดๆ ดังนี้

o “จงวิบัติเถิด เมืองโคราซิน จงวิบัติเถิด เมืองเบธไซดา เพราะถ้าอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในเจ้าเกิดขึ้นที่เมืองไทระและเมืองไซดอนแล้ว ชาวเมืองเหล่านั้นคงได้นุ่งกระสอบ เอาขี้เถ้าโรยศีรษะ กลับใจเสียนานแล้ว”

o “ส่วนเจ้า เมืองคาเปอรนาอุม เจ้ายกตนขึ้นถึงฟ้าเทียวหรือ ตรงกันข้าม เจ้าจะตกลงไปถึงแดนผู้ตาย เพราะว่าถ้าอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในเจ้าเกิดขึ้นที่เมือง โสโดมแล้ว เมือง โสโดมก็คงจะอยู่จนถึงวันนี้”

• สรุปว่า พระเยซูเจ้าตำหนิความดื้อ ความใจแข็งกระด้าง และการไม่ยอมกลับใจและเปลี่ยนพฤกิตกรรม คือ


• การที่พวกเขาได้เห็นอัศจรรย์มากมายที่พระเยซูเจ้าได้ทรงกระทำ ได้รับรู้ถึงคำสอนที่ทรงสอนในกาลิลีมากมาย แต่ชาวเมืองเหล่านี้ไม่ได้เสียใจ ไม่ได้กลับใจ ไม่ได้นุ่งกระสอบ โรยขี้เถ้าบนศีรษะและกลับใจเสียนานแล้ว...

• พี่น้องที่รัก พี่น้องจำวันพุธรับเถ้าได้ไหม เราก็โรยเถ้าเหมือนกัน แต่คำถามสำคัญคือ เราได้กลับใจจริงไหม.. การกลับใจ (Metanoia) คือ “การเปิดหัวใจคิดไตร่ตรองแบบใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม และเป็นการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงชีวิตจากเดิมที่เคยเป็นและไม่กลับไปเป็นแบบ เดิมอีก”

• การกลับใจคือการได้พบพระคริสตเจ้า เหมือนท่านนักบุญเปาโล เมื่อได้พบ เลิกนิสัยเดิม เลิกเดินทางเดิมที่อาจยังดีไม่พอ หนทางเดิมที่เราเองอาจคิดว่าเราทำดีที่สุดสำหรับเราแต่ยังไม่ดีพอ จนกว่าเราจะได้พบพระคริสตเจ้า รู้จักพระองค์ในพระคัมภีร์ แล้วรู้... รู้ว่า มีหนทางที่ดีกว่า

• พ่อมีสินัยอย่างหนึ่งที่เป็นประสบการณ์ของพ่อ ตั้งแต่เด็ก ถ้าพ่อได้เห็นอะไรที่ดีๆ น่าสนใจ และคนอื่นๆ เขาทำได้ดี หรือมีอะไรพิเศษดีๆ น่าสนใจ พ่อจะมีนิสัยชอบฟัง ชอบฟังจริงๆ 

o ผู้ใหญ่ล้อมวงคุยกัน พ่อก็จะอยู่ตรงนั้นถ้าเขาอนุญาต 

o พ่อจะนั่งฟังเงียบๆ เพราะเราไม่มีสิทธิ์และไม่มีปัญญาจะพูดอยู่แล้ว

o นั่งฟัง ได้ความรู้เยอะจริงๆ หลายๆ อย่างที่ได้ยินได้ฟังพ่อก็จะสนใจ และสามารถเป็นนักเล่าเรื่องต่อได้และจำได้ (เพราะฟัง)

o พ่อได้เรียนรู้ว่าการได้ฟังอะไรที่น่าสนใจ อะไรที่ดีๆ จำนำเราให้เรียนรู้ และเปลี่ยนแปลงได้มากจริงๆ และพ่อเองก็เลียนแบบ เรียนรู้ และสามารถตักตวงจากการฟังนี้มากมาย...

• เมื่อวานพ่อสอนพระคัมภีร์ ในกลุ่ม PMG และมีบางท่านได้มาฟังโดยไม่ได้เป็นสมาชิกกลุ่ม เพียงเพราะอยากมาฟังการสอน มาศึกษาพระคัมภีร์... 

o ผู้ศึกษาท่านนั้นได้ถามพ่อจริงจังในห้องระหว่างพัก “คุณพ่อ คุณพ่อรู้สึกรักพระคัมภีร์ และอยากเรียน อยากสอน หรือไดรับแรงบันดาลใจตั้งแต่เมื่อไร...รู้ตัวว่าชอบพระคัมภีร์ตั้งแต่ เมื่อไร ทำไมถึงรักจึงอยากไปเรียนพระคัมภีร์”... 

o พ่อตอบ... “ไม่รู้ตัวหรอกครับ เวลาไปเรียนที่โรมก็เพราะได้รับคำสั่งจากพระสังฆราชให้ไป พ่อก็นบนอบ ไม่รู้ด้วย่มันยากเพียงใด.. (ถ้ารู้ว่ายากและโหดขนาดนั้น และปฏิเสธได้คงไม่เอาแน่นอน) แต่ก็ไปตามคำสั่ง แต่เมื่อเรียน ได้ฟัง ได้เรียนภาษามากมาย ได้ไตร่ตรอง... กลับมาก็ทำงานไป และแล้วเวลาผ่านไปพ่อก็ค่อยๆ เป็นแบบนี้ เวลาสอน เวลาพูดถึงพระวาจาของพระเจ้า พ่อก็เป็นแบบนี้”

• ใช่ครับชีวิตเปลี่ยนไป ฟังบ่อยๆ อ่านบ่อยๆ อธิบายบ่อยๆ ชีวิตพ่อก็เป็นแบบนี้แหละครับ... โชคดี โชคดี ที่พ่ออยู่ในวังวนของการฟัง และการฟังนั้น คือ “ฟังพระวาจาของพระเจ้า” แล้วพ่อสมเกีรยติก็เป็นแบบที่พ่อเป็นอยู่นี้เอง... และพ่อก็รักที่จะฟังพระวาจา ศึกษา ไตร่ตรอง.. สงสัยไปทำอย่างอื่นคงไม่รุ่งกว่านี้แล้วครับ... หรือว่าเพราะว่า “ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้” ก็เป็นได้ จะมีอะไรล้ำค่าเมื่อเทียบกับพระวาจาของพระเจ้าหรือ น่าคิดจริงๆครับ

• พระเยซูเจ้า ตำหนิเมืองโคราซิน เมืองเบธไซดา... ที่ได้เห็น ได้ยินได้ฟัง แต่ไม่ได้ยอมกลับใจ ติดตามพระเยซูเจ้า...

• สำหรับพ่อ พ่อมั่นใจ พ่อก็นั่งไตร่ตรอง เขียนบทเทศน์ เขียนแบบนี้ทุกวัน เทศน์ สอน คุยกับพี่น้องเรื่องพระเยซู จนกระทั่งว่า...พ่อเชื่อ และมั่นใจว่า พี่น้องจะได้รับฟังอ่านและไตร่ตรองพระวาจาทุกวัน และแน่นอน ไม่ใช่เพราะพ่อ... แต่เป็นเพราะพลังของพระวาจา เป็นพลังของพระองค์ที่จะโน้มน้ำให้พี่น้องทุกท่านได้เปลี่ยนแปลงหันมาสู่ พระองค์ พ่อมั่นใจในพระวาจาของพระองค์ครับ

• สำหรับเมืองคาเปอร์นาอุม...เมืองท่าจับปลา ร่ำรวยมั่งคั่ง... ยกตัวขึ้นสูงเทียมฟ้า... ว่าเหนือกว่าใครๆ รวยกว่าใคร... คำตรัสนี้ทำให้พ่อเห็นและเชื่อว่า... 

o พี่น้องที่รัก เชื่อเถอะครับ การฟังพระวาจาของพระเจ้าเสมอจำทำให้เราจิตใจถ่อมตนและอ่อนโยนจริงๆนะครับ ไม่ยกตนขึ้นสูง ไม่ไฮโซเกินไป เราจะยกตัวสูงส่งไปทำไม สูงเทียมฟ้า โถลูกพ่อ เหนือฟ้าก็ยังมีฟ้าอยู่ดี.. และที่สำคัญ พระเจ้าก็แหวกฟ้าเส็ดจลงมาเดินเคียงข้างกับเราตั้งนานแล้ว จะมัวแหงนหน้ามองฟ้ากันไปทำไม (จำต้อนพระเยซูเจ้าเส็จสู่สวรรค์ไดนะครับ บรรดาศิษย์ก็ได้รับเสียงเตือนว่า จะมองท้องฟ้าไปทำไม... ลก 24 และ กจ 1) 

o พี่น้องที่รัก...ถ้าได้ยินได้ฟังพระองค์บ่อยๆ เชื่อพ่อครับ ชีวิตเราจะน่ารักและอ่อนโยน และเราจะไม่ยกตัวเราขึ้นสูงกว่าคนอื่นๆ แต่เราจะอยากที่จะย่อตัวเราลงเพื่อยกเพื่อนพี่น้องของเราขึ้น บรรดาผู้ที่ตกต่ำ และไม่สามารถยืนขึ้นได้ด้วยตนเองในสังคม หรืออยู่อย่างไม่มีเกียรติศักดิ์ศรี 

o แน่นอนว่า...เราจะทำเหมือนพระเยซูครับ.. เสด็จลงมาจากสวรรค์เพื่อทรงยกเราขึ้นมาเป็นบุตรพระเจ้าครับ

• พี่น้องที่รัก เชื่อ ฟังพระวาจาของพระเจ้านะครับ อ่านพระคัมภีร์บ่อยๆ ศึกษาพระคัมภีร์สุดความสามารถ และสัมผัสพระพระวาจาในพระคัมภีร์บ่อยๆ พ่อมั่นใจ “การฟัง” “การเชื่อฟัง” จะทำชีวิตของเราเปลี่ยนแปลง กลับใจจากภายใน และเปลี่ยนนิสัยของเราให้แสนดีมากๆอย่างแน่นอนครับ... อ่านพระคัมภีร์ทุกวัน เราจะน่ารักไม่รู้ตัวนะครับ... เพราะเราจะค่อยๆเหมือนพระองค์จริงๆ ขอพระเจ้าอวยพรครับ