foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

God is Love...

Catechetical Center of Bangkok

มก 12:18-27…

18ต่อมา ชาวสะดูสีบางคนมาพบพระเยซูเจ้า คนเหล่านี้สอนว่าไม่มีการกลับคืนชีพ เขาทูลถามพระองค์ว่า 19“พระอาจารย์ โมเสสเขียนสั่งไว้ว่า ถ้าพี่ชายตาย ทิ้งภรรยาไว้โดยไม่มีบุตร ก็ให้น้องชายของเขารับเอาหญิงนั้นมาเป็นภรรยา เพื่อจะได้สืบสกุลของพี่ชาย 20ยังมีพี่น้องเจ็ดคน คนแรกมีภรรยาแล้วตายไปโดยไม่มีบุตร 21คนที่สองก็รับนางเป็นภรรยาแล้วตายไปโดยไม่มีบุตร คนที่สามก็เช่นเดียวกัน 22ทั้งเจ็ดคนไม่มีบุตรเลย ในที่สุดหญิงคนนั้นก็ตายไปด้วย

23เมื่อมนุษย์จะกลับคืนชีพในวันกลับคืนชีพ หญิงนั้นจะเป็นภรรยาของใคร เพราะทั้งเจ็ดคนต่างได้นางเป็นภรรยา” 
24พระเยซูเจ้าจึงตรัสว่า “ท่านคิดผิดไปแล้วมิใช่หรือ ท่านไม่เข้าใจพระคัมภีร์และไม่รู้จักพระอานุภาพของพระเจ้า 25เมื่อผู้ตายจะกลับคืนชีพนั้น จะไม่มีการแต่งงานเป็นสามีภรรยากันอีก แต่เขาจะเป็นเหมือนทูตสวรรค์ 26ส่วนเรื่องผู้ตายกลับคืนชีพนั้น ท่านไม่ได้อ่านหนังสือของโมเสสตอนที่กล่าวถึงพุ่มไม้ หรือว่าพระเจ้าตรัสกับเขาอย่างไร พระองค์ตรัสว่า “เราคือพระเจ้าของอับราฮัม พระเจ้าของอิสอัคและพระเจ้าของยาโคบ 27พระองค์มิใช่พระเจ้าของผู้ตาย แต่เป็นพระเจ้าของผู้เป็น ท่านคิดผิดไปมากทีเดียว”


อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
• สะดูสี ไม่เชื่อเรื่องการกลับคืนชีพจริงๆหรือ... พูดเล่นหรือเปล่า... แปลกนะครับ เพราะในท่ามกลางบรรยากาศของชาวยิวสมัยพระเยซู และก่อนพระเยซูประมาณสองร้อยปี เกิดบรรยากาศการแตกแยกเป็นสองพวกในหมู่ชาวยิว คือ 

o ฟาริสี คือพวกที่เคร่งครัดกฎบัญญัติของโมเสส ทุกอย่างเป็นเรื่องของธรรมเนียมประเพณีและบทบัญญัติ เคร่งครัดสุดๆ แต่บ่อยครั้งก็เป็นการเคร่งครัดแบบกฎเพื่อกฎไม่ได้มีอะไรที่เป็นคุณค่า นอกจากเน้นกฎหมายและการลงโทษ มีกฎมากมายและทวีกฎเล็กกฎหน้อยมาขึ้นเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ... แต่ก็เกิดเป็นประบบที่เรียกว่า “สอน เตือน ตัดสินคนอื่นมากมาย แต่ตนเองไม่ถือ เลี่ยง หลีก ซ่อนเงือนงำ จนได้เชื่อว่าเป็น Hypocrite รากจากภาษากรีกแปลว่า “เขียนสอนเวอร์แต่ไม่ทำ” หมายความตรงๆคือ “มือถือสากปากถือศีล” หรือ “หน้าซื่อใจคด” นั่นเอง สอนพร่ำสอนมากมาย แต่ตนเองไม่ได้ถืออะไร หลบเลี่ยงเบี่ยงๆไป และคนพวกนี้ก็อยู่ในหมู่คนศาสนา เชื่อเรื่องการกลับมีชีวิต เคร่งครัด และรอการพิพากษา...


o สะดูสี พวกนี้ก็ไม่ได้ต่างมากหรอกครับ... เคร่งครัดเหมือนกันและก็หน้าซื่อใจคดเหมือนๆกัน แต่ เน้นตนเองมากๆหน่อย เพราะประเทศชาติเคยตกเป็นเมืองขึ้นของต่างชาติ พวกต่างชาติ เสนอชีวิตที่มีแต่กระแสโลกนิยม นิยมสุขสบาย และก็สุขนิยม สบายนิยม จนใช้ชีวิตกันแบบที่เรียกว่าไหลตามกระแส พวกสะดูสีก็เหลือเลี่ยงกฎเช่นกัน เลือกไหลตามกระแสโลก ใช้ชีวิตสุขสบาย และไม่เคร่งครัดในศาสนาและความเชื่อ หย่อนยาน จนมีชีวิตเหมือนคนไม่มีความเชื่อ เรียกว่า “ดำเนินชีวิตแบบโลกนี้มีโลกเดียว ชีวิตมีชีวิตเดียว ใช้ซะ” คือ เอาแต่สุขในโลกนี้จนลืมชีวิตหน้า และก็ห่างจากศาสนาและความเชื่อแท้ไปเลย... (มีข้อติงนิดหนึ่งครับ... พวกสะดูสีเนี่ย.. คือ กลุ่มสงฆ์สมณะเสเพลนั่นเอง...เหลิงเจิ้งปรนเปรอตนเองจนไม่กล้าสอน ไม่กล้าคิดถึงชีวิตหน้า.. ชีวิตเดียว ใช้ซะ...รากของคำว่า สะดูสี ภาษีบรูคือคำว่า “เสเดคหรือเซเดค หรือศาโดก” ที่แปล่วา ชอบธรรม เที่ยงธรรม คือ หมายถึงพระสงฆ์นั่นเอง “เมลคีเซเดค” หรือพระสงฆ์ที่อยู่เคียงข้างกษัตริยดาวิด คือ “ศาโดก” เราเห็นรากศัพท์ภาษาฮีบรูชัดหมดเลยครับ)

• ความจริงคนที่มีชีวิตสุขบายตามกระแสโลก ก็มักจะถูกกระแสโลกพัดพาไปเช่นนี้ สิ่งที่โลกหยิบยื่นให้ในกระแส จนกลายเป็นกระแสโลกียนะยม Secularism คือ ไปตามโลก ตามวัตถุ ไม่ตามเรื่องของจิตวิญญาณ และสาระแท้... น่าคิดนะครับ พ่อก็คิดจริงๆ ไตร่ตรองจริงๆ บางทีเราก็หลงเหมือนกัน... อยากได้ อยากมี อยากรวย อยากโกง โกงแล้วก็เคยตัว โกงต่อไป... กระแสโลกนี้เป็นแบบนี้จริงๆ คนเราก็จะลืมหลงและสะสมไม่รู้จักจบไม่รู้จักพอ...


• พ่อเห็นมาเยอะเหมือนกัน คนเราเท่าไรจึงจะพอ บางคนก็สะสมร่ำรวยมากล้น จนกินไปสิบชาติไม่หมด เขาว่ากันอย่างนั้น แล้วชาติหน้ามีเหรอ...จะได้กลับมากินหรอ พ่อก็เห็นถูกเผาไหม้เป็นผุยผงลงน้ำลอยอังคารกันไปหมด... ทรัพย์สินที่สะสมก็เอาไปไม่ได้ และก็แย่งชิงกันในหมู่คนใกล้ชิด บางทีสิ้นชีวิตไปแล้วยังเป็นคดีเก็บแช่แข็งผ่าแล้วผ่าอีกเป็นปีๆๆๆ ไม่จบสิ้นเพราะคดีฟ้องกันไม่จบ แบ่งสมบัติไม่สิ้น... น่าสงสารจังครับ


• เอาอย่างไรดีกับชีวิต จะสะสมทรัพย์สมบัติแบบที่ตนเองเหมือนกันจะใช้ชีวิตค้ำฟ้ามหาสมุทร และเป็นอมตะกระนั้นเทียวหรือ... แล้วสังขารล่ะจะต่อไปอย่างไร... เราจะใช้ชีวิตแบบ “ใช้ซะ” โดยไม่แคร์ความจริงและคุณของของชีวิต ทั้งในชีวิตนี้และในชีวิตหน้า และในชีวิตของน้องพี่รอบข้างเลยเทียวหรือ


• พ่อมั่นใจว่า หลายคนก็รวยมาก สามารถมากๆ ใช้เงินมากๆ ซื้อไม่รู้จบ มีรถยนต์หรูมากมาย หรูที่สุด และของที่สุด... แล้วก็แน่นอน “เงินฉัน ฉันรวย” ก็จริงนะครับ... พ่อเคยไปดูคอนเสริท และขับรถไปตามถนนสายหนึ่ง พ่อเห็นรถสองคันสีดำ ขับตามกัน ทะเบียนเหมือนกัน รถหรูชั้นรอด เขาพยายามขับตามกันไปทั้งที่รถติดมากๆ คั้นโรสลอย คันหลังเบนซลี่ มันก็บริษัทเดียวกันนี่แหละ... สีดำทั้งคู่ ทะเบียนเลข 9999 เหมือนกัน เตะตาน่าสนใจมาก... พ่อก็ขับนั่งตามๆไปรถตินะครับ... ไปงานเดียวกัน แต่ของเขาไฮโซ ของเราแถวหลังก่อนสุดท้าย... จบงานออกมาก็เห็นรถสองคนจอดรอนาย... มาคันละสามคนไม่รวมคนขับ แต่งชุดราตรี และทักซิโด เต็มยศ แล้วก็เดินไปขึ้นรถ คันละสามคน (นั่นข้างหลังหมด) เบียดกันหน่อย แต่ในฐานะเจ้านาย... ข้างหน้าคนขับนั่งคนเดียว เบาะหน้าข้างคนขับว่างทั้งสองคัน... พ่อก็จับตาดูแล้วก็ขำๆ สงสารจัง ต้องไปนั่งเบียดกันอยู่ข้างหลังเพราะเป็นเจ้านาย... คนขับสบาย นั่งหน้าไม่ต้องเบียดใครและได้ขับเจ้ารถไฮโซนี้ด้วย... 


• ครับ พี่น้องที่รัก เราก็มีสิทธิ์นะ จะใช้เงินใช้ทองที่เรามีที่เราหาได้มา (ถ้าไม่โกง ไม่คอรัปชั่น หรือเอาเปรียบ) ก็ดีมากครับ... มีสิทธิ์นะครับ.. แต่ แต่ แต่... ด้วยสิทธิ์แห่งความเป็นมนุษย์ที่ต้องรักษาดูแลโลกและดูแลกันและกัน... เราย่อมมีความจำกัดของสิทธิ์ด้วย เพราะคนอื่นก็มีสิทธิพื้นฐานเหมือนกับเราทุกคน..นะครับ เราก็สามารถนะ แต่ะอะไรที่มันเกินไป มากไป แม้เป็นเงินเรา ความรวยของเรา แต่ธรรมชาติที่สูงกว่าคือความเป็นบุตรของพระเจ้า เรามีหน้าที่ที่จะต้องรักษ์สิ่งสร้าง และรักเพื่อนพี่น้องด้วยง.. ต้องมีสำนึกของการแบ่งปันและไม่ผลาญทรัพยากรเพื่อตนเอง หรือเก็บกักเพื่อตนเอง มากจนเกินจำเป็น... พ่อรู้ครับ ว่า ไม่ง่ายที่จะสอนกระแสโลกให้เข้าใจกระแสแห่งธรรมและความจริง แต่อันที่จริงสองอย่างนี้แยกกันไม่ได้เลย โลกต้องมีธรรม ธรรมต้องดำเนินไปในโลก... กายและวิญญาณ จิตวิญญาณ ต้องเดินไปด้วยกัน...


• สำหรับสะดูสี ก็เชื่อในพระเจ้า แต่ปล่อยให้โลกนำไป กระแสโลกนำไป จนทำให้ความเชื่อในพระเจ้าเลือนลางเพราะความเคยชิน ปล่อยตัวตามกระแสโลกนิยม จนกลายเป็นคนนิยมโลก และทิ้งชีวิตหน้าไปอย่างน่าเสียดาย... จนพระเยซูเจ้าต้องยืนยันกับพวกเขาว่า “ท่านคิดผิดไปแล้วมิใช่หรือ ท่านไม่เข้าใจพระคัมภีร์และไม่รู้จักพระอานุภาพของพระเจ้า”


• พี่น้องที่รัก เรามีความเชื่อในพระเจ้า เรามีความเชื่อที่ต้องไม่ปล่อยให้กระแสโลพาเราหายไปจากพระเจ้าจนกระทั่งลืม พระเจ้า ทิ้งชีวิตนิรันดรไป พ่อขอให้เราพยายามเสมอ พยายามเต็มที่ที่จะศรัทธาในพระเจ้าเสมอไป และยิ่งวันยิ่งมากขึ้น จนเราสามารถเจริญชีวิตรักโลกรักษ์สิ่งสร้างมากขึ้น รักเพื่อนพี่น้องมากขึ้น เพราะว่า “เราเชื่อในพระเจ้าครับ” ขอพระเจ้าอวยพรครับ