แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ

CATECHETICAL CENTER OF BANGKOK ARCHDIOCESE

thzh-CNenfritjako

ยน 10:1-10…
1
เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ผู้ที่ไม่เข้าคอกแกะทางประตู แต่ปีนเข้าทางอื่น ก็เป็นขโมยและโจร 2ผู้ที่เข้าทางประตูก็เป็นผู้เลี้ยงแกะ 3คนเฝ้าประตูย่อมเปิดประตูให้เขาเข้าไป บรรดาแกะก็ฟังเสียงเขา เขาเรียกชื่อแกะของตนทีละตัว และพาออกไปข้างนอก 4เมื่อเขาพาแกะออกไปหมดแล้ว เขาจะเดินนำหน้า และแกะก็ตามไปเพราะจำเสียงของเขาได้ 5แกะจะไม่ตามคนแปลกหน้าเลย แต่จะหนีจากเขา เพราะไม่รู้จักเสียงของคนแปลกหน้า
6พระเยซูเจ้าตรัสอุปมาเรื่องนี้ให้คนเหล่านั้นฟัง แต่เขาไม่เข้าใจว่าสิ่งที่พระองค์ตรัสนั้นหมายถึงสิ่งใด
7พระเยซูเจ้ายังตรัสกับเขาอีกว่า
“เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า
เราเป็นประตูคอกแกะ
8ทุกคนที่มาก่อนหน้าเรา
เป็นขโมยและโจร
แต่แกะมิได้ฟังเสียงของเขาเหล่านั้น
9เราเป็นประตู
ผู้ที่เข้ามาทางเราก็จะรอดพ้น
เขาจะเข้าจะออก
และจะพบทุ่งหญ้า
10ขโมยย่อมมา
เพื่อขโมย ฆ่าและทำลาย
เรามา เพื่อให้แกะมีชีวิต
และมีชีวิตอย่างสมบูรณ์


อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
• สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกาของทุกปี เป็นสัปดาห์ที่เราเรียกว่า “อาทิตย์นายชุมพาบาลที่ดี” (Bonus Pastor) พ่อคิดว่า คำๆนี้ฟังแล้วรู้สึกทันทีว่า “อบอุ่น” เมื่อเรากล่าวถึง “นาชุมพาบาลที่ดี” และในที่นี้ก็เป็นภาพที่ยอห์นในพระวรสารของท่าน บทที่ 10 ที่เราจะอ่านกันหลายวันในสัปดาห์นี้... ยอห์นให้ภาพพระเยซูเจ้าตรัสสอนถึงการเป็นนายชุมพาบาลที่ดี และเปรียบประชากรหรือผู้เชื่อในพระองค์นั้นคือฝูงแกะที่เดินตามนายชุมพา บาล.. ภาพนี้เป็นภาพที่พระเยซูเจ้าทรงบรรยายสวยงามในพระวรสารจริงๆ

• อ่านพระวรสารวันนี้แล้วเราจะเห็นภาพที่สวยงามนั้น ลองอ่านดีๆ สิครับ “บรรดาแกะก็ฟังเสียงเขา เขาเรียกชื่อแกะของตนทีละตัว และพาออกไปข้างนอก เมื่อเขาพาแกะออกไปหมดแล้ว เขาจะเดินนำหน้า และแกะก็ตามไปเพราะจำเสียงของเขาได้ แกะจะไม่ตามคนแปลกหน้าเลย แต่จะหนีจากเขา เพราะไม่รู้จักเสียงของคนแปลกหน้า”

o พระเยซูเจ้าทรงเรียกชื่อแกะได้ทุกตัวอย่างถูกต้อง ทรงรู้จักแกะของพระองค์ พ่อคิดว่า ความรู้สึกที่แสนอบอุ่นคือพระเจ้าทรงรู้จักเราแต่ละคน.. และสิ่งนี่คือเรื่องจริงที่เราคริสตชนถึงอุ่นใจได้จริงๆ พระเยซูเจ้าทรงเลี้ยงดูเรา พ่อคิดว่าเกิดเป็นบุตรของพระเจ้า เป็นคริสตชนนั้นแสนอบอุ่นในหัวใจ 

o พี่น้องจำพระเยซูเจ้าเมื่อทรงกลับคืนชีพได้ไหม... มารีย์ชาวมักดาลาร้องไห้อยู่หน้าพระคูหา พระเยซูเจ้าเสด็จมาคุยกับนาง... นางยังจำพระองค์ไม่ได้ จนกระทั่ง พระองค์เรียกชื่อของนาง “มารีย์” นางจำได้ทันที นางร้องเรียกพระองค์ทันที “รับบูนี” แปลว่า “พระอาจารย์” นางจำเสียงเรียกชื่อนั้นได้ เพราะนั่นคือเจตนาของยอห์นจริงๆ ที่จะบอกว่า “พระเยซูเจ้าผู้ทรงกลับคืนชีพ พระองค์คือนายชุมพาบาลที่ดี”

• ประการที่สอง พระองค์ประกาศว่า “เราเป็นประตูคอกแกะ” ความหมายตรงนี้งดงามเหลือเกิน เพราะในอิสราเอล แผ่นดินทะเลทราย การพาฝูงแกะไปเลี้ยงในที่โล่ง ยามค่ำคืนคือเวลาที่ไม่สู้ปลอดภัย.. เมื่อถึงเวลาค่ำ หลังจากพากแกะหากินเล็มหญ้ามาตลอดวัน พวกเขาจะจัดทำคอกให้แกะด้วยหินหรือเศษวัสดุที่หาได้ล้อมรอบไว้กันหมาป่าเข้า มา แกะจะอยู่ในวงล้อมนั้น และตรงทางเข้า คือที่นอนของบรรดาชุมพาบาล ก่อไฟกันไว้ และพวกเขาก็นอนขวางปิดทางเข้าออกไว้ เรียกว่า ว่าถ้าใครคิดจะมาขโมย มาปล้นชิง หรือหมาปาจะมาทำร้ายฝูงแกะก็ต้องข้ามศพชุมพาบาลไปก่อน

o พี่น้องที่รัก ภาพที่แสนอบอุ่น พระเยซูเปรียบพระองค์เป็นประตู เพื่อบรรดาแกได้ปลอดภัย เพื่อบรรดาแกจะได้ไม่โดนโจมตีและ ทรงวางชีวิตของพระองค์เป็น “ประตู” เพื่อปกป้องและทำให้ปลอดภัย

o อันจริงก็เป็นเช่นนั้น เพราะพระองค์ทรงสละชีวิต ยอมรับทรมน สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนและกลับคืนพระชนมชีพเพื่อมนุษย์ทุกคน พระองค์ทรงยอมจริงๆที่จะมอบชีวิตของพระองค์ให้แก่ทุกคนที่เป็นของพระองค์

o พ่อบอกตรงๆ จะมีพระเจ้าองค์ใดที่ทำแบบนี้ พระเจ้านั้นโดยปกติบรรดามนุษย์ต้องรับใช้เป็นบริวารและทำให้พระเจ้าพอใจไม่ โกรธ ไม่พิโรธ แต่ๆๆๆ พระเยซูเจ้า พระเจ้าเที่ยงแท้ ทรงที่สุดจริงๆ ทรงถ่อมพระองค์ลงมารับใช้เรา (จำได้ไหมว่าพระองค์ทรงล้างเท้าบรรดาศิษย์ของพระองค์ และสอนให้เราทุกคนทำเช่นพระองค์ จำได้ไหมว่า พระองค์ทรงยอมรับทรมาน ยอมถูกเฆียน ยอมเป็นลูกแกะที่ถูกนำไปฆ่าเป็นเครื่องบูชา พระองค์ยอมตายบนไม้กางเขนเพื่อเรา) 

o มีพระเจ้าในศาสนาใดเป็นเช่นนี้ เป็นพระเจ้าแท้สูงสุดแต่ทรงยอมสละทุกอย่างในความเป็นพระเจ้ามารับสภาพมนุษย์ ดุจเรา นี่เป็นบทสอน เป็นศาสนาอะไรกันนี่... พระเจ้าที่เป็น “พระเจ้าองค์ความรักผู้ทรงรักเราถึงเพียงนี้” 

o ดังนั้น เมื่อเราเข้าใจเช่นนี้ การคิดถึง การไตร่ตรองพระวาจาเรื่อง “นายชุมพาบาลที่ดี” จึงเป็นเรื่องสมควรและเหมาะสมที่สุดแล้วครับ

• ประสบการณ์นิดหน่อย...

o พ่อไปอิสราเอลบ่อยครั้ง และที่อิสราเอล ณ ปัจจุบัน มีวัดหนึ่งที่พ่อชอบไปถวายมิสซา ทุกครั้งที่ปต้องที่นี่ คือ เมืองเยริโค เมืองในเขตปาเลสไตน์ ยากจน และดูไม่สู้ปลอดภัยเท่าใด... แต่ที่นี่มีวัดคาทอลิกเพียงแห่งเดียว วัดเล็กๆ ชื่อวัดคือ “วัดชุมพาบาลที่ดี” พ่อชอบที่นี่ มีเสน่ห์มากสำหรับพ่อ วัดแสนต่อต้อย ไม่มีอะไรมากมายเลย ไม่เหมือนมหาวิหารใหญ่ๆในอิสราเอลหรือที่อื่นๆ

o ทำไมพ่อชอบ เหตุผลก็เพราะชื่อ “วัดชุมพาบาลที่ดี” ในแผ่นดินปาลเสไตน์ที่อาจไม่สงบและไม่ปลอดภัยนันั้น พ่อสัมผัสได้ถึงความเป็นนายชุมพาบาลที่ดีของพระเยซูเจ้าที่นั่นทุกครั้งที่ พ่อไปถวายมิสซาและไปเยี่ยม เพราะในท่ามกลางความน่ากังวล น่ากลัว พ่อเชื่อว่า ชื่อวัด “นายชุมพาบาลที่ดี” ช่างเหมาะสมที่สุดแล้ว

o เวลาที่ไปที่นั่นกับคณะแสวงบุญพ่อจะเชิญชวนให้ทำบุญในมิสซา แบ่งในใส่ถุงทานให้มากที่สุด... เพราะว่า ณ วัดเล็กๆที่เป็นประจักษ์พยานในท่ามกลางความน่ากังวลและความปลอดภัย... พ่อเห็นจริงๆว่า พระเยซูเจ้า คือ นายชุมพาบาลที่ดีที่จะประทานความปกปักรักษาให้ปลออดภัยได้แน่นอน

• พี่น้องที่รัก อาทิตย์ทั้งอาทิตย์ คือ อาทิตย์นายชุมพาบาลที่ดี

o พ่อขอให้เราทุกคนได้แสวงหาที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับชีวิตวิญญาณ... คือ พระเยซูนายชุมพาบาลที่ดีของชาวเรา

o พ่อขอให้เราให้ที่ปลอดภัย สงบ และสันติแก่พี่น้องของเราทุกคนให้มากที่สุด โดยเฉพาะบรรดาเพื่อนพี่น้อมร่วมสังคม ที่ต้องการความปลอดภัย ต้องการความสงบมากๆ จากภาวะสงคราม การเบียดเบียนทางสังคม เศรษฐกิจและศาสนาหรือความเชื่อ 

o พ่อขอให้เราปกปักรักษากันและกัน ให้ความรักและความดีแก่กันและกันเสมอ พ่ออยากเห็นเราเป็นดังพระเยซู นายชุมพาบาลที่ดี จำเพื่อนี่น้องของเราให้ได้ จำเสียงร้องเรียกกันและกันให้ได้ บางทีพี่น้องของเราหลงทางหรือเราหลงเอง และร้องเรียกกันเสียงหลงมามากแล้ว พ่อขอให้เราจำกันให้ได้ และแสวงหากัน พากันกลับบ้าน เหมือนลูกแกะที่พากันกลับบ้านไปยังที่ที่ปลอดภัย

o พ่อขอให้เรา ฝึกมากๆ นะครับ ฝึกดูแล เลี้ยงดู ใส่ใจ รักษาดูแลกันเสมอนะครับ... จงฝึกเป็นคนอบอุ่นมากๆนะครับ... จงเป็นคริสตชนที่แสนอบอุ่นและให้ความรักเมตตาเสมอ เพราะนั่นคือนิสัยและธรรมชาติแท้จริงของเราทุกคน...

• ขอพระเจ้า พระชุมพาบาลที่ดีอวยพรทุกท่าน ครับ..