foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

God is Love...

Catechetical Center of Bangkok

ยน 10:31-34….

31ชาวยิวหยิบก้อนหินขึ้นจะขว้างพระองค์อีก 32พระเยซูเจ้าจึงตรัสกับเขาว่า “เราได้แสดงกิจการที่ดีหลายอย่างจากพระบิดา แล้วท่านจะเอาก้อนหินขว้างเราเพราะกิจการใดเล่า” 33ชาวยิวตอบว่า “พวกเราจะเอาหินขว้างท่าน ไม่ใช่เพราะกิจการที่ดี แต่เพราะท่านพูดดูหมิ่นพระเจ้า ท่านเป็นเพียงมนุษย์ แต่ตั้งตนเป็นพระเจ้า” 34พระเยซูเจ้าตรัสว่า
มีเขียนไว้ในธรรมบัญญัติของท่านทั้งหลายว่า
“เราได้กล่าวว่า ท่านทั้งหลายเป็นพระเจ้า


35พระคัมภีร์เรียกผู้รับพระวาจาของพระเจ้าว่า “เป็นพระเจ้า”
และพระคัมภีร์จะลบล้างไม่ได้
36พระบิดาทรงบันดาลให้เราศักดิ์สิทธิ์
และทรงส่งเรามาในโลก แล้วทำไมท่านทั้งหลายจึงกล่าวหาว่าเราพูดดูหมิ่น
พระเจ้าเมื่อเราพูดว่า “เราเป็นบุตรของพระเจ้า”
37ถ้าเราไม่ทำกิจการของพระบิดาของเรา
ท่านก็อย่าเชื่อเราเลย
38แต่ถ้าเราทำ
แม้ว่าท่านทั้งหลายไม่เชื่อเรา
อย่างน้อยก็จงเชื่อในกิจการที่เราทำนั้นเถิด
แล้วท่านจะรู้และเข้าใจว่า
พระบิดาสถิตอยู่ในเรา และเราอยู่ในพระบิดา
39คนทั้งหลายพยายาม จะจับกุมพระองค์อีก แต่พระองค์ทรงเลี่ยงพ้นจากเงื้อมมือของพวกเขาไปได้ 40พระองค์เสด็จข้ามแม่น้ำจอร์แดนอีกครั้งหนึ่ง กลับไปยังสถานที่ซึ่งแต่ก่อนนั้นยอห์นได้ทำพิธีล้าง พระองค์ทรงพำนักอยู่ที่นั่น 41ประชาชนมาเฝ้าพระองค์ พูดว่า “ยอห์นไม่ได้ทำเครื่องหมายอัศจรรย์อะไรเลย แต่ทุกสิ่งที่ยอห์นกล่าวถึงชายคนนี้ก็เป็นความจริง” 42และที่นั่นหลายคนเชื่อในพระองค์


อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
• พ่อเคยได้คุยกับคุณพ่อมิชชันนารีท่านหนึ่ง นานมาแล้ว สมัยพ่อเป็นเณรใหญ่ปีแรกๆ พ่อไปทำงานที่วัดน่าโคก ตอนนั้น พ่ออยู่บ้านกับพ่อ ปอล ยือแบง พ่อจำได้ว่าท่านเป็นคนล้างบาปให้พ่อด้วยตอนพ่อแรกเกิด พ่อคิดว่าใช่เพราะท่านเป็นพ่อเจ้าอาวาสวัดเจ้าเจ็ดสมัยพ่อเป็นเด็ก น่าจะไม่ผิดนะครับ เพราะท่านอยู่เจ้าเจ็ดยาวนาน และมาต่อที่น่าโคกอีกยาวนานจนกระทั่งท่านเสียชีวิต พ่อจำได้ว่าเวลานั้นพ่อชอบนั่งคุยกับพ่อยือแบงมาก วันหนึ่งเราอยู่กันที่โต๊ะอาหารสองคนเท่านั้น พ่อไปสอนคำสอนเด็กๆ ครับ แต่วันนั้น ท่านเริ่มพูดกับพ่อแบบพระสงฆ์สูงอายุ ท่านเมตตามาก และท่านได้เริ่มเล่าเรื่องสอนพ่อ สอนให้พ่อคิด พ่อยังจำได้... พ่อชอบภาษาฝรั่งเศสด้วย ท่านยิ่งเมตตาสอนพ่อบางคำที่พ่อพอจะกระดิกได้...

• วันนั้น เราคุยกัน และท่านสอนคำสอนพ่อ ท่านบอกว่า “พ่อเข้าใจและพ่อยากจะบอกว่า อันที่จริงนะ มนุษย์เราเนี่ยเป็นพระนะ เราไม่ได้เป็นเพียงมนุษย์ แต่เราเป็นพระด้วย จริงๆนะ คิดดีๆ เราทุกคนเป็นพระจริงๆ แต่เราเสียชีวิตพระไปเพราะบาป...และก็แน่นอนตำนานธรรมที่มาคือเรื่องขอ งอาดัมกับเอวา... เราถูกสร้างมาเหมือนพระองค์จำได้ไหม ในพระคัมภีร์ เราเป็นพระ” ท่านเน้น และค่อยๆพูดกับพ่อ พ่อจำได้ทุกอิริยาบถ พ่อนั่งฟังท่าน จ้องตาเห็นความอาทรของท่านที่พยายามสอนเรา... ท่านพูดต่อว่า “เราเป็นพระแต่เราเสียความเป็นพระเพราะบาปที่มนุษย์ได้ทำ... เราเสียไปจริงๆ เสียดายความเป็นพระของเราไป เพราะบาป” (เทววิทยาของพ่อยือแบงที่เล่าให้พ่อฟัง... ท่านค่อยๆ อธิบายอย่างน่ารัก นัยน์ตาสีฟ้าเขียว ผมสีขาวทอง พูดไม่ชัดนัก แต่ใจดีที่สุด)

• เวลานั้นที่พ่อฟัง ที่วัดน่าโคกในห้องอาหาร... พ่อก็ยังเป็นเณรปีแรกๆ ก็ได้คิด ได้ฟัง แต่ก็เก็บไว้คิด ไม่เข้าใจมากนัก.... พ่อจำได้ว่า ท่านเล่าต่อ... “แต่โชคดีรู้ไหม ที่พระเยซู พระวาจาของพระเจ้า พระวจนาตถ์ได้รับเอากายมาบังเกิดเพื่อเรา รักเรา มาสิ้นพระชนม์เพื่อเรา คืนความเป็นพระให้กับเรา เราจึงได้รอด และเราจะกลับคืนชีพแน่นอนถ้าเราเชื่อ... และเราจะได้มีชีวิตนิรันดรเป็นพระ เป็นเหมือนพระอีกครั้งหนึ่ง” 


• วันนี้พ่อเริ่มเล่าถึงพ่อยือแบงและคำสอนของท่านที่บอกว่าเราเป็นพระ... พ่อคิดและติดในใจมาตลอด ท่านอธิบายอย่างจริงๆจังๆ จนพ่อบวช พ่อก็เข้าใจมากขึ้นๆ มากขึ้นเรื่อยๆจริงๆครับ..วันนี้พระวรสารทำให้พ่อต้องคิดถึงพ่อยือแบง คิดถึงคำสอนของท่านจริงๆ

• ครับ เพราะพระวรสารวันนี้ ทำให้พ่อต้องยืนยันคำสอนนี้กับพี่น้อง พ่อยือแบงอธิบายสุดยอด... และตอบรับพระวรสารวันนี้อย่างที่สุดจริงๆ... พระวรสารวันนี้เขียนชัดขนาดที่พ่อต้องทำให้พี่น้องที่รักของพ่อคริสตชน ที่รักทุกคนมั่นใจ “เราเป็นพระเจ้าจริงๆ” ครับ

• อ่านพระวรสารวันนี้เพียงไม่กี่บรรทัด ชัดเกินห้ามใจที่จะเชื่อ...

o มีเขียนไว้ในธรรมบัญญัติของท่านทั้งหลายว่า “เราได้กล่าวว่า ท่านทั้งหลายเป็นพระเจ้า พระคัมภีร์เรียกผู้รับพระวาจาของพระเจ้าว่า “เป็นพระเจ้า” และพระคัมภีร์จะลบล้างไม่ได้

o วันนี้คำสอนน่ารักของพ่อยือแบงพร้อมกับพระวรสารวันนี้ทำให้พ่อต้องร้อง ว้าว ว้าว ว้าว Wow จริงๆ ครับ... พระเยซูเจ้าตรัส พระคัมภีร์เขียนไว้ว่า “ผู้รับพระวาจาขาองพระเจ้า “เป็นพระเจ้า””

o และพระเยซูเจ้า ย้ำว่า “พระคัมภีร์จะลบล้างไม่ได้” แปลว่า นั่นคือความจริง...

• พี่น้องที่รัก พ่อรู้สึกสะท้านใจจริงๆ... ลึกซึ้งสุดชีวิต “เราเป็นพระเจ้า” หรือเป็นเหมือนพระเจ้าได้เลยครับ ถ้าเรา “รับพระวาจาของพระเจ้า” 


• จริงสินะ… เราเพิ่งฉลองสมโภชแม่พระรับสาสน์ และพระแม่รับพระวาจาขอพระเจ้าให้มาบังเกิดเต็มๆในพระกายของพระแม่ ในเลือดเนื้อของพระแม่ จะว่ากันตรงๆ แม่พระกลายภาชนะรองรับพระจิต กลายเป็นเหมือนพระเจ้าอย่างครบครัน เป็นมารดาพระเจ้า ไม่ใช่เพราะพระแม่เอง แต่เป็นเพราะพระเยซู พระวาจาของพระเจ้าที่รับเอากายในพระครรภ์ของพระแม่... จริงทีเดียว...

o แม่พระกล่าวกับทูตสวรรค์ “จงเป็นไปแก้ข้าพเจ้าตาม “วาจา” ที่ท่านกล่าวนั้นเถิด” และเราก็ทราบว่า “พระวาจาหรือพระวจนาถต์รับเอากาย และมาประทับท่ามกลางเรา”

o เราคริสตชนคาทอลิกจึงไม่เคยลังเลที่จะถวายเกียรติพระแม่เสมอมา

• พี่น้องที่รักครับ... พ่อยือแบงที่น่ารักพูดถูกจริงๆ “เราเป็นพระ” พระเยซูยืนยันว่าพระคัมภีร์ว่า “พระคัมภีร์เรียกผู้รับพระวาจาของพระเจ้าว่า “เป็นพระเจ้า””


• พระวรสารนักบุญยอห์นวันนี้สวยงาม อ่านดีๆ และเราจะซึมซับว่า... พระเยซูเจ้ากำลังยืนยันว่า เราทุกคนที่เชื่อในพระองค์ รับพระวาจาของพระเจ้า เรากำลังเป็นเหมือนพระองค์ คือเป็นบุตรของพระเจ้า เมื่อเป็นบุตรก็เป็นทายาทด้วย...

• พี่น้องที่รัก วันนี้พ่อเชิญชวนให้ตระหนักละครับ... 

o พ่อดีใจกับพระวาจาวันนี้ และพ่อคิดว่าเรามาถูกทางจริง การที่พ่อได้เขียนบทเทศน์ทุกวัน เชิญชวนให้เราอ่าน ไตร่ตรอง ตอบรับ พระวาจาของพระเจ้าด้วยกันทุกวัน เรากำลังถูกทำให้เป็น “พระเจ้ามากขึ้นทุกวัน” พี่น้องว่าจริงไหมครับ สงสัยเรากำลังค่อยๆ กลายเป็นพระเจ้า เป็นบุตรของพระเจ้ามากขึ้นจริงๆนะครับ 

o พ่อเชื่อว่า การอ่านพระคัมภีร์บ่อยๆ ไตร่ตรองพระวาจาบ่อยๆ ดำเนินชีวิตตามพระวาจาเสมอ... พ่อคิดว่า หลายปีที่พ่อเขียนบทเทศน์พระวาจามานี้ เรากำลังเป็นลูกของพระเจ้ามากขึ้น... เอ รู้ตัวกันไหมเอ่ย..ลองไปดูกระจก สังเกตหน้าตาตนเองดีๆ อ่านพระคัมภีร์บ่อยกว่าที่เคย (ถ้าได้อ่านทุกวันจริงๆ) ในระยะที่ผ่านมาก ดูกระจกสิครับ หน้าตาเรา จิตใจเรา ความคิดอ่านของเรา นิสัยของเรา อารมณ์ ความประพฤติของเรา... ดูดีๆ เราน่ารักขึ้นเยอะแน่ๆ ถามคนรอบข้างเราก็ได้.. พวกเขาคงมีความสุขขึ้น ร่าเริงขึ้น กลัวเราน้อยลง (หรืออาจเกลียดน้อยลง) และรักเรามากขึ้น มีความหวังในเรามากขึ้น เราอ่อนโยนมากกว่าที่เคย ถ่อมตน สุภาพ น่ารักกว่าที่เคย... จริงไหมเอ่ย... สรุปคือ เราเป็นพระมากขึ้น เหมือนลูกพระมากขึ้น... ไม่เหมือนไม่ได้แล้วครับ... ไม่น่ารัก ไม่ได้
o พ่อเอง บรรดาพระสงฆ์ นักบวช ถ้าจะให้เราได้เป็นพระจริงๆ ไม่ใช่ความฝัน ไม่ใช่ความนับถือของสัตบุรุษ ไม่ใช่ชุดที่เราสวม หรือเครื่องแบบ ไม่ใช่ตำแหน่งหน้าที่ในพระศาสนจักรแน่ๆ ที่จะทำให้เราเหมือนพระเจ้า “เป็นพระ” ได้... เชื่อพ่อเถอะครับ อำนาจ หน้าที่ บารมีที่มีจ่ายหรือสร้างเครือข่ายสายใยทางภายนอกและวัตถุนิยมมันไม่ยั่งยืน และไม่ก่อให้เกิดความรักศรัทธาแท้จริงๆได้... วันหนึ่งหมดหน้าที่ หมดบทบาท ก็หมดบารมีก็ไม่มีมีใครระลึกถึงอีกแล้ว... ใช่แน่ๆ ถ้าบารมีอำนาจมาจากการเงินและผลประโยชน์... ก็แลนดิ้งคือร่อนลงไม่สวยเช่นนั้นแน่นอน... แต่ แต่ แต่ ถ้าเราเป็นพระจริงๆ อาศัยชีวิตที่รับพระวาจาของพระเจ้า บ่มเพาะด้วยการปฏิบัติตามพระวาจา “เราเป็นพระจริงๆครับ”


• พี่น้องที่รัก พ่อดีใจ ที่การรับพระวาจาของพระเจ้าทำให้เราเป็นพระ... ไม่ต้องถึงขั้นเป็นพระก็ได้ ขอให้เราเป็นนักบุญมากขึ้นทุกวัน คือ ทำบาปน้อยลง รักมากขึ้น เกลียดโกรธน้อยลง น่ารักมากขึ้น... สวยงามแล้ว.. น่ารักแล้ว อ่านบทเทศน์อ่านพระคัมภีร์ ดำเนินชีวิตตามพระวาจามากๆ ระวังดูกระจกจะตกใจ หน้าใสเด้งเหมือนพระพักตร์พระเจ้าแน่นอน อย่างน้อย... จิตใจเรา วิญญาณของเราจะงดงามสมนามคริสตชน..ครับ


• วันนี้ขอบคุณพ่อปอล ยือแบง ผู้น่ารัก ท่านเป็นเหมือนพระเจ้าจริงๆ เป็นพ่อพระของเด็กทุกคน พ่อไม่แปลกใจและเชื่อว่าท่านเหมือนพระเจ้า และเวลานี้ท่านต้องได้เป็นเหมือนพระองค์ที่ท่านรักในนิรันดรภาพแน่นอน... ท่านต้องได้รับคำเชิญจากพระวาจาให้เข้าสู่ความสุขนิรันดร์ แน่นอน...


• ขอพระเจ้าอวยพรครับ รับฟังพระวาจา และเราจะเป็นเหมือนพระเจ้ามากขึ้นเสมอครับ... “พระคัมภีร์เรียกผู้รับพระวาจาของพระเจ้าว่า “เป็นพระเจ้า” และพระคัมภีร์จะลบล้างไม่ได้”