foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

God is Love...

Catechetical Center of Bangkok

ยน 7:40-53…
40เมื่อประชาชนบางคนได้ยินพระเยซูเจ้าตรัสพระวาจานี้ จึงพูดว่า “คนนี้เป็นประกาศกจริง ๆ” 41บางคนพูดว่า “คนนี้เป็นพระคริสตเจ้า” บางคนพูดว่า “พระคริสตเจ้าจะมาจากแคว้นกาลิลีได้หรือ 42พระคัมภีร์มิได้กล่าวหรือว่า พระคริสตเจ้าจะต้องมาจากราชวงศ์ของกษัตริย์ดาวิดและจากเมืองเบธเลเฮม เมืองที่กษัตริย์ดาวิดเคยอยู่” 43ประชาชนจึงมีความคิดเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับพระองค์ 44บางคนต้องการจับกุมพระองค์ แต่ไม่มีใครลงมือจับกุม
45ทหารยามรักษาพระวิหารกลับมาหาบรรดาหัวหน้าสมณะและชาวฟาริสี ซึ่งถามเขาว่า “ทำไมท่านทั้งหลายไม่นำเขามาด้วยเล่า” 46ทหารยามตอบว่า “ไม่มีคนใดพูดจาเหมือนกับชายผู้นี้เลย”

47ชาวฟาริสีถามว่า “ท่านทั้งหลายถูกเขาหลอกลวงไปแล้วหรือ 48มีหัวหน้าหรือชาวฟาริสีคนใดบ้างที่เชื่อเขา 49แต่ประชาชนเหล่านี้ที่ไม่รู้เรื่องธรรมบัญญัติ ก็ถูกสาปแช่งอยู่แล้ว” 50ชาวฟาริสีคนหนึ่งชื่อนิโคเดมัส ที่เคยไปหาพระเยซูเจ้าก่อนหน้านั้นกล่าวกับเขาว่า 51”ธรรมบัญญัติของพวกเราไม่ตัดสินลงโทษผู้ใดโดยที่มิได้ฟังคำให้การของผู้ นั้นและไม่รู้ก่อนว่าเขาทำอะไรเสียก่อน” 52เขาเหล่านั้นจึงตอบว่า “ท่านก็มาจากแคว้นกาลิลีด้วยหรือ จงค้นดูจากพระคัมภีร์เถิด แล้วจะเห็นว่าไม่มีประกาศกคนใดมาจากแคว้นกาลิลีเลย” 53แล้วทุกคนก็กลับบ้าน

อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
• พระวาจาวันนี้มีประเด็นที่น่าไตร่ตรองและพ่ออยากเชิญชวนให้ได้ศึกษาไตร่ตรอง กันครับ... พระวรสารวันนี้มีหลายประเด็นเกล็ดเล็กที่พ่อจะชวนให้ไตร่ตรอง อรรถาธิบายและไตร่ตรองด้วยกันครับ...


• พระวรสารนักบุญยอห์น เป็นพระวรสารฉบับที่ 4 มีความล้ำลึกและซ่อนความจริงไว้เพื่อไตร่ตรองอย่างแน่นแฟ้นมากๆ ยอห์นต้องการประกาศพระเยซูเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้ และวิธีการที่ยอห์นนิยมที่จะบันทึกคือใช้ปากของคนอื่นประกาศถึงพระเยซู เจ้า... มีหลายต่อหลายตอนมากมาย เพียงในตอนที่เราอ่านวันนี้เราจะเห็นว่าพระเยซูเจ้าเป็นใครในงานเขียนที่ได้ รับการดลใจของนักบุญยอห์นผู้นิพนธ์พระวรสาร พ่อยกตัวอย่างพระวาจาวันนี้ครับ

o “เมื่อประชาชนบางคนได้ยินพระเยซูเจ้าตรัสพระวาจานี้ จึงพูดว่า “คนนี้เป็นประกาศกจริง ๆ” 

o “บางคนพูดว่า “คนนี้เป็นพระคริสตเจ้า” บางคนพูดว่า “พระคริสตเจ้าจะมาจากแคว้นกาลิลีได้หรือ”

o “พระคัมภีร์มิได้กล่าวหรือว่า พระคริสตเจ้าจะต้องมาจากราชวงศ์ของกษัตริย์ดาวิดและจากเมืองเบธเลเฮม เมืองที่กษัตริย์ดาวิดเคยอยู่”

• สามประเด็นข้างบนนี้ที่ประชาชนสับสน งง และถกเถียงกัน... ข้อ 40-42 ที่พ่อยกมาเป็นจุดๆข้างบนนี้ บอกเราถึงความเป็นจริงเกี่ยวกับพระเยซูครับ เป็นการแถลงไขความจริงอย่างแยบยลมาก... คำพูดของประชาชนกำลังสับสน งง และถกกัน แต่ผลลัพธ์ของพระวรสารตอนนี้ประกาศความจริงสามประการครับ...ยอดเยี่ยมที่สุด เลยจริงๆ คือ
1. “พระเยซูเจ้าเป็นประกาศกจริงๆ” Prophetes (โปรเฟแตส) เพราะคำสอน หรือพระวาจาของพระองค์ทำให้พวกเขาต้องกล่าวด้วยความประหลาดใจและเชื่อมั่น เช่นนั้น....
2. พระเยซูเป็น “พระคริสตเจ้า” Christos (คริสตอส) แต่ก็มีถกกันว่า “พระคริสตเจ้าจะมาจากแคว้นกาลิลีได้หรือ??? พวกเขาเข้าใจผิดครับ...พระองค์เสด็จมาจากแคว้นกาลิลีก็จริง แต่พระองค์ลงทะเบียนเกิดที่เบธเลเฮมในเมืองของกษัตริย์ดาวิดต่างหาก (เทียบ ลก 2 เรื่องการบังเกิด เราทราบดี เราฉลองทุกปี)
3. “พระคัมภีร์ยืนยัน พระคริสตเจ้าจะต้องมาจากราชวงศ์ของกษัตริย์ดาวิดและจากเมืองเบธเลเฮม เมืองที่กษัตริย์ดาวิดเคยอยู่” ยอห์นเก่งนักในการเขียนพระวรสารโดยใช้ภาษาแบบ Irony “ประชดประชัน” คือคนพูดๆแบบเสียดสีและไม่ยอมรับ แต่ผลที่พูดมานั้นคือการประกาศความจริง... ประชาชนอ้างพระคัมภีร์เพราะไม่เห็นด้วยที่พระองค์จะเป็นพระคริสต์ได้อย่างไร เพราะพระคริสต์นั้นพระคัมภีร์บอกว่าต้องมาจากราชวงศ์ดาวิด จากเมืองเบธเลเฮม เมืองของดาวิด...

• พี่น้องที่รักครับ แม้ว่าพระวรสารนักบุญยอห์นไม่มีเรื่องเล่าการบังเกิดเหมือนอย่างมัทธิวและ ลูกา แต่ยอห์นบทนี้ สรุปทุกอย่างเกี่ยวกับพระเยซูเจ้าได้อย่างโดดเด่นชัดเจนมากครับ... จากคำพูดของประชาชนเหล่านี้เมื่อได้เห็นพระเยซูเจ้าเทศนาสั่งสอน....

• พ่อต้องบอกว่า “ยอห์น นายแน่มาก นายเก่งมาก ท่านเขียนพระวรสารในการดลใจด้วยความสามารถที่ยอดเยี่ยมจริงๆ” เพราะท่านนักบุญยอห์นผู้นิพนธ์พระวรสาร ตอนที่เราได้อ่านในวันนี้ เพียงสามข้อแรก... ยอห์นทำให้เราทราบได้ชัดเจนว่า

o พระเยซูคือประกาศก พระองค์คือพระคริสตเจ้าจริงๆ เพราะเกิดมาตามคำทำนายของพระคัมภีร์ว่าจะต้องเกิดที่เมืองเบธเลเฮม (เทียบ ลก 2 ท่านนักบุญโยเซฟพาพระมารดาที่ทรงพระครรภ์ไปลงทะเบียนประชาการที่เบธเลเฮม เพราะท่านเป็นคนที่นั่น...) 

o และพระเยซูคริสตเจ้าต้องบังเกิดมาจากราชวงศ์ดาวิด (เทียบ มธ 1:1-17 มัทธิวเริ่มพระวรสารถึงลำดับพระวงศ์ของพระเยซูเจ้าผู้เป็นบุตรกษัตริย์ดาวิด ผู้เป็นบุตรอับราฮัม)

o สรุปว่า ยอห์นยอดเยี่ยมที่สุดจริงๆ “ท่านแน่มากครับ” พระวรสารที่ท่านนิพนธ์โดยการนำของพระจิตเจ้านั้น ช่างสมกับเป็นพระวรสารที่ล้ำลึกที่สุดในเรื่องไตร่ตรองและความเฉียบคมในการ รู้จักพระคริสตเจ้าจริง

• ความโดดเด่นในการนำเสนอพระเยซูเจ้าประการต่อไปครับ คือ ประชาชนที่ได้ฟังพระเยซูเจ้า โดยเฉพาะทหารยามที่ไม่ได้เคยรู้จักพระองค์ แต่ฟาริสีและหัวหน้าสมณะให้ไปคอยฟังและให้จับพระองค์มาลงโทษ... พวกเขากลับมามือเปล่า ไม่กล้าจับ ไม่มีเหตุผลที่จะจับกุมพระองค์ พระวรสารเขียนว่า “ทหารยามรักษาพระวิหารกลับมาหาบรรดาหัวหน้าสมณะและชาวฟาริสี ซึ่งถามเขาว่า “ทำไมท่านทั้งหลายไม่นำเขามาด้วยเล่า” ทหารยามตอบว่า “ไม่มีคนใดพูดจาเหมือนกับชายผู้นี้เลย” 

o ความหมายคือ พวกทหารยามกำลังประกาศพระเยซูเจ้าเป็นประกาศกเช่นกัน และประกาศพระองค์เป็นเหนือกว่าธรรมาจารย์คนใดๆที่เคยได้เห็นได้ฟังมาเลย... เพราะพวกเขาทึ่งในพระวาจาของพระองค์ ในคำสอนของพระองค์ (เรียกว่า ส่งให้ไปฟังเพื่อจับผิดและจับตัวมาลงโทษ... นั่นแน่ะเจ้าพวกนี้กลับไปยืนฟังการเทศน์ของพระองค์จนเคลิ้มกลับใจ ไม่กล้าลงมือ และอาจจะแอบไปติดตามพระองค์ด้วยแน่ๆ....นี่คือพระวรสารนักบุญยอห์นครับ เขียนแบบซ่อนความจริงไว้ลึกมากเสมอ เหนือชั้นเสมอ) 

o “ไม่มีคนพูดจาเหมือนกับชายผู้นี้เลย” ประโยคนี้ล้ำค่าแทงลึกประวัติศาสตร์อิสราเอลเลยครับ... ประกาศความจริงว่า “พระเยซูคือยอดประกาศก ประกาศกสูงสุด บรรดาประกาศกทั้งหลายเป็นเพียงการเตรียมทางมาสู่พระองค์ ประกาศกทั้งหลายประกาศพระวาจาของพระเจ้า นำพระวาจามาประกาศ....แต่ แต่ แต่ พระเยซู คือ “พระวาจา หรือ พระวจนาตถ์” พระองค์เองที่มาประกาศด้วย “พระวาจาของพระองค์เอง” ไม่ได้พูดแบบประกาศก แต่เหนือกว่าประกาศกทั้งมวล

o ยอห์น พระวรสารของท่าน ล้ำลึกและยอดเยี่ยมในการเปิดเผยพระเยซูเจ้าจริงๆ

• สุดท้าย เรียนรู้จากนิโคเดมัส
o นิโคเดมัสเคยมาหาพระเยซูเจ้าในเวลากลางคืน.... สำหรับยอห์นสุดยอดมากๆครับ... กลางคืนสำหรับยอห์นคือความมืดมิดแห่งความรู้จักพระเจ้า และต้องการ “แสงสว่าง” แท้ที่ยอห์นประกาศโดยตลอดว่า “พระเยซูเจ้าคือแสงสว่าง” (เทียบ ยน 1 และ ยน 3)

o นิโคเดมัส เป็นอาจารย์ของชาวยิว เป็นคนหนึ่งในระดับสูงของศาสนายิวคือสภาสูงที่เรียกว่า “ซันเฮดริน” พระวรสารยอห์นเล่าได้เนียนสนิทมาก “เขามาหาพระเยซูเจ้าในเวลากลางคืน... ความหมายคือความมืดแสวงหาแสงสว่าง เขาแสวงหาพระเจ้าเที่ยงแท้ และเขายังเรียกพระเยซูเจ้าว่า “ท่านเป็นอาจารย์ที่มาจากพระเจ้า” 

o โอ้แม่เจ้า..สุดยอดแห่การเปิดเผยของยอห์นจริงๆ... คือ อาจารย์ของชาวยิว...แม้รับดับอาจารย์แต่ยังมีชีวิตความรู้และความคิดความ เชื่ออยู่ในความมืด... เขามาพบแสงสว่าง คือ พระเยซูเจ้า มาในเวลากลางคืน และมาเรียกพระเยซูเจ้าว่า “ท่านคืออาจารย์ผู้มาจากพระเจ้า”... จบเลย ชัดเลย ต้องอธิบายอีกไหมลูกๆที่รัก.... เจ๋งสุดแล้วครับ... 

o พระวรสารนักบุญยอห์นประกาศด้วยเรื่องนิโคเดมัส ยน 3 ไปอ่านยอห์นบทที่ 3 นะครับ เขามาสนทนากับพระเยซู ยอดอาจารย์ของชาวยิวมานั่งสนทนากับพระอาจารย์เจ้าในยามค่ำคืน ประดุจความมืดมิดทางจิตวิญญาณที่ได้เข้ามาอาบรับแสงอรุโณทัยฉายส่องความมืด ของตน จนเรียกว่าปัญญาหายมืดทึบไปเลย... ปัญญามืดมาพบแสงสว่างวาบของพระเยซูเข้าเล่นเอาแทบวูบ... จนกระทั่งนิโคเดมัสฉลาดเลย ศรัทธาเลย สนทนากันลึกซึ้งมากๆ ไปอ่านนะครับ ยน 3 ลึกไปถึงขนาดที่พ่อเองหลงรัก ยน 3:16 พ่อเองถือประโยคทองของชีวิตที่พ่อรักที่สุด “พระเจ้าทรงรักโลกอย่างมาก จึงมอบพระบุตรสุดที่รักแต่องค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่เชื่อในพระบุตรจะไม่พินาศ แต่จะมีชีวิตนิรันดร” (พ่อ Jn 3:16 ไว้ที่แขนเสื้อตัวเก่งของพ่อเลยครับ)

• พ่อเขียนไปไกลแล้ว เดี๋ยวไม่จบ พ่อสรุปละครับ... 


• พี่น้องที่รัก อ่านพระวรสารวันนี้แล้ว เราจะได้แสงวาบแห่งปัญญาและความเชื่อจากยอห์นครับ... พระเยซูเจ้าคือพระคริสตเจ้า คือประกาศกสูงสุด คือ แสงสว่าง คือ การประกาศช่าวดีแท้จริง

• วันนี้พ่ออยากให้เราได้รับผมจากพระวรสารวันนี้ดังนี้ครับ

o อ่านยอห์นแบบที่ยอห์นเขียนและตั้งใจให้อ่าน คือ อ่านอย่างตริตรองและเติมปัญญาของเรา ความรัก ความเข้าใจของเรา ให้แสงสว่างแท้ คือ พระคริสตเจ้า บุตรของดาวิด ผู้เกิดที่เบธเลเฮม ยอดประกาศก และพระเจ้า 

o ขอให้แสงของพระคริสตเจ้า แสงแห่งพระวาจาทรงชีวิต คือ พระเยซูได้ฉายแสงวาบเข้ามาในชีวิตของเรา เข้าในมโนธรรมของเรา เข้ามาในจิตวิญญาณขอเรา จนเราได้เชื่อมั่นในพระองค์ และออกจากความมืดมนของจิตวิญญาณ ออกจากความมืดและการติดบ่วงแร้วของอคติความโกรธเกลียดหรือชั่งใดๆ 

o ขอให้เราเปิดหัวใจ ยอมเหมือนบรรดาทหารของพระวิหาร ยืนฟังพระองค์ แล้วเราจะเพลินแล้วรู้ว่า... พระวาจาจากพระคัมภีร์ สะกดเราให้เห็นว่า... ไม่มีใคร หรืออะไร เสมอเหมือนพระองค์จริงๆ

o สุดท้าย พ่อขอให้เราเหมือนนิโคเดมัส... ออกจากความมืด มาหาแสงสว่างแท้คือพระคริสตเจ้า... เลิกหน้ามืดตามัวมั่วสุมจุ้มปุ๊กอยู่กับความเห็นแก่ตัว ที่กระแสโลกหยิบยืนให้อยาก ให้โลภ ให้หลง ให้โกง ผีร้ายแห่งความมืดของกระแสโลกีย์นิยม Secularism ที่บั่นทอนเพราะสอนแต่ความอยาก อยาก และก็อยาก... ขอให้เรากล้านะครับ กล้าเดินออกจากความมืดที่น่าหลับฝันดีแต่ชีวีของเราและเพื่อนพี่น้องต้อง เผชิญกับฝันร้าย... ให้เรากล้าเดินออกจากความมืดไปฟังพระองค์ในพระวาจา ไปหาพระองค์ในแสงสว่างแท้... และเราจะรู้และเชื่อมั่นว่า พระองค์คือพระคริสตเจ้า “พระองค์คือประกาศก และสมณะนิรันดร เพื่อเราได้พบพระเจ้าครับ”