foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

God is Love...

Catechetical Center of Bangkok

YouTube CCBKK Channel

youtube ccbkk

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
10591
11445
73690
192425
330048
18426667
Your IP: 3.95.139.109
2020-07-16 19:43

สถานะการเยี่ยมชม

มี 135 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

โชคชะตาของคริสตชน : สิ่งสุดท้ายในชีวิต
C 111    ความสิ้นหวังประการหนึ่งที่ดูเหมือนว่ามนุษย์ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งปรากฏให้เห็นชัดเจนแต่มนุษย์ไม่สังเกตนั้นคือความตาย  แต่ข่าวดีของคริสตศาสนาก็คือความตายไม่มีอำนาจตัดสินการทำสิ่งใด อันที่จริงชีวิตเป็นตัวกำหนดการกระทำ  เมื่อเราตายและร่างกายของเราก็หายไปจากโลกนี้  ส่วนชีวิตยังไม่สิ้นสุดเพียงแต่เปลี่ยนแปลงไป  พระเยซูเจ้าทรงสอนว่า “เราเป็นการกลับคืนชีพและเป็นชีวิต ใครเชื่อในเรา แม้ว่าตายไปแล้ว ก็จะมีชีวิต และทุกคนที่มีชีวิต และเชื่อในเรา จะไม่มีวันตายเลย” (ยน11:25-26)

ความเชื่อของเราสอนเราเกี่ยวกับความตายและการพิพากษาอย่างไร?
(CCC 677-679; 1019)
    ผลของบาปกำเนิดประการหนึ่งก็คือ มนุษย์ต้องทุกข์ใจเพราะ “ความตายทางร่างกาย ซึ่งพวกเขาไม่เคยต้องเผชิญในช่วงที่ยังไม่ได้ทำบาป” (พระศาสนจักรในโลกสมัยนี้, ข้อ 18) หนังสือปัญญาจารย์สอนว่ามันเป็นธรรมชาติที่จะต้องตาย “มีเวลาสำหรับทุกสิ่ง...มีเวลาเกิด มีเวลาตาย”(ปญจ 3:1-2) ดังนั้น เพื่อที่เราจะสามารถเข้าใจเกี่ยวกับความตาย และความตายในอนาคตของเราแต่ละคน เราต้องมองดูที่พระเยซูคริสต์
    ความตายเป็นเรื่องลึกลับที่ยิ่งใหญ่  แต่ความเชื่อของคริสตชนเปิดเผยว่า พระเยซูเจ้าพระผู้ไถ่ของเราทรงชนะความตาย และทรงประสงค์ให้เราเป็นเพื่อนกับพระองค์ในชีวิตนี้ เพื่อเราจะสามารถมีชีวิตอยู่กับพระองค์อย่างมีความสุขชั่วนิรันดร  นี่ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ข่าวดีจากพระวรสาร แต่เป็นข่าวประเสริฐที่สุดซึ่งมนุษยชาติได้รับสิทธิพิเศษที่จะรู้
    ในพจนานุกรมสำหรับพระคัมภีร์ จอห์น แมคเคนซี่(John McKenzie) เขียนไว้ว่า “สำหรับแต่ละบุคคล “วันพิพากษา” คือวันที่เขาหรือเธอจะต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่าจะยอมรับพระเยซูเจ้าหรือปฏิเสธพระองค์” นี่เป็นสิ่งที่เรียกกันว่า การพิพากษาเฉพาะบุคคล(the particular judgement)  แต่แมคเคนซี่ก็ยังให้ข้อสังเกตว่า พระคัมภีร์ได้เปิดเผยถึงการพิพากษาแบบอื่นอีกในวันสิ้นสุดกาลสมัยนั่นคือ การพิพากษาทั่วไปหรือการพิพากษาครั้งสุดท้าย (the general or last judgement) ที่ซึ่งชัยชนะสุดท้ายจะอยู่เหนือความชั่วร้าย ตามที่บทข้าพเจ้าเชื่อของอัครสาวกได้บัญญัติไว้ว่า “พระองค์จะเสด็จมาเพื่อพิพากษาผู้เป็นและผู้ตาย”

การพิพากษาเฉพาะบุคคลคืออะไร?
(CCC 1021-1022; 1051)
    พระศาสนจักรสอนว่า แต่ละคนจะไปปรากฏตัวต่อพระพักตร์พระเจ้าหลังการตายเพื่อรับการพิพากษาเฉพาะบุคคล  การพิพากษาเฉพาะบุคคลจะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเรา  หลังการตาย เราแต่ละคนจะเห็นชีวิตของเขาหรือเธอเหมือนอย่างที่พระเจ้าทรงเห็น นั่นคือการตอบรับพระเจ้าด้วยความรักหรือการหันหนีจากความรักของพระเจ้าด้วยความเอาแต่ใจตนเอง
    พระบิดาของพระเยซูเจ้า ผู้ทรงเป็นพระบิดาของเรา ไม่ได้เป็นพระเจ้าที่โหดร้ายและมีความอาฆาตพยาบาท ในการพิพากษาเฉพาะบุคคล พระเจ้าจะทรงตัดสินเราด้วยความรัก ความเมตตาและความยุติธรรม การตัดสินของพระองค์จะเป็นการประกาศอย่างตรงไปตรงมาถึงความจริงเกี่ยวกับการยอมรับหรือการปฏิเสธพระเจ้าของเรา

การพิพากษาทั่วไปหรือการพิพากษาครั้งสุดท้ายคืออะไร?
(CCC 1038-1039; 1059)
    การพิพากษาทั่วไปหรือการพิพากษาครั้งสุดท้ายคือช่วงเวลาที่พระเจ้าจะทรงสร้างอาณาจักรสวรรค์ให้สมบูรณ์  โดยเริ่มจากการกลับคืนชีพของบรรดาผู้ตาย ในเวลานั้นแผนการไถ่กู้ทั้งหมดของพระเจ้าจะปรากฏชัดต่อทุกคนที่เคยมีชีวิตอยู่  พระเยซูเจ้าจะทรงทำหน้าที่เป็นตุลาการ  ความดี, ความยุติธรรม, ความเมตตาและสันติสุขของพระองค์จะแสดงให้เห็นแผ่นดินของพระเจ้าที่รุ่งเรือง  ประชากรพระเจ้าจะยอมรับสิ่งที่ไม่น่ายินดีซึ่งจะเกิดกับตนและความสัมพันธ์กันระหว่างพวกเขา  ทุกคนจะแสดงความขอบคุณและชื่นชมยินดีอย่างยิ่งในความสง่างามของพระเจ้า
การพิพากษาครั้งสุดท้ายจะมาถึง เมื่อพระคริสต์เสด็จกลับมาในโรจนาการ.... การพิพากษาครั้งสุดท้ายจะเผยให้เห็นว่าความเที่ยงธรรมของพระเจ้านั้นจะมีชัยเหนือความอยุติธรรมทั้งปวงที่สิ่งสร้างของพระองค์ได้กระทำไว้ และความรักของพระองค์นั้นทรงพลังยิ่งกว่าความตาย
                        -หนังสือคำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก, ข้อ 1040

การเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระคริสตเจ้าคืออะไร?
(CCC 1040-1041)
    คริสตชนเชื่อว่าพระอาณาจักรของพระเจ้าได้ถูกสถาปนาขึ้นบนโลกนี้แล้วแต่มันยังไม่เป็นที่เข้าใจอย่างครบถ้วน  คริสตชนทุกคนเฝ้าคอยวันที่งานของพระคริสตเจ้าจะเสร็จสมบูรณ์  วันแห่งอนาคตอันรุ่งโรจน์จะเป็นวันที่ประวัติศาสตร์ของมนุษย์จะถึงกาลอวสาน และเป็นวันที่พระคริสตเจ้าจะเสด็จกลับมาอีกครั้งหนึ่ง  ในวันนี้นี่เองพระอาณาจักรของพระเจ้าที่มีความรุ่งโรจน์ก็จะเป็นที่ยอมรับ

การเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระคริสตเจ้าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่?
(CCC 1041-1050; 1060)
    เราไม่ทราบว่าเมื่อไหร่โลกจะถึงจุดจบและพระเยซูเจ้าจะเสด็จกลับมาอีกครั้งอย่างรุ่งโรจน์  ในพระวรสาร (มก 13, ลก 21 และมธ 24-25) และหนังสือวิวรณ์ ต่างก็ใช้ภาษาสัญลักษณ์แบบพิเศษ (apocalyptic language) ในการเขียนเกี่ยวกับวันสิ้นพิภพและการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซูเจ้า เราไม่สามารถอธิบายภาษานี้ตามตัวหนังสือได้  คริสตชนทั้งหลายตั้งตารอคอยวันที่จะได้พบกับพระคริสตเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพอย่างชื่นชมยินดี ในฐานะที่เป็นช่วงเวลาซึ่งความเป็นนิรันดรและคำมั่นสัญญาเกี่ยวกับความสุขเที่ยงแท้ ความชื่นชมยินดีและความสงบสันติ จะสมบูรณ์สมดังพระประสงค์
    สิ่งที่พระศาสนจักรเชื่อและสั่งสอนเกี่ยวกับวันสิ้นพิภพก็คือ ประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติจะมาถึงจุดจบในวันใดวันหนึ่งในอนาคต  พระเยซูเจ้าจะเสด็จกลับมาอีกครั้งในการเสด็จกลับมาครั้งที่สอง(parousia-เป็นคำที่หมายถึง “การอยู่ในสถานที่หนึ่ง” หรือ “การมาถึง”)เมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเวลาที่พระเจ้าเท่านั้นทรงทราบ  ทุกคนที่เคยมีชีวิตอยู่ก็จะยอมรับพระเยซูเจ้าเป็นพระเจ้าของพวกเขาทุกคน

เราเชื่อเกี่ยวกับการคืนชีพของร่างกายอย่างไร?
(CCC 988-1004; 1015-1017)
    การกลับคืนชีพของร่างกายหมายความว่า มนุษย์แต่ละคนจะกลับมีชีวิตสมบูรณ์ ซึ่งมีทั้งร่างกายและวิญญาณ เพื่อจะมีชีวิตนิรันดรร่วมกับชีวิตที่รุ่งโรจน์พระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา  นักบุญเปาโลบอกเราว่า ร่างกายที่กลับคืนชีพของเราจะเป็นอมตะ, ไม่มีวันเน่าเปื่อย, มีความรุ่งเรือง,   มีอานุภาพและมีพระจิตเจ้าเป็นชีวิต

สวรรค์คืออะไร?
(CCC 1023-1029; 1053)
    สวรรค์คือ สภาพของชีวิตนิรันดรที่มีส่วนร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าและทุกคนที่มีส่วนร่วมในชีวิตของพระองค์  ในสวรรค์เราจะได้รับ “ปัญญาญาณที่ให้บรมสุข”( the beatific vision)   เราจะ “เห็น” พระเจ้าอย่างที่พระองค์ทรงเป็น และการมองเห็นนี้จะนำความสุขมาให้เรา  พระเจ้าทรงสร้างเราให้มีส่วนร่วมในชีวิตพระเจ้า  และพระเจ้าทรงสร้างเราเพื่อให้มีความสุขชั่วนิรันดร  สวรรค์คือการบรรลุเป้าหมายสุดท้ายของมนุษย์อย่างสมบูรณ์ ซึ่งเป็นสภาพความเป็นอยู่ที่ทำให้เราได้เป็นไปตามที่เราถูกมุ่งหมายไว้อย่างสมบูรณ์ ด้วยการมีความยินดีเบิกบานชั่วนิรันดร

ไฟชำระคืออะไร?
(CCC 1030-1032; 1054-1055)
    พระศาสนจักรสอนว่าไฟชำระ ซึ่งเป็นสถานที่หรือสภาพที่ถูกชำระให้บริสุทธิ์ มีไว้สำหรับการตระเตรียมวิญญาณเพื่อให้ได้รับสิทธิเข้าสู่สวรรค์  พระศาสนจักรสนับสนุนเราภาวนา, ให้ทานและทำกิจใช้โทษบาปแทนวิญญาณทั้งหลายในไฟชำระ
    ไฟชำระ(Purgatory) มุ่งหมาย “การทำให้บริสุทธิ์, การทำให้สะอาด”  สิ่งที่เราจำเป็นต้องชำระให้สะอาดคือบาปต่างๆ ซึ่งสามารถยกโทษให้ได้และการลงโทษต่างๆ ที่เหมาะสมกับบาปของเราที่มีอยู่เมื่อเราตาย  ในนัยหนึ่งวิธีการชำระให้บริสุทธิ์เกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวันของคริสตชนที่เขาหรือเธอดำเนินชีวิตอยู่ และพยายามทำให้ตัวเขาเองหรือตัวเธอเอง เป็นอิสระจากบาปและความรู้สึกผูกพันกับเรื่องราวที่เป็นความเห็นแก่ตัว
    พระศาสนจักรไม่เคยให้คำอธิบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับลักษณะแท้จริงของไฟชำระ อาทิเช่น ไฟชำระเป็นสถานที่แบบไหน หรือมีสภาพความเป็นอยู่อย่างไร หรือมันเกิดขึ้นมานานเท่าไหร่แล้ว  นักเทววิทยาบางคนอธิบายว่า เมื่อเรามองดูลักษณะท่าทางที่แสดงความรักของพระคริสตเจ้า  ความไม่ซื่อสัตย์ที่เป็นความผิดของเราเองทำให้เรามีความเจ็บปวดที่แปรไปตามระดับความล้มเหลวในการตอบสนองของเราต่อความรักของพระเจ้าได้  การพบกับสิ่งนี้จะเผาไหม้หรือชำระข้อบกพร่องของเราให้หมดไป และเปิดตัวเราอย่างเต็มที่ไปสู่การโอบล้อมด้วยความรักจากการรวมเป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์กับพระเจ้า

นรกคืออะไร?
(CCC 1033-1037; 1056-1058)
    นรกคือ การแยกจากพระเจ้าชั่วนิรันดร์  ในพันธสัญญาใหม่พระเยซูเจ้าทรงกล่าวถึงการมีอยู่ของนรกไว้อย่างชัดเจนในหลายที่  พระศาสนจักรสอนว่ามีนรกอยู่จริง แต่พระคัมภีร์ใช้ภาพพจน์มากมายที่เป็นนัยเพื่อบรรยายสภาพของนรก  ภาพพจน์เหล่านี้พยายามที่จะบรรยายถึงความน่ากลัวของชีวิตซึ่งเหินห่างจากพระเจ้าและความรักของพระองค์ตลอดกาล  การแยกออกจากกันนี้ยังส่งต่อไปยังความสัมพันธ์ระหว่างกันของทุกคน  ผู้ที่ล่วงลับไปโดยเต็มใจและจงใจปฏิเสธความรักของพระเจ้าที่จะช่วยให้เราพ้นจากบาปก็ได้เลือกชีวิตที่สนใจแต่ตัวเองตลอดกาล  ในขณะที่เราเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ที่บางคนจะเลือกตัวเองเหนือพระเจ้าอย่างแน่นอน  แล้วเขาก็สมควรได้รับการลงโทษตลอดนิรันดร  แต่เราไม่สามารถกล่าวอย่างแน่ใจได้ว่าจะมีใครเลือกทางเลือกเช่นนั้น  ผู้ที่รักพระเจ้าและเปลี่ยนความรักนั้นออกมาเป็นการกระทำก็ไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวนรกมากเกินไป  ผู้ที่รักพระเจ้าจะรู้ว่าพระองค์จะไม่ทรงละทิ้งเรา  พระเจ้าทรงให้อิสรภาพแก่เราแม้ว่าเราจะทำบาป  แต่เราก็ต้องไม่ลืมว่าพระองค์คือพระเจ้าที่มีทั้งความเมตตาและความยุติธรรม

 

แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
122/8 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทร. 095-953-3070,  02-681-3850   Email: ccbkk@catholic.or.th   Line_ID: kamsonbkk