foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

Catechetical Center of Bangkok

Kamson on Live

YouTube CCBKK Channel

youtube ccbkk

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
6398
10445
25953
60505
330048
18294747
Your IP: 3.215.133.185
2020-07-07 14:04

สถานะการเยี่ยมชม

มี 165 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

ศาสนบริการของคริสตชน: ศีลบวชและการบริการ
    บรรดาศิษย์เรียนรู้จากและพยายามเอาอย่างปรมาจารย์ของพวกเขา  ศิษย์ทั้งหลายของพระคริสต์ก็พยายามที่จะเป็นเหมือนพระเยซูคริสต์ด้วยการรักและรับใช้ผู้อื่นด้วยการเลียนแบบพระองค์
ศาสนบริการคืออะไร?
(CCC 1533; 1544-1545)
    ความรู้สึกที่มีเหมือนกันของคริสตชนทุกคนว่า ในชีวิตต้องทำงานที่พิเศษอย่างหนึ่ง นั่นคือ การทำงานในฐานะพระสงฆ์ ซึ่งหมายถึง การช่วยเหลือผู้อื่นในพระนามของพระคริสตเจ้า  ศาสนบริกร (minister) หมายถึง “บุคคลผู้ช่วยเหลือ” 

ศาสนบริการของคริสตชนหมายถึงการช่วยเหลือผู้อื่นแบบพระคริสตเจ้าและมีพระคริสตเจ้าเป็นต้นเหตุ  ผ่านทางศีลล้างบาป ศีลกำลังและศีลมหาสนิท สมาชิกทุกคนในพระศาสนจักรถูกเรียกร้องให้ช่วยเหลือผู้อื่นโดยการเอาอย่างพระเยซูเจ้า นี่เป็นกระแสเรียกสากลของศิษย์ทุกคน  พระเยซูเจ้าทรงให้อำนาจเราเพื่องานศาสนบริการ โดยส่งพระจิตเจ้ามาประทานพระพรที่จำเป็นสำหรับการดำเนินงานของพระเจ้าให้แก่เรา
แนวทางการทำศาสนบริการมีอะไรบ้าง?
(CCC 893; 901-903; 941)
    ศาสนบริการเกี่ยวข้องกับแนวทางช่วยเหลือผู้อื่นที่มีอยู่มากมายต่างๆกันไป  ภาระหน้าที่ของคริสตชนผู้ได้รับศีลล้างบาปทุกคนคือการนำคุณค่าต่างๆของความเป็นคริสตชนไปใช้ในชีวิตประจำวัน  นักบุญพระสันตะปาปายอห์น ปอลที่ 2 ได้เตือนคริสตชนทุกคนด้วยคำสอนเกี่ยวกับเรื่องความยุติธรรมทางสังคมของพระองค์ว่า พวกเขาจำเป็นต้องดำเนินชีวิตเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับคนยากจน  ฆราวาสมีบทบาทในการสร้างสันติภาพและความยุติธรรมให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ชีวิตของพวกเขาได้ดีกว่าบุคคลในฐานะอื่น
    นอกจากการให้ความช่วยเหลือกันในสังคมที่พวกเขาอยู่  คริสตชนคาทอลิกสามารถช่วยเหลือบรรดาสมาชิกของพระศาสจักรซึ่งเป็นเพื่อนๆได้ในหลายวิธี  รายการต่อไปนี้เป็นแนวทางที่ให้โอกาสอันมีความสำคัญสำหรับศาสนบริการ ซึ่งพระศาสนจักรสนับสนุนให้ฆราวาสเป็นผู้รับผิดชอบ ได้แก่
•    นักศาสนศาสตร์, ครูคำสอน, และครูต่างๆ
•    ศาสนบริกรด้านศีลศักดิ์สิทธิ์, ผู้อ่านพระคัมภีร์, ศาสนบริกรด้านดนตรีและศิลปะ, และศาสนบริกรด้านการต้อนรับด้วยความยินดี
•    ศาสนบริกรสำหรับผู้ป่วย, ผู้ป่วยติดบ้าน และผู้ไร้ความสามารถ
•    สมาชิกสภาอภิบาลและที่ปรึกษาด้านการเงินของวัด
•    ศาสนบริกรสำหรับผู้ที่แยกทางกันและหย่าร้างกัน
•    ศาสนบริกรสำหรับคนยากจน
ศาสนบริการของผู้ที่บวชคืออะไร?
(CCC 874-879)
    ศาสนบริกรผู้ได้รับการบวชรับภาระในศาสนบริการหนึ่งที่เป็นแบบแผนของพระศาสนจักร  พวกเขาได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้นำพระศาสนจักรโดยอาศัยศาสนบริการที่พิเศษประการหนึ่งอันเป็นการบริการชุมชนคริสตชนและเกี่ยวข้องกับทั่วโลก  ศาสนบริกรผู้ได้รับศีลบวชประกอบด้วย พระสังฆราช, พระสงฆ์, และสังฆานุกร   บทบาทพิเศษของพวกเขาคือการประกาศพระวาจาของพระเจ้าแก่มวลมนุษย์,  เป็นผู้นำชุมชนคริสตชนในการทำคารวะกิจ, และเป็นตัวอย่างในเรื่องกระแสเรียกสากลของคริสตชนให้บริการรับใช้ในแนวทางหนึ่งที่พิเศษ
ศีลศักดิ์สิทธิ์แห่งการเข้าร่วมในฐานันดรสงฆ์(ศีลบวช)คืออะไร?
(CCC 1536-1538; 1548-1553; 1591-1592)
    ศีลบวชสามารถเรียกได้ว่าเป็นศีลศักดิ์สิทธิ์แห่งศาสนบริการของคริสตชน  โดยการปกมือของพระสังฆราชผู้เป็นประธานและการภาวนาเพื่อการถวายตัว  ศีลศักดิ์สิทธิ์แห่งการเข้าร่วมในฐานันดรสงฆ์ให้บทบาทที่พิเศษในการรับใช้ภายในชุมชนคริสตชนแก่ผู้ชายบางคน  ศีลบวชทำให้ชีวิตของพระเยซูเจ้าในผู้ชายเหล่านี้ที่ถูกเรียกให้มารับใช้พระองค์และพระศาสนจักรของพระองค์เข้มแข็งขึ้น   ศีลศักดิ์สิทธิ์นี้ยังมอบพระหรรษทานแท้จริงนั่นคือความช่วยเหลือจากพระเจ้า ซึ่งให้สติปัญญาและความอดทนอันจำเป็นสำหรับการดำเนินชีวิตนักบวชแก่เขา  ในที่สุดพระศาสนจักรสอนว่า ศีลบวชก็เหมือนกับศีลล้างบาปและศีลกำลัง ให้ “สัญลักษณ์”ที่เป็นศีลศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งทำเครื่องหมายถาวรแก่ผู้ได้รับการบวชในฐานะสังฆานุกร, พระสงฆ์, หรือพระสังฆราช ที่ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์อันมีชีวิต ซึ่งแสดงให้เห็นพระเยซูเจ้าและการกลับมาของพระองค์
บทบาทของสังฆภาพโดยศีลบวชในปัจจุบันคืออะไร?
(CCC 1546-1547)
    สังฆภาพโดยศีลบวชถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับภาพลักษณ์ของสงฆ์, ประกาศก, และกษัตริย์ ซึ่งเป็นบทบาทที่พระเยซูเจ้าทรงทำให้สมบูรณ์  ศาสนบริกรผู้ได้รับศีลบวชมีกระแสเรียกพิเศษให้รวบรวมและนำประชากรซึ่งเป็นเหมือนสงฆ์ของพระเจ้าในการทำคารวะกิจ(พระสงฆ์), ประกาศพระวาจาของพระเจ้า(ประกาศก), และเลียนแบบชีวิตที่ทำการช่วยเหลือด้วยความเมตตาของพระเยซูเจ้า โดยช่วยเหลือประชากรของพระเจ้าและปฏิบัติตนเป็นเครื่องหมายหนึ่งของพระคริสตเจ้าที่อยู่ในโลก(กษัตริย์)
สังฆภาพโดยศีลบวชไม่ได้มีภาระเพียงแค่การเป็นตัวแทนของพระเยซูเจ้า ผู้ทรงเป็นศีรษะของพระศาสนจักร ต่อหน้าที่ประชุมของสัตบุรุษเท่านั้น แต่ยังปฏิบัติหน้าที่ในนามของพระศาสนจักรทั้งมวลเมื่อนำเสนอการอธิษฐานของพระศาสนจักรแด่พระเจ้า และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อถวายบูชามิสซา
                          -หนังสือคำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก, ข้อ 1552
พระสังฆราช พระสงฆ์ และสังฆานุกรมีหน้าที่อะไร?
(CCC 1554-1571; 1594)
    พระสังฆราช พระสงฆ์ และสังฆานุกร คือสามตำแหน่งในงานศาสนบริการของผู้ได้รับศีลบวชของพระศาสนจักร  เราพูดถึงพระสังฆราชว่าเป็นผู้สืบตำแหน่งอัครสาวก  พระสังฆราชท้องถิ่น(เป็นที่รู้จักในฐานะ “สมณประมุข” ของสังฆมณฑล) เป็นผู้ตรวจตราดูแลชุมชนของพระศาสนจักรท้องถิ่น และเป็นสัญลักษณ์ความเป็นหนึ่งเดียวของพระศาสนจักร  การอภิเษกพระสังฆราชให้เกียรติท่านอย่างเป็นทางการว่าได้รับศีลศักดิ์สิทธิ์แห่งการเข้าร่วมฐานันดรสงฆ์อย่างสมบูรณ์ คือมีหน้าที่รับผิดชอบการสั่งสอน, การปกครอง, และการประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์อย่างเต็มที่   ความรับผิดชอบหลักของพระสังฆราชคือ การเทศน์สอนพระวรสาร, ตรวจสอบการจัดการเกี่ยวกับศีลศักดิ์สิทธิ์, และให้ความช่วยเหลือผู้ขัดสนในสังฆมณฑลของท่าน  บ่อยครั้งที่ประมุขหรือผู้นำของสังฆมณฑลจะมีพระสังฆราชผู้ช่วย เพื่อช่วยเหลือท่านในการปฏิบัติภารกิจของท่านให้ลุล่วง
    พระสังฆราชบวชพระสงฆ์เพื่อให้ช่วยทำงานของท่านให้สำเร็จ ทั้งในด้านการเทศน์สอนพระวรสาร,  การดูแลอภิบาลสัตบุรุษ, และการประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์  สังฆานุกรร่วมงานกับพระสังฆราชและพระสงฆ์ในการประกอบพิธีกรรม, การส่งเสริมความเป็นหนึ่งเดียวกัน, การเทศน์สอนพระวรสาร, การล้างบาป, การเป็นพยานและการอวยพรคู่บ่าวสาวในพิธีสมรส, การเป็นประธานในพิธีปลงศพ และงานด้านสังคมของพระศาสนจักร
การประกอบพิธีศีลบวชมีขั้นตอนอย่างไร?
(CCC 1572-1574; 1597)
    การประกอบพิธีศีลศักดิ์สิทธิ์แห่งการเข้าร่วมฐานันดรสงฆ์มี 3 รูปแบบ คือ การประกอบพิธีเพื่อบวชพระสังฆราช พระสงฆ์ และสังฆานุกร  รูปแบบพิธีทั้งสามมีลักษณะคล้ายกันมาก   โดยปกติการบวชจะมีขึ้นในระหว่างพิธีมิสซา โดยมีพระสังฆราชองค์เดียวหรือหลายองค์เป็นผู้ประกอบพิธี   ส่วนผู้ร่วมพิธีก็คือ ประชากรของพระเจ้าซึ่งศาสนบริกรผู้ได้รับศีลบวชถูกเรียกมาเพื่อให้ทำหน้าที่ช่วยเหลือกลุ่มคริสตชนและมนุษย์ทั้งมวลในทุกที่
    ในการบวชพระสงฆ์ ผู้สมัครจะถูกเรียกชื่อให้มายังหน้าพระแท่นหลังจบภาควจนพิธีกรรม  พระสังฆราชจะสอบถามเกี่ยวกับความตั้งใจของพวกเขาในการให้ความร่วมมือดูแลประชากรของพระเจ้า โดยการประกอบพิธีศีลศักดิ์สิทธิ์, การเทศน์สอนพระวรสาร, และในการอุทิศชีวิตเพื่อพระอาณาจักรของพระเจ้า  เครื่องหมายที่มองเห็นได้ที่แสดงถึงการบวชคือ การปกมือเหนือผู้รับศีลบวชโดยพระสังฆราชผู้ท่องบทภาวนาสำหรับการเสก เพื่อวอนขอพระเจ้าให้ประทานพระจิตเจ้าและพระพรต่างๆ สำหรับศาสนบริการในฐานะสงฆ์
    มือของพระสงฆ์ผู้ได้รับการบวชใหม่ถูกเจิมด้วยน้ำมัน และได้รับมอบเครื่องหมายที่แสดงถึงภาระหน้าที่ของสงฆ์ (ได้แก่ เสื้อกาซูลา ถ้วยกาลิกษ์ที่บรรจุน้ำและเหล้าองุ่น และจานรองที่มีแผ่นปังซึ่งจะต้องเสกวางอยู่) มีการแลกเปลี่ยนเครื่องหมายที่แสดงถึงสันติ  พิธีดำเนินต่อไปโดยพระสงฆ์ใหม่ประกอบพิธีร่วมกับพระสังฆราชและพระสงฆ์ที่เป็นเพื่อนของท่าน
อะไรคือเหตุผลสำหรับการถือโสดของพระสงฆ์?
(CCC 1579-1580; 1599)
    กฎหมายพระศาสนจักรเรียกร้องให้พระสงฆ์และพระสังฆราชของพระศาสนจักรโรมันคาทอลิกไม่แต่งงาน ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อการถือโสด   พระสงฆ์สัญญาที่จะทำตามระเบียบนี้อย่างอิสระเพื่อแสดงถึงความเต็มใจรับใช้ทั้งพระเจ้าและประชากรของพระองค์
การได้รับเรียกให้อุทิศตนด้วยหัวใจที่ไม่แบ่งแยกแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าและ “การงานขององค์พระผู้เป็นเจ้า”  พวกเขาก็มอบตนเองอย่างครบถ้วนแด่พระเจ้าและมวลมนุษย์  การถือโสดคือเครื่องหมายแสดงถึงชีวิตใหม่เพื่อการรับใช้ซึ่งเป็นสิ่งที่ศาสนบริกรของพระศาสนจักรได้รับการเสก และการถือโสดด้วยการยอมรับจากใจที่ยินดีก็ประกาศพระอาณาจักรของพระเจ้าอย่างสง่างาม
                            -หนังสือคำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก, ข้อ 1579
กระแสเรียกนักบวชคืออะไร?
(CCC 914-933)
    กระแสเรียก(vocation) หมายถึง “การเรียก”(calling) เป็นการเชื้อเชิญจากพระเจ้าให้มารับหน้าที่รับใช้ในลักษณะพิเศษแบบหนึ่ง  บางคนถูกเรียกให้รับใช้พระเจ้าในฐานะบุคคลที่แต่งงาน, คนโสด, พระสงฆ์, หรือนักบวช   สำหรับส่วนที่สำคัญสุดในประวัติศาสตร์ศาสนาคริสต์ก็คือ ผู้ชายบางคน (นักบวชชายหรือพระสงฆ์ของคณะนักบวช) และผู้หญิง (นักบวชหญิงหรือนักพรต) ได้ถวายตัวเองแด่พระเจ้า และงานแห่งพระอาณาจักรของพระเจ้า โดยการให้คำสัญญาว่าจะถือความยากจน, ความบริสุทธิ์, และความนบนอบ
    จากการสัญญาว่าจะถือความยากจน ผู้ที่ดำเนินชีวิตนักบวชก็พยายามทำตัวให้เป็นอิสระจากสิ่งของของโลก เพื่อพวกเขาจะสามารถเป็นส่วนหนึ่งของบุคคลที่มีความสำคัญอย่างแท้จริง นั่นคือพระเยซูเจ้า โดยการสัญญาว่าจะถือความบริสุทธิ์ เพื่อเป็นเกียรติแก่พระวรสาร  นักบวชจึงกลายเป็นเครื่องหมายให้โลกได้เห็นว่า พวกเขาเป็นทั้งของพระเจ้าและของมวลมนุษย์ในเวลาเดียวกัน  โดยทางการปฏิญาณถือความนบนอบ นักบวชยอมมอบตัวเองให้รับใช้หมู่คณะของตน ซึ่งต่อมาก็คือการอุทิศตัวให้กับการรับใช้กลุ่มคริสตชน  การให้คำสัญญาในสามเรื่องนี้เป็นวิธีการที่ดีซึ่งช่วยให้ผู้ปฏิบัติตามคำสัญญานี้มีเวลาสำหรับการใช้ชีวิตที่กระตือรือร้นในการภาวนาและการรับใช้ในพระศาสนจักรของพระเจ้ามากขึ้น

 

แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
122/8 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทร. 095-953-3070,  02-681-3850   Email: ccbkk@catholic.or.th   Line_ID: kamsonbkk