foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

God is Love...

Catechetical Center of Bangkok

YouTube CCBKK Channel

youtube ccbkk

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
11182
11445
74281
193016
330048
18427258
Your IP: 3.95.139.109
2020-07-16 20:40

สถานะการเยี่ยมชม

มี 432 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

ความยุติธรรมทางสังคม :ในรูปการก่อตั้งมูลนิธิ
คำสอนที่เกี่ยวกับศีลธรรมของคาทอลิกให้ความสนใจกับความยุติธรรมทางสังคม เพราะความยุติธรรมทางสังคมนำเอาคำสั่งในพระวรสารที่ให้เคารพและรักผู้อื่นมาปฏิบัติให้เป็นความจริงของชีวิตอย่างชัดเจน  พระวรสารไม่ได้ถูกบันทึกไว้เป็นถ้อยแถลงแบบคลุมเครือ ซึ่งยึดถืออุดมคติโดยไม่มีความเชื่อมโยงกับรูปแบบการดำเนินชีวิตของคน   ในทางตรงกันข้ามพระวรสารเรียกร้องให้เกิดการนำเอาไปใช้อย่างเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมทางสังคมซึ่งเราเข้าใจตัวเองอย่างแท้จริงและรู้ว่าตนเองต้องการทำสิ่งใด ไม่ว่าจะเป็นสังคมระดับครอบครัว ประเทศชาติ และสังคมโลก

พระศาสนจักรสอนเกี่ยวกับครอบครัวอย่างไร? (CCC 1655-1658; 1666)
    ส่วนที่เป็นพื้นฐานของสังคมใดๆก็คือครอบครัว คุณค่าพิเศษของครอบครัวปรากฏในรูปความสมัครใจที่จะยอมรับและรักซึ่งกันและกัน โดยไม่ได้มีสาเหตุจากการที่พวกเขาแต่ละคนประสบความสำเร็จหรือมีทรัพย์สมบัติครอบครอง แต่เพียงแค่พวกเขาเป็นตัวของเขาเอง  คู่สมรสที่แต่งงานแล้วเป็นตัวอย่างความรักของพระคริสตเจ้าที่มีต่อพระศาสนจักร  ความรักของพระองค์เป็นอมตะและเป็นการเสียสละตนเอง  การแต่งงานเป็นทั้งการรับผิดชอบความรักร่วมกันระหว่างสามีภรรยาและการให้ชีวิตแก่กัน  คุณค่าของชีวิตและคุณค่าของความรักที่เชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดทำให้เกิดพื้นฐานที่แข็งแกร่งสำหรับสังคมที่มีขนาดใหญ่กว่า

ความเชื่อใดที่ทำให้พระศาสนจักรต้องสอนเรื่องที่สำคัญกับประเทศ? (CCC 1905-1917; 1924-1927)
    ทุกประเทศจะต้องใส่ใจกับเรื่องราว, ปัญหาและสิทธิต่างๆที่เกี่ยวกับการอยู่ร่วมกันของประชาชน เพื่อจะได้ช่วยกันรักษาความดีส่วนรวม  หัวข้อที่จะอภิปรายกันถัดจากนี้คือ การให้ความสำคัญต่อชีวิตที่อยู่ในครรภ์มารดา, สตรีในสังคม, การให้ความเคารพต่อทุกเชื้อชาติและทุกกลุ่มชาติพันธุ์, การจ้างงานและความยากจน ได้รับการกล่าวถึงบ่อยๆ ทั้งในพระสมณสาส์นของพระสันตะปาปา และเอกสารของสภาพระสังฆราชหลายฉบับ

ทัศนคติของพระศาสนจักรต่อทารกที่อยู่ในครรภ์มารดาเป็นอย่างไร? (CCC 2268-2283; 2322-2325)
    พระเยซูเจ้าทรงเทศน์สอนเรื่องความจำเป็นที่ต้องดูแลผู้อ่อนแอและผู้ขาดที่พึ่งไว้อย่างชัดเจนที่สุดในข้อสัญญาของพระองค์  สิทธิพื้นฐานของการมีชีวิตโดยตัวของมันเองต้องได้รับการยอมรับเป็นสิ่งแรก ต่อจากนั้นต้องได้รับความคุ้มครองโดยกฎหมายเพื่อส่งเสริมความดีส่วนร่วม ตัวอย่างเช่น ความพยายามที่จะปรับปรุงคำตัดสินที่อนุญาตให้มีการทำแท้งได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายเป็นวิธีการหนึ่งที่จะแก้ไขการทำลายชีวิตมนุษย์
    สังคมยังจำเป็นต้องเสนอการสนับสนุนและช่วยเหลือบรรดาสตรีที่เชื่อว่า การทำแท้งเป็นทางเลือกเดียวเมื่อต้องเผชิญกับการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์  พระศาสนจักรควรเป็นพวกแรกที่เต็มใจเสนอความช่วยเหลือที่จำเป็นแก่สตรีเหล่านั้นและบุตรของพวกเธอ ทั้งระหว่างการตั้งครรภ์และหลังคลอด  พระศาสนจักรต้องจัดหาสิ่งที่เป็นพยานยืนยันถึงความเชื่อของพระศาสนจักรในเรื่องศักดิ์ศรีของการเป็นมนุษย์ โดยคอยดูแลความต้องการทางด้านกายภาพ, อารมณ์ และจิตวิญญาณของบรรดาครอบครัวเหล่านี้
    ศักดิ์ศรีพื้นฐานของมนุษย์เราที่ถูกสร้างมาให้เป็นภาพลักษณ์ของพระเจ้าและมีความเหมือนพระองค์ เป็นเหตุให้เราเอาใจใส่และให้ความเคารพนับถือชีวิตมนุษย์   ชีวิตเป็นของขวัญจากพระเจ้าที่มีค่ามากที่สุด   การทำแท้งเป็นความผิดอย่างมหันต์ ซึ่งเหมือนกับการทำร้ายชีวิตมนุษย์โดยตรงด้วยวิธีอื่นๆ เช่น การฆ่าทารก. การทำการุญฆาต และการทดลองทางวิทยาศาสตร์บางอย่างกับตัวอ่อนในครรภ์

พระศาสนจักรสอนเกี่ยวกับการแบ่งแยกอย่างไร? (CCC 1934-1938; 1945-1947)
    ด้วยเหตุว่าพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์แต่ละคนขึ้นมาพร้อมกับธรรมชาติของมนุษย์ที่มีเกียรติขั้นพื้นฐานและชะตากรรมร่วมอย่างหนึ่ง  มนุษย์ทุกคนจึงเท่าเทียมกันอย่างแท้จริง  การแบ่งแยกกันไม่ว่าด้วยเรื่องเพศ, เชื้อชาติ, สีผิว, ฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม, ภาษา, ชาติกำเนิด, วิถีทางเพศ(sexual orientation) หรือการนับถือศาสนา ล้วนเป็นเรื่องผิดศีลธรรมและขัดแย้งกับความรักของพระเจ้าที่มีให้แต่ละคน
    แม้ว่ามนุษย์ทุกคนจะมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน  เราก็ยังคงมีพรสวรรค์และความสามารถแตกต่างกัน  ความแตกต่างเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งในแผนการของพระเจ้าซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่มีทางจะเข้าใจได้ทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่เรามีความสามารถทำบางสิ่งได้อย่างดีเยี่ยม  หน้าที่ของเราคือการแบ่งปันพระพรของเรากับผู้อื่นด้วยใจเมตตาและพยายามหาทางที่ดีขึ้นสำหรับการต่อสู้กับความไม่เสมอภาคที่เกิดจากบาป

พระศาสนจักรมีท่าทีอย่างไรต่อการจ้างงาน? (CCC 2426-2436; 2458-2460)
    พระศาสนจักรได้กล่าวอย่างชัดเจนเกี่ยวกับสิทธิของคนงาน :
ทุกคนมีสิทธิที่จะทำงาน, สิทธิที่จะได้โอกาสพัฒนาศักยภาพและบุคลิกภาพของเขาในการประกอบอาชีพ, สิทธิได้รับค่าตอบแทนที่เที่ยงธรรมซึ่งทำให้เขาและครอบครัว “สามารถสร้างชีวิตที่ควรได้รับการยกย่องทั้งด้านความเป็นอยู่, สังคม, วัฒนธรรมและจิตวิญญาณ” และสิทธิได้รับความช่วยเหลือในกรณีจำเป็นซึ่งเกิดจากการเจ็บป่วยหรือสูงอายุ
                               –A Call to Action, ข้อ 14
พระศาสนจักรสอนเกี่ยวกับความยากจนอย่างไร? (CCC 2443-2449)
    คณะพระสังฆราชชาวอเมริกันได้ให้คำจำกัดความ “ความยากจน” ว่าเป็น “การไม่ได้รับปัจจัยที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตอย่างเหมาะสม” ( Economic Justice for ALL, ข้อ 173)  เอกสารด้านงานอภิบาลของพระสังฆราชอเมริกันเกี่ยวกับเศรษฐกิจให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีที่จะแก้ไขสถานการณ์เลวร้ายของคนยากจนไว้อย่างเป็นรูปธรรมมากมาย  ซึ่งรวมถึงการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ, การปรับอัตราภาษีให้เหมาะสมกับข้อจำกัดของคนยากจน, การทุ่มเทให้กับการให้การศึกษาและการกำจัดการไม่รู้หนังสือให้หมดไป, ให้การช่วยเหลือครอบครัวทั้งหลายอย่างดียิ่งขึ้น เพื่อผู้ที่เป็นบิดามารดาของลูกที่ยังเล็ก จะได้ไม่ต้องพยายามออกไปหางานทำนอกบ้าน และการปรับปรุงระบบสวัสดิการอย่างรอบคอบ
    ลัทธิบริโภคนิยมนำไปสู่ลัทธิวัตถุนิยมและทำให้ประชาชนไร้ความสุข  สื่อมวลชนเป็นต้นเหตุการกระจายความคิดว่า ใครมีมากกว่าก็จะประสบความสำเร็จได้มากกว่า  ลัทธิบริโภคนิยมซึ่งทำร้ายคนยากจน ทำให้ประชาชนคิดถึงแต่ตนเองและไม่สามารถทำให้ชีวิตได้รับความสมบูรณ์ตามชะตากรรมแท้จริงของมนุษย์
ความต้องการมีชีวิตที่ดีขึ้นไม่ใช่สิ่งที่ผิด  ที่ผิดก็คือรูปแบบของการดำเนินชีวิตที่เชื่อว่าดีขึ้น  ซึ่งมุ่งไปที่ “การมี” มากกว่า “การเป็น” และต้องการมีมากขึ้นไม่ใช่เพื่อเป็นอยู่ดีขึ้น  แต่เพื่อให้บั้นปลายชีวิตเต็มไปด้วยความเพลิดเพลิน
                                 -นักบุญพระสันตะปาปายอห์น ปอลที่ 2, The One Hundredth Year, ข้อ 36
พระศาสนจักรได้กล่าวถึงปัญหาทางสังคมเรื่องใดอีก?
•    ปัญหาอาชญากรรมและอาชญากร
ประชาชนมีสิทธิที่จะอาศัยอยู่อย่างสงบสุข และได้รับการปกป้องจากโจรผู้ร้าย  สังคมไม่ควรพอใจเพียงแค่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดขึ้น  แต่ควรพยายามบากบั่นในการกำจัดต้นเหตุของอาชญากรรมมากมาย ได้แก่ ความยากจน, ความอยุติธรรม และ ลัทธิวัตถุนิยม
    นักโทษในเรือนจำก็มีสิทธิต่างๆด้วย อาทิ สิทธิในการป้องกันตนเองจากการทำร้ายร่างกาย; สิทธิที่จะได้รับอาหารอย่างเหมาะสม, การดูแลด้านสุขภาพและการพักผ่อนหย่อนใจ; รวมทั้งสิทธิในการทำตามความมุ่งหมายอื่นๆ ของมนุษย์ เช่น การศึกษา
•    ปัญหาแรงงานต่างด้าว
สถานภาพของแรงงานต่างด้าว ได้รับการกล่าวถึงในเอกสารชื่อ ความยุติธรรมในโลก (Justice in the World โดย World Synod of Catholic Bishop, 1971) คนงานเหล่านี้มักจะโดนทำร้ายได้ง่ายเป็นพิเศษ และบ่อยครั้งก็ตกเป็นเหยื่อของทัศนคติต่างๆที่เกี่ยวกับการแบ่งแยกเชื้อชาติ และมีชีวิตอยู่ในสภาพถูกกดขี่  การอพยพย้ายถิ่นฐานเพื่อหางานบางครั้งก็เป็นการทำผิดแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้  แต่การย้ายถิ่นฐานเพื่อหางานทำจะต้องไม่กลายเป็นโอกาสสำหรับการแสวงหาผลประโยชน์ทางด้านการค้าและสังคมอย่างเด็ดขาด  (จาก On Human Work, ข้อ 23)
•    ปัญหาการสื่อสาร
ผู้ทำหน้าที่ควบคุมสื่อ จะต้องมี “ความรับผิดชอบอย่างสูง ในการให้ความเคารพต่อความถูกต้องของข้อมูลที่พวกเขาแพร่กระจายออกไป, ความต้องการและปฏิกิริยาตอบสนองที่พวกเขาสร้างขึ้น และคุณค่าต่างๆ ที่พวกเขาได้นำเสนอ”(จากA Call to Action, ข้อ 20) ด้วยเหตุนี้ พระสังฆราชชาวอเมริกันจึงเสนอแนะว่า รัฐบาลสามารถช่วยสร้างสังคมที่มีคุณภาพด้านศีลธรรมมากขึ้นได้ด้วยมาตรการควบคุมการหลั่งไหลของภาพและศิลปะที่ลามก, ความรุนแรงและความผิดศีลธรรมในสื่อบันเทิงทั้งหลาย (จาก To Live in Christ Jesus, ข้อ 30)
•    ปัญหาสิ่งแวดล้อม
เมื่อพระเป็นเจ้าทรงมอบความรับผิดชอบให้มนุษยชาติดูแลพัฒนาโลกที่ได้ทรงสร้างไว้  พระองค์ทรงทำให้เราเป็นเหมือนผู้จัดการการสร้างสรรค์ที่ดีเลิศของพระองค์  (อ้างอิง ปฐก1:28-30)นี่คือความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ อย่างไรก็ตามในทุกวันนี้ เราเริ่มตระหนักมากขึ้นว่าเราได้ใช้ธรรมชาติให้เป็นประโยชน์ และขณะนี้เราเสี่ยงกับการทำลายมัน  สภาวะมลพิษ, ขยะ, ความขาดแคลนแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่จำเป็นสำหรับชีวิต และโรคภัยใหม่ที่เป็นผลมาจากอุตสาหกรรมการผลิตที่ไม่ได้รับการตรวจสอบ และงานค้าขายต่างๆที่ถูกกระตุ้นโดยความเห็นแก่ตัวและความโลภของมนุษย์มากกว่าการคำนึงถึงความจำเป็นที่แท้จริงของเรา  ความรับผิดชอบต้องการการวางแผนที่รัดกุม, การอนุรักษ์ทรัพยากร และการให้ความเคารพด้วยความมีเมตตาต่อสิ่งของต่างๆ บนโลกนี้

พระศาสนจักรสอนเกี่ยวกับปัญหาของโลกอย่างไร? (CCC 2437-2442)
    ความเอาใจใส่ของเราในเรื่องสิทธิของผู้อื่น ไม่ได้หยุดอยู่แค่คนในครอบครัวหรือในประเทศของเรา การติดตามพระเยซูเจ้าหมายถึงการรักมนุษย์ทุกคน คริสตชนในโลกปัจจุบันต้องแสดงความเอาใจใส่สังคมระหว่างประเทศด้วย ความรักและความยุติธรรมของคริสตชนกระตุ้นให้เราขยายการดูแลเอาใจใส่ออกไปนอกเขตประเทศของเรา
    สังคมโลกมีความต้องการอย่างรุนแรงที่จะทำให้เกิดความพยายามร่วมมือและสร้างสรรค์ เพื่อจัดการกับปัญหาคนหิวโหย, สภาวะสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ, การเพิ่มขึ้นของประชากร, ความไม่สอดคล้องกันของความร่ำรวยกับทรัพยากรของประเทศ และความรุนแรงที่คุกคามอย่างไม่ลดละ

พระศาสนจักรตอบสนองเรื่องราวเหล่านี้ของโลกอย่างไร? (CCC 2304-2305)
    นักบุญสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 ทรงเรียกร้องให้แต่ละบุคคล, ผู้นำชุมชนทั้งหลาย, สังคมทั้งหลายและทุกประเทศ เปลี่ยนความคิดและผละจากความโลภและลัทธิบริโภคนิยม พร้อมกับหันมาทุ่มเททำงานด้วยความเต็มใจเพื่อการพัฒนามนุษย์ทุกคนอย่างครบถ้วน  การพัฒนาที่แท้จริงเริ่มต้นด้วยความรักพระเจ้าและความรักเพื่อนมนุษย์  จากนั้นความรักทำให้ตัวเองปรากฎชัดด้วยการให้ความเคารพสิ่งสร้างทั้งมวลของพระเป็นเจ้า  ส่วนสำคัญที่พระศาสนจักรสมัยปัจจุบันเป็นห่วงก็คือ สิทธิของทุกประเทศที่จะพัฒนา และได้รับการปลดปล่อยให้พ้นจากการกดขี่รวมถึงสถานการณ์ทั้งหลายที่ทำให้คนยากจนต้องอยู่ในสภาพไม่คู่ควรกับศักดิ์ศรีของมนุษย์
    สาระสำคัญหนึ่งที่มีอยู่อย่างต่อเนื่องในคำสอนของพระสันตะปาปาเกี่ยวกับประเทศที่กำลังพัฒนาคือ สิทธิของประเทศเหล่านั้นและประชาชนภายในประเทศที่จะควบคุมและกำหนดทิศทางกระบวนการพัฒนาตนเอง สิทธิที่จะพัฒนานี้รวมถึงความเติบโตทางเศรษฐกิจและการมีส่วนร่วมของการเมือง, สังคม และเศรษฐกิจในกระบวนการพัฒนา
    ยิ่งกว่านั้น พระศาสนจักรสอนว่า การเป็นศิษย์ของพระเยซูเจ้าหมายถึงการอุทิศตัวเพื่อสันติภาพด้วยความรักอย่างยิ่ง  สันติภาพไม่ได้เป็นเพียงการปราศจากสงคราม แต่มันเป็นโครงการใหญ่ที่ประกอบด้วยความยุติธรรมและต้องถูกสร้างขึ้นอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

 

แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
122/8 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทร. 095-953-3070,  02-681-3850   Email: ccbkk@catholic.or.th   Line_ID: kamsonbkk