foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

Catechetical Center of Bangkok

Kamson on Live

YouTube CCBKK Channel

youtube ccbkk

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
6176
10445
25731
60283
330048
18294525
Your IP: 3.215.133.185
2020-07-07 13:21

สถานะการเยี่ยมชม

มี 363 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

บัญญัติสำคัญที่สุด


ในคำสอนข้างต้นพระเยซูไม่ได้ทรงปฏิเสธคำสอนแบบประเพณีและสอนคำสอน “ใหม่” เพราะในทุกเรื่องที่ทรงสอนจะสามารถโยงไปถึงคำสอนเดิมทั้งของโมเสสและบรรดาประกาศก    อย่างไรก็ดี  ก็มีการเพิ่มเติมและเน้นจุดที่สำคัญคือ การปฏิบัติตามกฎบัญญัติต่างๆ  ไม่ใช่เพื่อตัวกฎบัญญัติเอง  ซึ่งมักจะทำกันตามตัวอักษร หากแต่ด้วยชีวิตจิตใจ (Spirit)  ความดีความชั่วไม่ได้วัดแต่ที่การกระทำ แต่ที่เจตนาและความนึกคิดด้วย  ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือเรื่องบัญญัติแห่งความรัก บัญญัตินี้มีมาแต่เดิมแล้ว แต่พระเยซูได้เน้นให้เห็นว่าเป็นข้อบัญญัติที่สำคัญที่สุด ชีวิตและคำสอนของพระองค์อาจสรุปได้ด้วยบัญญัตินี้
ต่อคำถามที่ว่า  “ข้าพเจ้าจะต้องทำอะไรเพื่อจะได้ชีวิตนิรันดร?” พระองค์ตรัสถามเขาว่า “ในธรรมบัญญัติมีเขียนไว้อย่างไร? ท่านอ่านว่าอย่างไร?” เขาทูลตอบว่า “ท่านจะต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดกำลัง และสุดสติปัญญาของท่าน ท่านจะต้องรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง” (ลก 10:25-27) เพื่อให้ความข้อนี้ชัดเจน พระเยซูทรงเล่าเรื่องชาวสะมาเรียผู้อารีผู้ซึ่งรักเพื่อนมนุษย์อย่างแท้จริง  โดยช่วยเหลือคนที่ถูกปล้นและทำร้าย  ขณะที่พระและเณรผ่านไปโดยไม่ได้สนใจ
นอกจากนี้  พระเยซูได้ทรงสอนเกี่ยวกับความรักไว้อีกหลายแห่ง  ซึ่งล้วนมีความสัมพันธ์กันโดยเริ่มจากคำสอนที่ว่า พระเจ้าทรงรักมนุษย์เหมือนบิดารักบุตร ความรักของบิดายิ่งใหญ่ดังที่ยอห์นบันทึกไว้ว่า  “พระเจ้าทรงรักโลกอย่างมาก จึงได้ประทานพระบุตรเพียงพระองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่มีความเชื่อในพระบุตรจะไม่พินาศ แต่จะมีชีวิตนิรันดร” (ยน 3:16)
พระเจ้าไม่ทรงรักแต่คนดีหรือคนที่รักพระองค์ แม้แต่คนบาปก็ทรงรักเช่นกัน ซึ่งแสดงออกในรูปของการให้อภัยผู้ที่กระทำผิดเหมือนชุมพาบาลเที่ยวตามหาลูกแกะที่หายไปจนกระทั่งพบ  และแบกใส่บ่ากลับบ้านด้วยความยินดี (ลก 15:4-7) หรือลูกล้างผลาญที่กลับไปหาบิดา  บิดารอรับด้วยความยินดี  จัดงานเลี้ยงต้อนรับลูกที่ “ตายแล้วเกิดใหม่” (ลก 15:11-32)
สำหรับความรักที่มนุษย์ควรมีต่อพระเจ้าก็ต้องเป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไขเช่นเดียวกัน  การแสดงออกซึ่งความรักนี้ก็คือการปฏิบัติตามบัญญัติของพระองค์ “ผู้ที่มีบทบัญญัติของเรา และปฏิบัติตามผู้นั้นแหละรักเรา และผู้ที่รักเรา พระบิดาของเราก็จะทรงรักเขา และเราเองก็จะรักเขา และจะแสดงตนแก่เขา” (ยน 14:21) การปฏิบัติตามบัญญัติของพระเยซูคือการติดตามและกระทำตามแบบอย่างของพระองค์  “ถ้าผู้ใดอยากติดตามเรา ก็ให้เขาเลิกนึกถึงตนเอง แบกไม้กางเขนของตน และติดตามเรา ผู้ใดใคร่รักษาชีวิตของตนให้รอดพ้น จะต้องสูญเสียชีวิตนั้น แต่ถ้าผู้ใดเสียชีวิตของตนเพราะเรา และเพราะข่าวดี ก็จะรักษาชีวิตได้” (มก 8:34-35)
    ในเรื่องของความรักต่อเพื่อนมนุษย์นั้น ในบทเทศน์บนภูเขา  พระเยซูได้ทรงสอนให้รักแม้กระทั่งศัตรูและผู้หวังร้าย  รักอย่างเพียรทนและไม่มีเงื่อนไข  รักด้วยสันติ  ไม่ตอบโต้ความรุนแรง  “หากเขาตบแก้มขวาจงเอียงแก้มซ้ายให้”  เป็นความรักที่ให้อภัยอย่างไม่มีสิ้นสุด ไม่ว่าพี่น้องจะทำผิดสักกี่ครั้ง นี่ก็คือเงื่อนไขที่พระเจ้าจะให้อภัยตนเองด้วย  ดังในบทภาวนา “ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย” ก็ดี หรือว่า “จงให้อภัย ถ้าท่านมีเรื่องบาดหมางกับผู้ใด เพื่อว่าพระบิดาของท่านผู้ทรงสถิตบนสวรรค์จะทรงอภัยความผิดให้ท่านด้วย” (มก 11:25)
    บัญญัติแห่งความรักซึ่งแยกเป็นความรักต่อพระเจ้าและต่อเพื่อนมนุษย์นี้ ไม่ได้บอกว่าข้อไหนสำคัญกว่า  เพราะเป็นเงื่อนไขสองประการที่แยกจากกันไม่ได้ ใครที่บอกว่าตนรักพระเจ้าแต่ในทางปฏิบัติไม่รักเพื่อนมนุษย์ คนนั้นมุสา (ดู 1ยน 4:19-21) จึงน่าจะถือได้ว่าบัญญัติทั้งสองข้อมีความสำคัญเท่ากันประหนึ่งสองหน้าของเหรียญเดียวกัน
ชาวคริสต์ถือเป็นประเพณีตลอดมานับแต่เริ่มต้นว่า บัญญัติแห่งความรักนี้เป็นบัญญัติที่สำคัญที่สุด เพราะเป็น “พินัยกรรม” ของพระเยซูเองผู้ทรงมอบให้กับบรรดาสาวกก่อนจะถูกจับและถูกประหารว่า “เราให้บทบัญญัติใหม่แก่ท่านทั้งหลาย ให้ท่านรักกัน เรารักท่านทั้งหลายอย่างไร ท่านก็จงรักกันอย่างนั้นเถิด ถ้าท่านมีความรักต่อกันและกัน ทุกคนจะรู้ว่า ท่านเป็นศิษย์ของเรา” (ยน 13:34-35)
    การที่พระเยซูทรงกล่าวถึงบัญญัติแห่งความรักว่าเป็นบัญญัติใหม่ ในที่นี้หมายถึง “มิติ” ใหม่ คือการรวมศูนย์ความรักนี้ในองค์พระเยซูเอง หมายถึงความเป็นหนึ่งเดียวที่พระองค์ทรงย้ำเตือนอยู่เสมอ (ดู ยน 17) และหมายความว่าหัวใจของอาณาจักรพระเจ้าอยู่ที่ความรัก  และพระศาสนจักรที่พระองค์ทรงตั้งขึ้นก็จะคงอยู่และเติบโตด้วยบัญญัตินี้

 

แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
122/8 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทร. 095-953-3070,  02-681-3850   Email: ccbkk@catholic.or.th   Line_ID: kamsonbkk