ข้าพเจ้าเชื่อในพระเจ้า
    คำถามที่เกิดขึ้นก็คือ “พระเจ้า” คือใคร?
    คำตอบที่พอจะอธิบายได้มีอยู่หลายประเด็นเหมือนกัน จึงขออธิบายเป็นประเด็นไป

    ประเด็นแรก    พระเป็นเจ้าทรงเป็น “จิต”    คำว่า “จิต” คือ เป็นอยู่ มีอยู่จริง แต่ไม่สามารถจะสัมผัสได้ด้วยประสาททั้ง 5 คือ มองไม่เห็น จับต้องไม่ได้ ไม่มีกลิ่น ไม่มีรสเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม อะไรทั้งสิ้น ไม่สามารพจะได้ยินด้วยหู
    เมื่อกล่าวถึง “จิต” เราถือว่า มีจิตอยู่ 3 ชนิด คือ
    1. จิตของพระเจ้า    ซึ่งถือว่ายิ่งใหญ่และสูงสุด เพราะพระองค์ดำรงอยู่นิรันดร กล่าวคือ ไม่มีเริ่มต้น (ไม่มีใครสร้างพระองค์) ไม่จบสิ้น (ทรงเป็นอยู่ด้วยพระองค์เอง)
    2. จิตเทวดา    เป็นจิตที่พระเจ้าทรงสร้างมา จึงมีเริ่มต้นและดำรงอยู่นิรันดรไม่จบสิ้น ซึ่งในจำนวนเทวดาที่พระเจ้าทรงสร้างมานี้ ก็มีจำนวนหนึ่งที่จองหองอยากเป็นใหญ่ เป็นกบฏ พระเจ้า จึงทรงลงโทษให้เป็น “ปีศาจ” หรือ “จิตชั่ว” ซึ่งต่อมาได้เป็นตัวการสำคัญในการล่อลวงมนุษย์ให้ทำบาป
    3. จิตมนุษย์    พระองค์ทรงสร้างจิตมนุษย์ขึ้นมา แตกต่างจากจิตเทวดา กล่าวคือ ทรงให้จิตของมนุษย์นั้นต้องอยู่รวมกับร่างกาย จะอยู่ลอยๆ ไม่ได้...ซึ่งเราเรียกอีกอย่างว่า “วิญญาณ”
    คำว่า “มนุษย์” มาจากคำว่า มน/มโน ซึ่งแปลว่า “ใจ” ดังนั้น มนุษย์จึงแปลว่า “ผู้มีจิตใจ” ...ถึงตรงนี้เราจึงเข้าใจได้ว่ามนุษย์ประกอบด้วย 2 ส่วนที่สำคัญ คือ กาย (วัตถุ) + วิญญาณ (จิต,ซึ่งไม่ใช่วัตถุ)    จะแยกจากกันไม่ได้...เมื่อเป็นเช่นนี้ ความตายในมิติของคริสตชน ก็คือ การที่วิญญาณแยกจากร่างกายอย่างเด็ดขาด เราจึงไม่เรียกร่างที่นอนอยู่ในโลงศพว่าคนหรือมนุษย์ แต่เราจะเรียกว่า ”ศพ”
    ประเด็นที่ 2     พระเป็นเจ้าทรงเป็นองค์ความดีบริบูรณ์อย่างไม่มีขอบเขต พูดง่ายๆ ก็คือ ในพระเจ้าไม่มีข้อบกพร่องหรือความผิดใดๆ ทั้งสิ้น พระองค์ทรงสมบูรณ์ในพระองค์เอง ด้วยพระองค์เองอย่างเต็มเปี่ยม    ซึ่งก็หมายถึงการที่พระองค์ทรงเป็นองค์แห่งความรักด้วยเช่นกัน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทรงรักมนุษย์อย่างหาที่สุดมิได้
    ถ้าจะให้เปรียบเทียบในประเด็นนี้ ต้องบอกว่า พระองค์คือ ความดี ความสมบูรณ์ทั้งหลายทั้งสิ้นในโลกนี้ ในสวรรค์ และในทุกแห่งทั้งในอดีต ปัจจุบัน และในอนาคต
    ประเด็นที่ 3    พระเจ้าทรงเป็นหนึ่งเดียวประกอบด้วย 3 พระบุคคล ต่างกัน เท่าเสมอกัน หรือ ที่เรารู้จักกันดีในพระนาม “พระตรีเอกภาพ”    เกี่ยวกับคำอธิบายเรื่องพระตรีเอกภาพ พระเจ้าสามพระบุคคลเป็นหนึ่งเดียวกัน เป็นข้อความเชื่อที่เขามักจะอธิบายกันด้วยการยกตัวอย่างตามประสามนุษย์ว่า คล้ายๆ กับรูปสามเหลี่ยมด้านเท่ารูปหนึ่ง ที่เป็นรูปสามเหลี่ยมเพียงรูปเดียว แต่มี 3 ด้าน หรือ 3 มุม ที่เท่ากัน ไม่มีด้านใดหรือมุมใดใหญ่หรือเล็กกว่ากัน และจะต้องรวมอยู่ด้วยกันทั้ง 3 ด้าน จะแยกกันหรือขาดด้านใดด้านหนึ่งไม่ได้ เพราะถ้าขาดไปหรือไม่อยู่ด้วยกันก็จะไม่เป็นสามเหลี่ยมรูปดังกล่าว... แต่ก็ต้องระวังอย่าคิดว่าพระองค์คือรูปสามเหลี่ยม เพราะที่จริงแล้ว เป็นเพียงแค่การเปรียบเทียบประสามนุษย์เท่านั้น
    สำหรับพระนามที่เราถวายแด่พระบุคคลทั้ง 3 ว่า พระบิดา พระบุตร และพระจิต นั้น คิดว่าเป็นเรื่องที่เราถือเอาพระภารกิจที่พระเจ้าทรงมีต่อมนุษย์ มาเป็นหลักในการถวายพระนามนั่นเอง กล่าวคือ
    พระบิดา    หมายถึง พระเจ้าผู้ทรงสร้าง ทรงให้กำเนิดมนุษย์มา จึงถือเป็นบทบาทของ “พ่อ” เราจึงถวายพระนามพระองค์ว่า “พระบิดา”
    พระบุตร    หมายถึง พระเจ้าที่ทรงลงมาบังเกิดในโลกนี้เพื่อกอบกู้มนุษย์ให้รอดพ้นจากบาป จากความตายฝ่ายวิญญาณ เราจึงถวายพระนามของพระองค์ ว่า “พระบุตร”
    พระจิต    หมายถึง พระเจ้าที่ทรงประทานพระพรช่วยเหลือมนุษย์ให้ดำเนินชีวิตในปัจจุบัน ด้วยการประทานพระพรพิเศษให้มนุษย์เข้มแข็งต่อสู้กับการประจญ ต่อความไม่ดีต่างๆ เราจึงถวายพระนามพระองค์ว่า “พระจิต”
    เคยมีหลายคนสงสัยว่า ถ้าเป็นเช่นนั้น เมื่อพระบิดาทรงสร้างโลกและสิ่งสารพัดนั้น พระบุตรและพระจิตสร้างด้วยหรือเปล่า หรือ เมื่อพระบุตรเสด็จลงมาบังเกิดเป็นมนุษย์ พระบิดาและพระจิตลงมาด้วยหรือเปล่า...คำตอบนี้ พี่น้องก็สามารถตอบได้แล้ว ว่า ทุกพระบุคคลทรงกระทำทุกอย่างด้วยกัน เพราะเป็นพระเจ้า พระองค์เดียวกัน
    นอกจากนี้ยังมีข้อสงสัยอีกว่า ใครเกิดก่อนเกิดหลังหรือใครใหญ่ใครเล็กกว่ากัน ถ้าคิดตามประสามนุษย์ พระบิดาน่าจะมาก่อนใหญ่ที่สุด พระบุตรน่าจะมาทีหลังและเล็กกว่า...พระจิตน่าจะเล็กที่สุด...แต่ถ้าพี่น้องคิดถึงสามเหลี่ยมด้านเท่า ก็จะพอเข้าใจว่า พระบุคคลทั้ง 3 ทรงเท่าเสมอกันจริงในฐานะ พระเจ้าองค์เดียว...
    ที่สำคัญพี่น้องต้องไม่ลืมว่า เรากำลังอยู่ในเรื่องของพระสัจธรรม ข้อความเชื่อ ซึ่งเราทราบแล้วว่า เราไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยสติปัญญา หรือ ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ใดๆ นะครับ...
    ประเด็นที่ 4    พระเจ้าทรงสถิตอยู่ทั่วไป ทรงทราบทุกสิ่งทุกอย่างทั้งที่เกิดในอดีต กำลังเกิด และจะเกิดในอนาคต เพราะพระองค์ไม่มีกาลเวลา ทรงเป็นนิรันดรภาพ    ดังนั้นจึงไม่มีความลับใดๆ สำหรับพระองค์ ไม่ว่าใครจะปิดบังซ่อนเร้นเรื่องใดสิ่งใด จนมิดชิดไม่มีใครในโลกนี้รู้เลย...แต่สำหรับพระเจ้า ใครๆ ก็ปิดบังพระองค์ไม่ได้
    เขาบอกกันว่า ถ้ามนุษย์เราคิดและรำพึงเรื่องนี้บ่อยๆ จะเกิดผลดีทำให้เขาไม่กล้ากระทำผิด กระทำบาป ซึ่งก็น่าจะเป็นเช่นนั้น

ค้นหา

Kamson BKK Update!!

Bible Diary 2019

IMG resize 2019

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พระวาจาประจำวัน

word of God 2

ข้อคิดจากพระวาจา

word of God 1

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

เอกสารฉลอง 350 ปี

350

เว็บไซต์คาทอลิก

  • bkk

  • haab

  • becthailand

  • santikham

  • pope report-francis

  • bannerpope

  • cc_link2011

  • 0002

  • thaicatholicbible

  • mass

  • bnbec

  • facebook

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
5417
7070
35476
134658
260644
10999696
Your IP: 3.80.32.33
2019-01-17 20:28

สถานะการเยี่ยมชม

มี 138 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ 122/8 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120

โทร 02-681-3850 มือถือ 095-953-3070 โทรสาร 02-681-3851