^Back To Top

  • 1 1
    “ท่านทั้งหลายเป็นจดหมายจากพระคริสตเจ้า เป็นจดหมายที่เราเขียน มิได้เขียนด้วยน้ำหมึก แต่เขียนด้วยพระจิตของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต มิได้ถูกจารึกไว้บนแผ่นศิลา แต่จารึกไว้ในดวงใจของมนุษย์ ดุจจารึกบนแผ่นศิลา” (2คร. 3:3)
  • 2 2
    “ท่านทั้งหลายเป็นจดหมายจากพระคริสตเจ้า เป็นจดหมายที่เราเขียน มิได้เขียนด้วยน้ำหมึก แต่เขียนด้วยพระจิตของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต มิได้ถูกจารึกไว้บนแผ่นศิลา แต่จารึกไว้ในดวงใจของมนุษย์ ดุจจารึกบนแผ่นศิลา” (2คร. 3:3)
  • 3 3
    “ท่านทั้งหลายเป็นจดหมายจากพระคริสตเจ้า เป็นจดหมายที่เราเขียน มิได้เขียนด้วยน้ำหมึก แต่เขียนด้วยพระจิตของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต มิได้ถูกจารึกไว้บนแผ่นศิลา แต่จารึกไว้ในดวงใจของมนุษย์ ดุจจารึกบนแผ่นศิลา” (2คร. 3:3)
  • 4 4
    “ท่านทั้งหลายเป็นจดหมายจากพระคริสตเจ้า เป็นจดหมายที่เราเขียน มิได้เขียนด้วยน้ำหมึก แต่เขียนด้วยพระจิตของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต มิได้ถูกจารึกไว้บนแผ่นศิลา แต่จารึกไว้ในดวงใจของมนุษย์ ดุจจารึกบนแผ่นศิลา” (2คร. 3:3)
  • 5 5
    “ท่านทั้งหลายเป็นจดหมายจากพระคริสตเจ้า เป็นจดหมายที่เราเขียน มิได้เขียนด้วยน้ำหมึก แต่เขียนด้วยพระจิตของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต มิได้ถูกจารึกไว้บนแผ่นศิลา แต่จารึกไว้ในดวงใจของมนุษย์ ดุจจารึกบนแผ่นศิลา” (2คร. 3:3)

www.kamsonbkk.com

1. แกะที่พลัดหลงและเงินเหรียญที่หายไป

1. แกะที่พลัดหลงและเงินเหรียญที่หายไป
(ลก 15:3-10 เทียบ มธ 18:12-14)
 คำอธิบาย
shepherd 5    ประเทศปาเลสไตน์เป็นประเทศที่เหมาะสำหรับเลี้ยงสัตว์ แทบทุกหมู่บ้านมีอาชีพเลี้ยงสัตว์ เช่น แพะ แกะ การเลี้ยงสัตว์เป็นรายได้ที่สำคัญของประเทศ
    ละแกะเก้าสิบเก้าตัว นี่ไม่ได้หมายความว่าเจ้าของละทิ้งแกะ 99 ตัว ตามยถากรรม เพราะไม่มีนายชุมพาบาลคนใดดอกที่ทำเช่นนั้น เพราะจะต้องจัดให้ฝูงแกะนั้นอยู่ในที่ปลอดภัย หรือต้อนเข้าคอกหรือฝากให้คนอื่นเลี้ยงดูแทน แต่ในที่นี้ พระเยซูเจ้าต้องการจะเน้นความพยายามเป็นพิเศษของนายชุมพาบาลที่จะแสวงหาแกะที่หายไปนั้น
    ยกมันใส่บ่า นายชุมพาบาลไม่ยอมปล่อยให้แกะเดิน แต่แบกใส่บ่าด้วยความยินดีและไม่รู้สึกหนักอะไร เพราะความยินดีนั้น

เรียกมิตรสหายและเพื่อนบ้านมา... จงร่วมยินดีกับฉันเถิด นายชุมพาบาลมีความยินดีมากจนไม่สามารถจะเก็บไว้คนเดียวได้ เขาจึงได้เชื้อเชิญมิตรสหายและเพื่อนบ้านมาร่วมแสดงความยินดีกับเขา ผู้หญิงที่ทำเหรียญหาย และหาจนพบก็มีความรู้สึกเช่นเดียวกัน บรรยากาศเช่นนี้ทำให้เรารู้สึกว่า พวกเขามีความรักและความสนิทสนมกันในหมู่บ้านหรือในสังคมเล็กๆ และรู้สึกว่าทั้งแกะและเหรียญเงินนั้นก็เป็นของๆ ตนด้วย พวกเขาจึงมาร่วมแสดงความยินดี
    เราบอกท่านทั้งหลายว่า พระเยซูเจ้าทรงตรัสสอนเขาจากอุปมาว่านายชุมพาบาลนี้คือพระเป็นเจ้าเอง แกะพลัดฝูงคือคนบาป มิตรสหายและเพื่อนบ้านก็คือทูตสวรรค์ในสวรรค์
    พระเยซูเจ้าผู้เป็นนายชุมพาบาลผู้พระทัยดี (เทียบ ยน 10:11) ที่เอาใจใส่ต่อแกะที่พลัดหลง เมื่อพบมันแล้ว พระองค์ก็แบกใส่บ่า การเปรียบเทียบเช่นนี้ชาวฟาริสีทุกคนเข้าใจดี เพราะเขารู้จักพระคัมภีร์ดี ประกาศกอิสยาห์ได้ทำนายไว้เมื่อ 700 ปีเศษมาแล้วเกี่ยวกับพระเมสสิยาห์ว่า พระองค์ต้องโศกเศร้าและต้องได้รับบาดเจ็บเพราะความผิดของเรา... เราทุกคนเปรียบเหมือนแกะที่พลัดหลง (เทียบ อสย 53:4-6)
    นายชุมพาบาลที่ดียอมพลีชีพเพื่อแกะของตน พระเยซูเจ้าก็ได้ยอมพลีชีพเพื่อเราคนบาป พระองค์ทรงต้อนรับคนบาปเข้าไปในพระอาณาจักรของพระองค์ และชาวสวรรค์ต่างก็พากันชื่นชมยินดีที่ทราบว่าคนบาปกลับใจ
    เหลือ 99 ตัว พระเยซูเจ้าทรงต้องการเน้นถึงลูกแกะที่พลัดหลง กล่าวคือ คนบาปที่กลับใจ ไม่ใช่ต้องการเน้นถึง 99 ตัวที่ยังคงอยู่ในฝูงเป็นปกติดีอยู่ แต่พระองค์ต้องการจะเน้นถึงพระเมตตาของพระเป็นเจ้ามากกว่าที่ได้เสียสละทุกอย่างเพื่อติดตามลูกแกะที่หายไป แม้ว่าไม่จำเป็นทีเดียวที่เขาจะต้องติดตาม ในเรื่องเงินเหรียญที่หายไปก็เช่นเดียวกัน พระเจ้าทรงมีพระประสงค์จะให้ทุกคนเอาตัวรอด แม้ว่าเขาจะได้เคยทำผิดต่อพระองค์อย่างจริงใจมาแล้ว
    หญิงที่มีเงินสิบเหรียญดรักมา เป็นเหรียญเงิน มีค่าประมาณ 5 บาท
    ในสมัยพระเยซูเจ้าชาวเมืองใช้เงินชนิดนี้ ตามธรรมเนียมยิว ผู้หญิงที่แต่งงานมักจะได้รับสายสร้อยหรือเชือกที่ประดับด้วยเหรียญ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสินสอดเวลาแต่งงาน เป็นไปได้ที่พระเยซูเจ้าคงจะหมายถึงเงินเหรียญที่ตกจากเครื่องประดับนั้น สตรีที่แต่งงานแล้วพยายามรักษาเครื่องประดับนี้ด้วยใจรัก คล้ายๆ กับสตรีที่มีครอบครัวแล้ว พยายามรักษาแหวนวิวาห์ด้วยความหวงแหน เพราะเหตุใดไม่ทราบ เหรียญอันหนึ่งได้ตกหาย นางจึงรู้สึกเศร้า นางได้จุดตะเกียง ทั้งนี้ก็เพราะว่าภายในบ้านของชาวยิวมักจะมืด แม้เป็นเวลากลางวัน เพราะตามปกติบ้านไม่มีหน้าต่างหลายๆ บาน นางได้กวาดพื้นบ้านและได้พบเหรียญในที่สุด นางรู้สึกมีความยินดีมาก และได้เรียกเพื่อนๆ ให้มาร่วมแสดงความยินดีกับเธอ
    ทูตสวรรค์ของพระเจ้าในสวรรค์มีความปิติยินดีที่เห็นคนบาปกลับใจ แม้เราจะทราบว่าปีศาจอิจฉามนุษย์และพยายามทุกวิถีทางที่จะทำให้มนุษย์พินาศไป (เทียบ 1ปต 5:8) เราก็ยังมีความบรรเทาใจที่ทราบว่าเรามีทูตสวรรค์อยู่ฝ่ายเดียวกับเรา และสนใจต่อความทุกข์สุขของเราด้วย


  คำสอน
    คำสอนในอุปมาเรื่องนี้ก็คือ เราทุกคนจะต้องมีความหวังและความไว้วางใจในพระเมตตาของพระเจ้าที่มีต่อเราแต่ละคน เราเป็นคนบาปทุกคนไม่ใช่หรือ บางครั้งเราได้เคยเป็นแกะที่พลัดหลง เป็นลูกที่นอกคอกไม่ใช่หรือ ถ้าหากว่าพระเป็นเจ้าทรงกระทำต่อเราตามความยุติธรรมของพระองค์ เราคงหมดหวังแน่ แต่ว่าในประวัติศาสตร์แห่งความรอด เราเห็นว่าพระองค์แม้ทรงยุติธรรมแต่ก็ทรงเมตตาต่อมนุษย์มาก ขอให้เราคิดถึงเหตุการณ์ในสวนสวรรค์ ณ แผ่นดิน พระองค์อาจจะไล่อาดัมและลูกหลาน และลงโทษตลอดไปเลยก็ได้ เพราะอาดัมและมนุษย์ไม่มีความจำเป็นสำหรับพระองค์เลย แต่พระองค์ก็เปิดโอกาสให้ โดยสัญญาว่าจะส่งพระผู้ไถ่ลงมากอบกู้พวกเขา เขาจึงอาจจะบรรลุถึงสวรรค์ชั่วนิรันดร แม้เขาจะสูญเสียสวรรค์ชั่วคราวในโลกนี้ พระองค์ไม่ได้สังหารกาอินเมื่อเขาฆ่าอาแบลน้องชาย ยิ่งกว่านั้น พระองค์ไม่ให้ใครแก้แค้นกาอินด้วย พระองค์ก็ได้เปิดโอกาสให้เขาได้กลับใจ ก่อนที่พระองค์จะลงโทษมนุษย์ด้วยน้ำมหาวินาศ พระองค์ก็เปิดโอกาสให้ชาวเมืองเป็นทุกข์เสียใจในความประพฤติของตน และเราได้พบว่าในประวัติศาสตร์แห่งความรอด ชาวยิวได้ทำผิดต่อพระองค์มากมายหลายครั้ง พระองค์ก็ไม่ได้ลงโทษเขา ในเมื่อเขาขออภัยโทษจากพระองค์
    พระเจ้าได้ทรงแสดงพระเมตตาต่อเราอย่างสูงสุด ในการที่พระองค์ได้ส่งพระบุตรของพระองค์มาเป็นมนุษย์ เพื่อประทับอยู่ท่ามกลางพวกเรา เพื่อจะได้สอนเราว่าพระเจ้ารักเรามากเพียงไร ถึงขนาดที่ยอมสิ้นพระชนม์เพื่อเราบนไม้กางเขน เพื่อจะเปิดประตูสวรรค์ และนำเราให้บรรลุถึงพระราชัยสวรรค์ พระองค์ได้ทรงสถาปนาพระศาสนจักรเพื่อแนะนำหนทางสวรรค์ให้กับเรา เมื่อถึงวาระที่พระองค์จะทรงจากพวกเราไป พระองค์ได้ทรงตั้งศีลศักดิ์สิทธิ์ เพื่อว่าเราจะได้รับพระหรรษทาน และพระองค์ได้ทรงสัญญาว่าพระองค์จะทรงสถิตอยู่กับเราจนสิ้นพิภพ เพื่อช่วยเหลือเรา และเป็นต้นพระองค์ทรงประทับอยู่ในศีลมหาสนิท เพื่อชิดสนิทกับเราอย่างแท้จริง แทบทุกหน้าในพระวรสารเป็นพยานอย่างดีถึงพระเมตตาของพระเป็นเจ้าที่มีต่อเรา ขอเราหวนไปคิดถึงคนบาปมากมาย ที่พระองค์ได้พบปะในสมัยที่พระองค์ยังมีชีวิตอยู่ที่ประเทศปาเลสไตน์ เช่น มหาโจร คนเก็บภาษี คนคบชู้ ฯลฯ และแม้แต่ในจำนวนสาวกสิบสององค์ที่ได้ทำผิดต่อพระองค์ พระองค์ก็พร้อมที่จะอภัยโทษให้ เช่น นักบุญเปโตรที่ปฏิเสธพระองค์ (มธ 26:29) ยูดาสผู้ทรยศ (มธ 26:50)
    ไม่มีคนบาปคนใดเลยที่พินาศไปหรือที่จะต้องโทษเพราะบาปของตน คนบาปที่ต้องพินาศไปเพราะเขาไม่อยากกลับใจและไม่อยากมาพึ่งพระเมตตาของพระเป็นเจ้า เพื่อขออภัยโทษ พระองค์ทรงมีพระประสงค์จะให้ทุกคนที่เป็นลูกๆ ของพระองค์เอาตัวรอด พระองค์เป็นฝ่ายเชื้อเชิญเขาหรือไม่ เป็นฝ่ายอ้อนให้คนบาปกลับใจ คล้ายๆ กับพระองค์ได้ทรงตามหาอาดัม เมื่อเขาได้พลาดตกในบาปแล้วในขณะนี้พระองค์กำลังเตือนเราให้กลับไปหาพระองค์ ขอให้เราสดับฟังและสนองตอบคำเชื้อเชิญของพระองค์

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

เอกสารฉลอง 350 ปี

350

พระวาจาประจำวัน

word of God 2

เว็บไซต์คาทอลิก

bkk


sathukarnlogo


haab


becthailand


santikham


pope report-francis


bannerpope


cc_link2011


0002


thaicatholicbible


mass


bnbec


facebook

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
4577
11609
4577
335742
816522
16572109
Your IP: 3.233.215.231
2020-02-23 08:45

สถานะการเยี่ยมชม

มี 298 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

 

แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
122/8 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทร. 095-953-3070,  02-681-3850   Email: ccbkk@catholic.or.th   Line_ID: kamsonbkk