foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2019

IMG resize 2019

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

เอกสารฉลอง 350 ปี

350

พระวาจาประจำวัน

word of God 2

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
1404
16112
1404
281835
368105
14156343
Your IP: 18.207.134.98
2019-10-20 03:14

สถานะการเยี่ยมชม

มี 165 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

นรก (Hell)
    นรกประกอบด้วยการตัดสินลงโทษตลอดนิรันดรสำหรับผู้ที่ตาย โดยที่ได้เลือกเอาบาปหนัก (รู้ตัว เต็มใจ ผิดในข้อหนัก) ด้วยความสมัครใจ โทษสำคัญของนรกคือการถูกตัดขาดจากพระเจ้าตลอดนิรันดร มนุษย์สามารถมีชีวิตและความสุขในพระเจ้าเท่านั้น  เพราะมนุษย์ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อมีชีวิตและมีความสุข อันเป็นสิ่งที่มนุษย์ใฝ่ฝันถึง (ประมวลคำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก ข้อ 212)

    “นรก” ศัพท์ภาษาอังกฤษ “hell” ได้มาจากชื่อที่ใช้เรียกสถานที่อันเป็นที่พักอาศัยของผู้ตาย ตามตำนานของชาวเยอรมันโบราณกลุ่มหนึ่งที่มีชื่อว่าติวตัน ซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมือนกับ “sheol” ของชาวฮีบรู และ “hades” ของชาวกรีก หมายถึงสถานที่อยู่ของบรรดาผู้ตาย (ดู  กดว. 16.33)  คำว่า “ประตูนรก” หมายถึงอำนาจแห่งความชั่วร้าย ซึ่งชักนำมนุษย์ให้เข้าสู่ความตายแรกคือบาป จากนั้นจึงกักขังเขาไว้ตลอดไปในความตายนิรันดร หน้าที่ของพระศาสนจักรคือช่วยผู้รับเลือกสรรให้พ้นจากอำนาจของความตายจากความตายนิรันดร และนำเข้าสู่อาณาจักรสวรรค์ (ดู  1 คร. 15.26 / คส. 1.13 / วว. 6.8 และ 20.13)
ในพระธรรมใหม่ ที่พักอาศัยของบรรดาผู้ตายไม่ว่าจะดีหรือชั่ว ก็เรียกว่า บาดาล (hades) (มธ.11:23, ลก. 10:15; 16:23)  ส่วนสถานที่สำหรับลงโทษคนที่ประพฤติชั่วถูกเรียกว่า นรก (gehenna) (มธ. 5:22,29; 10:28; 18:9; 23:15,33; มก. 9:43,45,47; ลก. 12:5)  แม้พระเยซูเจ้าจะทรงใช้คำที่มีในยุคของพระองค์ ก็ไม่ได้หมายความว่าพระองค์จะเห็นด้วยกับความคิดของรับบีต่างๆที่มีต่อการลงโทษที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันมุ่งไปที่การทรมานทางกายอย่างนั้นจริงๆ  แม้กระนั้นพระเยซูเจ้าก็ได้ทรงบรรยายโทษที่ผู้กระทำชั่วจะได้รับเพราะความไม่สำนึกผิดของตนเองไว้อย่างรุนแรงเช่นกัน  ดังที่มีกล่าวไว้ในพระธรรมใหม่ว่าในนรกนั้นจะมีไฟที่ไม่รู้ดับ (มธ. 3:12; มก. 9:43; ลก. 3:17)  และไฟซึ่งไหม้อยู่เป็นนิตย์ (มธ. 18:8; 25:41; ยด. 7)  เป็นสถานที่ที่มีการขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน(มธ. 8:12; 13:50; 20:13; 24:51; 25:30) และเป็นที่มืด (มธ.8:12; 22:13; 25:30)
    อย่างไรก็ตามคำสอนพระศาสนจักรเกี่ยวกับนรกเป็นสัจธรรมที่มีความล้ำลึกและมีการอธิบายในหลายลักษณะ แต่ส่วนหนึ่งที่ดูจะชัดเจนและเข้าใจได้คือ
คำสั่งสอนของพระศาสนจักรยืนยันการมีอยู่ของนรกและนิรันดรภาพของนรก วิญญาณของคนทั้งหลายที่ตายในสภาพมีบาปหนัก จะลงนรกไปในทันทีหลังจากถึงแก่ความตาย ซึ่ง ณ ที่นั้น วิญญาณจะต้องรับโทษนรก คือ “ไฟนิรันดร”   โทษสำคัญของนรกอยู่ที่การต้องถูกตัดขาดชั่วนิรันดรจากพระเจ้า   ซึ่งในพระองค์เท่านั้นที่มนุษย์จะสามารถมีชีวิตและมีความสุข  ซึ่งมนุษย์ถูกสร้างขึ้นมาก็เพื่อมีชีวิตและมีความสุขดังกล่าวอันเป็นสิ่งที่มนุษย์ใฝ่ฝันถึง (หนังสือ คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก เล่ม 1 ข้อ 1035)
    คำยืนยันในพระคัมภีร์และคำสั่งสอนของพระศาสนจักรเกี่ยวกับเรื่องนรก  เป็นการเรียกร้องให้เกิดความรับผิดชอบ  ซึ่งมนุษย์พึงใช้เสรีภาพของตนด้วยความรับผิดชอบอันนี้  ในการมุ่งไปสู่ชะตากรรมอันนิรันดรแห่งตน ในเวลาเดียวกัน ยังเป็นการเรียกร้องอย่างรีบด่วนให้กลับใจ  “จงเข้าทางประตูแคบ เพราะประตูและทางที่นำไปสู่หายนะนั้นกว้าง   ขวาง คนที่เข้าทางนี้มีจำนวนมาก   แต่ประตูและทางซึ่งนำไปสู่ชีวิตนั้นคับแคบ คนที่พบทางนี้มีจำนวนน้อย” (มธ. 7:13-14)
    เมื่อเราไม่รู้ทั้งวันและเวลา  ก็จำต้องเฝ้ารออยู่ตลอดไป ตามคำเตือนขององค์พระเยซูเจ้า เพื่อว่า เมื่อกระแสหนึ่งเดียวของชีวิตเราบนโลกนี้สิ้นสุดลง  เราจะได้คู่ควรแก่การได้รับอนุญาตให้เข้าไปในงานเลี้ยงมงคลสมรสกับพระองค์  และได้รับการนับว่าเป็นผู้ได้รับพรจากพระเจ้า  แทนที่จะเป็นเช่นเดียวกับคนรับใช้ที่เลวและเกียจคร้าน  ซึ่งถูกกันห่างออกไป  ตามพระบัญชาของพระเจ้า  สู่ไฟนรกนิรันดร สู่ความมืดมนภายนอก ซึ่งจะมีแต่เสียงร่ำไห้และเสียงขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน (พระศาสนจักรข้อ 48.3, มธ. 22:13; เทียบ ฮบ. 9:27; มธ. 25:13, 26, 30, 31-36) (หนังสือ คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก เล่ม ข้อ1036)